‘อ้วน รีเทิร์น’ แจ้งความถูกโรงงานยาลดความอ้วน ละเมิดลิขสิทธิ์

“อ้วน รีเทิร์น” เข้าแจ้งความถูกโรงงานยาลดความอ้วนละเมิดลิขสิทธิ์ ชื่อยี่ห้อ ทั้งนำภาพตนเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณา ทำให้ปชช.เข้าใจผิด

นายอนันต์ เสมาทอง หรือ อ้วน รีเทิร์น พร้อมนายแพทย์ เพิ่มศักดิ์ เอี่ยมจำรัส เจ้าของโรงงาน เพิ่มอนันต์ แฟคทอรี่ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง หลังยาลดความอ้วนยี่ห้อ “รีเทิร์น เรียว เรียว” ละเมิดลิขสิทธิ์ของบริษัทตนเองที่ใช้ชื่อเพียง “รีเทิร์น” จำหน่ายเพียงวิตามินและยาเสริมความงามเท่านั้น พร้อมนำภาพของอ้วน ไปเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณา จนเกิดความเข้าใจผิด จนกระทั้งล่าสุดยายี่ห้อดังกล่าวถูกจับ และตรวจสอบพบสารยาลดความอ้วนอันตรายแก่ชีวิต ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้นำภาพเพจของยี่ห้อที่ลอกเลียนแบบไปประชาสัมพันธ์ให้ระมัดระวังแต่มีรูปหน้าของอ้วนติดอยู่ด้วย ซึ่งทำให้อ้วนและผลิตภัณฑ์ได้รับความเดือดร้อน

ทั้งนี้ อ้วน รีเทิร์น ยืนยันว่า ไม่เคยรู้จักกับเจ้าของผลิตภัณฑ์และโรงงานที่ผลิตยายี่ห้อดังกล่าว เนื่องจากมีโรงงานผลิตของตนเอง ซึ่งขณะนี้ตนอยู่ระหว่างการหาที่ตั้งและเจ้าของโรงงานที่แท้จริงเพื่อทำการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายและดำเนินคดี โดยภายหลังจากที่ผลิตภัณฑ์ยายี่ห้อดังกล่าวนำภาพของตนเองและชื่อ ของตนเองไปใช้ก็ได้รับความเดือดร้อน ลูกค้าไม่ให้ความเชื่อถือในตัวผลิตภัณฑ์และอาจส่งผลกระทบต่อยอดขายในระยะยาว

อีกครั้งภายหลังจากที่มีภาพของตนเองไปปรากฏที่เพจของอย.หน่วยงานที่เคยให้รางวัลโรงงานและผลิตภัณฑ์ของตนเองก็ติดต่อให้ทำหนังสือชี้แจงและอาจถึงขั้นสอนรางวัลออกซึ่งตนได้ทำการชี้แจงไปแล้วส่วนหนึ่ง แต่เกรงว่าจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดไปมากกว่านี้ วันนี้จึงต้องการมาแจ้งความเพื่อแสดงความบริสุทธิ์และจะนำข้อมูลการแจ้งความไปยื่นกับสำนักงานอยให้ถอนภาพดังกล่าวออกจากเพจและเว็บไซต์ที่เผยแพร่

พ่อเลี้ยง-แม่แท้ๆ ทำร้ายลูก 6 ขวบ ให้การปฏิเสธ อ้างแค่สั่งสอน

ตำรวจลำผักชี พร้อมสหวิชาชีพเตรียมลงพื้นที่สอบปากคำเด็กชายวัย 6 ขวบ ถูกพ่อเลี้ยงและแม่แท้ๆ ทำร้ายบาดเจ็บที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม ขณะแม่ให้การภาคเสธ

