รวบแล้ว! หนุ่มยิงเจ้าของอู่รถจักรยานยนต์ คนรักใหม่ของแฟนเสียชีวิต

รวบแล้ว! หนุ่มเมืองกรุงเก่า ยิงเจ้าของอู่รถจักรยานยนต์ คนรักใหม่ของแฟนเสียชีวิต คุมตัวทำแผนที่เกิดเหตุ

พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค1 แถลงจับกุม นายวิทยาธร บุญเพชร อายุ 27 ปี  ชาว จ.พระนครศรีอยุธยา  ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลงวันที่ 19 มกราคม 2561 ในข้อหาฆ่าผู้อื่น และพยายามฆ่าผู้อื่น และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนติดไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต ให้มีอาวุธปืนติดตัว และไม่มีเหตุอันควร และทำให้เสียทรัพย์

จากกรณีเมื่อวันที่ 19 มกราคม ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 02.40 น. ผู้ต้องหา ได้ใช้อาวุธปืน ก่อเหตุยิงนายศักดิ์สิทธิ์ ศรีทอง เจ้าของอู่ซ่อมรถจักรยานยนต์ ใน จ.สระบุรี เสียชีวิต และยิงนางสาววรรณฤดี ประสิทธิกุล  แฟนสาวของผู้ตาย ได้รับบาดเจ็บ บริเวณถนนพหลโยธิน ช่องทางด่วน (ขาออก) กม.48+700 (ใกล้ตลาดโรงเกลือ) ม.6 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุ ตำรวจสอบปากคำพยาน จนกระทั่งขอศาลออกหมายจับ นายวิทยาธร และติดตามจับกุมตัวไว้ได้ สอบสวนผู้ต้องหาให้การ “รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา” จากนั้นจึงได้นำตัวไปชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำสารภาพ พร้อมกันนี้ จะได้นำผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.พระอินทร์ราชา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

มอบตัวแล้ว! ผู้ต้องหายิงนักศึกษาอาชีวะดับ อ้างขัดแย้งสถาบัน

ตำรวจแถลงจับกุมผู้ต้องหายิงนักศึกษาอาชีวะเสียชีวิต อ้างมีความเชื่อว่าต้องทำร้ายสถาบันคู่อริเสมอ หลังก่อเหตุหนีไปภาคใต้ ก่อนขอมอบตัวเพราะรู้ว่าเป็นค่านิยมที่ผิด

วันนี้ (20 ม.ค. 61) มีรายงานว่า นายไก่ (นามสมมุต) อายุ 18 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุไล่ตีกันกลางถนน บริเวณหน้าปั้มน้ำมันก่อนถึงซอยสำนักงานเขตบางแค ถนนกาญจนาภิเษก และใช้อาวุธปืนยิงคู่อริเสียชีวิต เดินทางเข้ามอบตัวกับทาง พ.ต.อ.พงศ์อนันต์ คล้ายคลึง รอง ผบก.น.9 ที่ท่าอากาศยานนานาชาติ จ.ภูเก็ต เพื่อรับตัวไปดำเนินคดีที่ สน.เพชรเกษม

ทั้งนี้ พ.ต.อ.พงษ์อานันท์ เปิดเผยว่าหลังจากเกิดเหตุทางตำรวจ กก.สส.บก.น. 9 และ ตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.เพชรเกษม ได้ลงพื้นที่หาข้อมูล พร้อมทั้งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด กระทั่งทราบตัวบุคคลที่ลงมือยิงผู้ตาย จากนั้นเร่งติดตามทำการเรียกญาติทางผู้ต้องหามาสอบปากคำ จนพบเบาะแสว่านายกอ ได้หลบหนีไปบ้านของบิดา ที่จ.สุราษฎร์ธานี จึงประสานตำรวจ สภ.เมืองสุราษฎร์ ไปตรวจสอบ ก่อนทางเจ้าตัวประสานขอเข้ามอบตัวดังกล่าว

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยเรียน ปวช.ชั้นปี 1สถาบันอาชีวะ ย่านบางบอน ต่อมาได้ไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับสถาบันคู่อริ ในจ.สมุทรสาคร แล้วลงมือใช้อาวุธฟันจนฝ่ายตรงข้ามได้รับบาดเจ็บ แต่ตอนหลังตกลงกันได้ไม่ดำเนินคดี และด้วยเหตุนี้จึงขอทางครอบครัวไม่เรียนต่อ แต่ทว่าหลังจากลาออกจากสถาบันดังกล่าวแล้ว โดยมีความเชื่อ ความรักสถาบัน ต้องลงมือทำร้ายสถาบันคู่อริเสมอ ซึ่งเจ้าตัวออกมาเช่าห้องพักอยู่เพียงคนเดียว และยังคงวนเวียนอยู่ในกลุ่มรุ่นพี่ และเพื่อนร่วมสถาบัน มาตลอด กระทั่งมาก่อเหตุดังกล่าว ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นอาวุธปืนปากกาที่ทำขึ้นกันเองในกลุ่มนักศึกษา ซึ่งหลังก่อเหตุยังวนเวียนอยู่ระแวกห้องพักกระทั่งทราบว่า ทางตำรวจพอทราบเบาะแส จึงหลบหนีไปที่บ้านบิดา ก่อนมามอบตัวดังกล่าว เพราะกลับใจได้ และรู้ว่าเป็นค่านิยมที่ผิดไม่อยากให้ใครเอาเป็นเยี่ยงอย่าง

ตร. คาด 1 สัปดาห์ ปิดคดีหวย 30 ล้าน หลังผล DNA ออก ยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

“พล.ต.ต.กิตติพงษ์” ผบช.ภ.7 เผยไม่เกิน 1 สัปดาห์ ปิดคดีหวย 30 ล้าน หลังผล DNA ออก ยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

พล.ต.ต.กิตติพงษ์ เงามุข รักษาราชการผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (ผบช.ภ.7) เปิดเผยถึงความคืบหน้าของคดีหวย 30 ล้านบาท ที่ จ.กาญจนบุรี หลังผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ หรือ DNA ออกมาแล้วว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้สรุปผลทางคดีว่าเป็นอย่างไร โดยส่วนนี้ตนได้ตั้งให้ พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รองผบช.ภ.7 เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนให้คดี เรื่องการแจ้งความการยักยอกสลากฯ อยู่ในความรับผิดชอบของระดับกองบัญชาการ โดยพ้นจากอำนาจของตำรวจท้องที่และพนักงานสอบสวนคนเดิม

ทั้งนี้ แม้ว่าผล DNA จะออกมาชัดเจนว่า สลากกินแบ่งรัฐบาลชุดที่มีปัญหาอยู่นั้นไม่มี DNA ของข้าราชการครูในจังหวัดกาญจนบุรี ที่อ้างว่าทำหล่นหาย แต่ในส่วนของการสรุปสำนวนยังถือว่าไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากต้องรอผลการตรวจสอบด้านอื่นๆ อีก ซึ่งส่วนนี้ตนได้กำชับให้คณะทำงานเร่งดำเนินการปิดคดีให้แล้วเสร็จ เชื่อว่าจะสามารถสรุปได้ภายใน 1 สัปดาห์ อย่างช้าสุดไม่เกินเดือนนี้

อย่างไรก็ตาม ผบช.ภ.7 ยืนยันว่าการทำคดีดังกล่าว เจ้าหน้าที่ค่อนข้างมีความละเอียดรอบคอบ โดยจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายแน่นอน