พ.ต.ท.เจริญ วิทิต กรกุล รองผู้กำกับการสอบสวน สน.ลำผักชี เปิดเผยความคืบหน้า คดีพ่อเลี้ยงกับแม่แท้ๆ ทำร้ายลูกชายวัย 6 ขวบ ได้รับบาดเจ็บทั้งตัว จนมีผู้นำเรื่องราวมาเผยแพร่ผ่านโซเชียล ก่อนที่พ่อเลี้ยงและแม่ จะเข้ามอบตัวที่ สน.ลำผักชี เมื่อคืนที่ผ่านมา ทั้งนี้ จากการสอบปากคำเบื้องต้น ทั้ง 2 คนยังให้การภาคเสธ ว่าไม่ได้เป็นผู้ทำร้ายลูกชาย แต่ความเป็นแม่ย่อมมีสิทธิ์ตีเพื่อสั่งสอนลูก ซึ่งพนักงานสอบสวนไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของผู้ถูกกล่าวหา

ล่าสุด ในวันนี้พนักงานสอบสวน สน.ลำผักชี พร้อมกับสหวิชาชีพ จะเดินทางไปสอบปากคำ เด็กชายวัย 6 ขวบ ที่นอนรักษาตัวอยู่ โรงพยาบาลสามพราน จ.นครปฐม ซึ่งทางญาติได้แจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สภ.สามพราน ตั้งแต่เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา พร้อมนำเด็กส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนตั้งข้อสังเกตุว่า บาดแผลดังกล่าว หากไม่มีผู้กระทำเด็กจะไม่ได้รับบาดเจ็บขนาดนี้ แม้ว่าผู้ต้องหาให้การภาคเสธ ว่าไม่ได้ทำร้ายโดยใช้ก้นบุหรี่จี้ หรือตบตี  แต่ตำรวจจะต้องตรวจสอบว่าการทำร้ายร่างกายเกิดขึ้นในบริเวณหรือสถานที่ใด มาก่อนหน้านี้ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจน

ประชาชนสักการะ ‘หลวงพ่อทันใจ’ อธิษฐานอะไรได้ทันที

ประชาชนเดินทางมาสักการะ ‘หลวงพ่อทันใจ’สิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่ากันว่าเป็นสุดยอดแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในการอธิษฐาน ด้วยอธิษฐานแล้วได้ผลลัพธ์ทันตาเห็นผลทันใจ 

วันนี้ ( 20 ม.ค. 61) ที่ วัดพระธาตุดอยคํา ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมากราบสักการะ “ หลวงพ่อทันใจ ” ที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่ากันว่าเป็นสุดยอดแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในการอธิษฐาน ด้วยอธิษฐานแล้วได้ผลลัพธ์ทันตาเห็นผลทันใจ ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมมาขอพร บนบาน การขอพรให้จุดธุป 3 ดอก แล้วอธิษฐานขอพรเรื่องที่ต้องการ โดยหน้าวัดจะเห็นพระพุทธรูปหลวงพ่อพูดได้ พระพุทธรูปขนาดใหญ่ ทางเข้า มียักษ์อยู่ด้านหน้าซึ่งวัดพื้นที่ไม่กว้าง สามารถเดินวนได้รอบ ฆ้องในวัดมีความเชื่อว่าถ้าลูบแล้วมีเสียงดังจะโชคดี และด้านหลังวัดจะเป็นจุดชมวิว มองเห็นวิวได้ไกลถึงตัวเมืองเชียงใหม่ สนามบินเชียงใหม่ และที่เห็นได้ชัดในระยะใกล้ ก็จะเป็นอุทยานหลวงราชพฤกษ์

สำหรับวัดพระธาตุดอยคำเดิมชื่อ ” วัดสุวรรณบรรพต ” เป็นวัดที่มีชื่อเสียงด้านการขอพร บนบาน และเป็นวัดที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ อายุเก่าแก่กว่า 1,300 ปี วัดพระธาตุดอยคำสร้างในรัชสมัยพระนางจามเทวีกษัตริย์แห่งหริภุญชัย โดยพระโอรสทั้ง 2 เป็นผู้สร้างในปี พ.ศ. 1230 ประกอบด้วยเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ศาลาการเปรียญกุฏิสงฆ์ และพระพุทธรูปปูนปั้น เดิมชื่อวัดสุวรรณบรรพต แต่ชาวบ้านเรียกว่า “ วัดดอยคำ ”พ.ศ. 2509 ขณะนั้นวัดพระธาตุดอยคำเป็นวัดร้าง ต่อมากรุแตกชาวบ้านพบโบราณวัตถุหลายชิ้น เช่น พระรอดหลวง พระหินทรายปิดทององค์ใหญ่ พระสามหมอ(เนื้อดิน) ซึ่งนำมาประดิษฐานไว้ ณ วัดพระธาตุดอยคำ

66/

วิธีการสักการะขอพรพระเจ้าทันใจของวัดพระธาตุดอยคำ

คือ1. จุดธูป 3 ดอก
2. ท่องคาถาที่อยู่บนป้ายด้านข้างองค์พระเจ้าทันใจ
3. เอ่ย ชื่อ และ นามสกุล ของท่าน
4. ขอพรที่ท่านต้องการได้ทุกเรื่อง โดยระบุเรื่องให้ชัดเจน ครั้งละ 1 เรื่อง

เมื่อสำเร็จแล้ว สามารถนำดอกมะลิมาแก้บนได้ที่วัดพระธาตุดอยคำแห่งนี้ แล้วจึงขอเรื่องใหม่ได้ โดยระบุจำนวนของดอกมะลิให้ชัดเจน และต้องไม่ต่ำกว่าตั้งแต่ 50 พวงขึ้นไป ตามแต่เรื่องที่ท่านขอ โดยท่านไม่จำเป็นต้องกำหนดวันสำเร็จ เพราะพระเจ้าทันใจมีกำหนดระยะเวลาเอาไว้ภายใน 3 เดือน ดอกมะลิท่านจะต้องนำมาเอง เนื่องจากทางวัดพระธาตุดอยคำไม่มีจำหน่าย เพราะทางวัดพระธาตุดอยคำไม่สามารถทราบถึงจำนวนที่ท่านได้บนเอาไว้ว่า เป็นจำนวนกี่พวง นอกจากนี้การแก้บนท่านยังสามารถให้ผู้อื่น นำดอกมะลิมาแก้บนแทนได้

ทั้งนี้ การเดินทางด้วยรถยนต์มาวัดพระธาตุดอยคำ สามารถเดินทางไปวัดพระธาตุดอยคำได้ 3 ทางคือ 1. เข้าทางถนนเลียบคลองชลประทาน แยกจากถนนเชิงดอยบริเวณตลาดต้นพะยอมไปทางทิศใต้ประมาณ 6 กิโลเมตร วัดพระธาตุดอยคำจะอยู่ด้านขวา 2. ไปตามถนนสาย เชียงใหม่ – ฮอด เป็นระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร จากสี่แยกสนามบิน และมีทางแยกเลี้ยวขวาสู่ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 7 เข้าไปอีก 4 กิโลเมตร ซึ่งจากเส้นทางนี้บริเวณวัดจะอยู่ในเขตของศูนย์ขยายพันธุ์พืช 3. เดินทางตามเส้นทางสี่แยกสะเมิง ถนนเชียงใหม่ – หางดง ไปตามเส้นทางเรียบคลองชลประทาน จะมีป้ายบอกข้ามคลองไปทางตำบลแม่เหียะ ไปทางเดียวกับสวนราชพฤกษ์ หรือเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี และศูนย์วิจัยเกษตรฯ ทางขึ้นไปยังวัดพระธาตุดอยคำ เป็นทางขึ้นเขา ทางแคบ รถวิ่งสวนกัน ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ที่จอดรถสามารถจอดได้ที่ริมถนนก่อนถึงวัดพระธาตุดอยคำ 100 เมตร หรือจะจอดที่ลานจอดข้างวัดก็ได้ส่วนของรถโดยสารจะไม่มีรถไปถึง ต้องเหมาจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปราคา ไป-กลับ (รอรับ) ประมาณ 400 บาท วัดเปิดทุกวันเข้าได้ตั้งแต่เวลา 08:00- 17:00 น.เที่ยวได้ตลอดทั้งปี