อีกแล้ว!! คลิปนักเรียนอาชีวะฝั่งธนฯ 2 สถาบันเปิดฉากตะลุมบอนกันดับ 1 ศพ

ฆาตกรในคราบนักเรียน นาทีนักเรียนอาชีวะฝั่งธนฯ 2 สถาบันเปิดฉากตะลุมบอนทำร้ายกัน เป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ

เมื่อช่วงค่ำของวานนี้ (18 ม.ค. 61) เพจดัง อีจัน ได้มีการเผยแพร่คลิปนาทีระทึกขณะเกิดเหตุนักเรียนอาชีวะ 2 สถาบันย่านฝั่งธนฯ เปิดฉากไล่ฟันกันที่ย่านพระราม ก่อนที่ไม่นานจะมีเสียงปืนดังขึ้น จนส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย

โดยคลิปได้เผยให้เห็นภาพของนักเรียนนักเลงของทั้ง 2 สถาบันต่างใช้อาวุธมีดฟาดฟันใส่กันไปมา ก่อนที่จะมี 1 ในนั้นกำลังพยายามลากร่างเพื่อนที่เสียชีวิตออกจากเหตุการตะลุมบอน ก่อนที่กลุ่มคู่อริจะไล่ตามทำให้พวกเขาวิ่งหนีไป จากนั้นหลุ่มวัยรุ่นคู่อริวิ่งไปที่ร่างผู้เสียชีวิตก่อนจะเตะและใช้มีดฟันซ้ำ จนหนำใจและจากไปในที่สุด ขณะที่เพจอีจัน ได้ระบุต่อมาว่า ผู้ตายคือนายสุรนนท์ บุญเดช ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ที่อกข้างซ้าย

ทั้งนี้จากเหตุที่เกิดขึ้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.เพชรเกษมได้ลงพื้นที่เพื่อสืบสวนสอบสวนจากพยานแวดล้อมเพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีแล้ว คาดว่าในเร็ววันนี้จะได้ตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายแน่นนอน  เพราะมีหลักฐานชัดเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดดังกล่าว

นักเรียนตีกัน, เด็กช่าง

ขณะเดียวกันทางตำรวจได้ส่งสายตรวจลงพื้นที่ เพื่อตรวจตราไม่ให้เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำอีก อีกทั้งฝากไปถึงผู้ปกครองควรดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด จะได้เป็นการป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นอีกทางหนึ่ง   นอกจากนี้รายงานข่าวยังได้แจ้งเพิ่มเติมว่า มีนักข่าวรายหนึ่งถูกญาติผู้เสียชีวิตทำร้ายร่างกายด้วยการต่อยไปที่ใบหน้าจนได้รับบาดเจ็บฟันหักด้วย เนื่องจากไม่พอใจที่นักข่าวคนดังกล่าวถ่ายภาพผู้ตายเพื่อไปทำข่าวในครั้งนี้

ขอบคุณภาพและคลิปจาก อีจัน

Traveloka แจงปมฉาว ลูกค้าโวยจองที่พัก แต่กลับไม่เป็นอย่างหวัง

เว็บไซต์ Traveloka ชี้แจงแล้ว กรณีลูกค้าโวยห้องพักไม่ตรงกับโฆษณา ยันลูกค้าเลือกถ่ายรูปเฉพาะที่ปรับปรุง ทั้งๆ ที่มุมอื่นยังเปิดให้บริการปกติ เล็งเอาผิดกลับฐานทำเสื่อมเสีย

จากกรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างในโลกออนไลน์ หลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก โพสต์ภาพและข้อความตัดพ้อในทำนองว่า จองห้องพักกับเว็บไซต์ Traveloka แต่พอไปถึงสถานที่จริงกลับมีสภาพไม่เป็นอย่างที่ประกาศไว้นั้น วันนี้ (19 ม.ค. 61)  ทางเว็บไซต์ Traveloka ได้ออกมาชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยแบ่งเป็นข้อๆ ดังนี้

1.ทางลูกค้าจองห้อง non-refundable ซึ่งจริงๆ แล้วจะไม่สามารถคืนเงินหรือเปลี่ยนวันเข้าพักได้ ลูกค้าได้ติดต่อมาทาง Traveloka เพื่อขอความช่วยเหลือ ทาง Traveloka ตระหนักถึงความสำคัญของลูกค้า จึงช่วยเหลือลูกค้าโดยการให้ติดต่อกับทางโรงแรมโดยตรง เพื่อให้โรงแรมอนุญาตให้เลื่อนตั๋วได้

เหตุผลที่ Traveloka ไม่สามารถเลื่อนวันพัก หรือคืนเงินได้ เพราะต้องปฏิบัติตามสัญญาที่ให้ไว้กับทางโรงแรม ต่อมาลูกค้าได้โทรหาโรงแรมเพื่อขอเลือนการเข้าพัก และทางโรงแรมอนุญาติให้เลื่อนได้ภายในระยะเวลา 1 เดือน และให้ลูกค้าโทรหาโรงแรมเมื่อต้องการเข้าพัก

2. ทางลูกค้าเดินทางมาที่โรงแรมโดยไม่ได้คอนเฟิร์มวันเข้าพัก และไม่ได้มีการอีเมลคอนเฟิร์มการเข้าพักกับทางผู้จัดการโรงแรม ดังที่ลูกค้าได้โพสต์ไว้

3. โรงแรมไม่ได้ทำการปิดตัวลง เพียงปรับปรุง 20% บางส่วนของโรงแรม ซึ่งห้องและส่วนต่างๆ ของโรงแรมยังคงใช้งานได้ปกติ อีกทั้งยังมีลูกค้าท่านอื่นเข้าพัก แต่ทางลูกค้าก็ไม่ได้เข้าไปในห้องพักทันที และได้ไปถ่ายรูปส่วนที่ทางโรงแรมได้ปิดปรับปรุง ส่วนภาพสระว่ายน้ำที่ออกมาคือสระเด็กที่กำลังเปลี่ยนน้ำอยู่ ทำให้ภาพที่ออกมาเป็นไปในเชิงด้านลบ

4. ลูกค้าได้ทำการปฎิเสธการเข้าพัก ทั้งที่แม้ลูกค้าจะไม่ได้ติดต่อเพื่อยืนยันวันเข้าพักกับโรงแรมก่อนก็ตาม แต่โรงแรมก็ยังมีที่พักให้ลูกค้าคนดังกล่าวเข้าพักได้

5. ต่อมาลูกค้าได้เดินไปตามจุดที่โรงแรมมีการปรับปรุง และสระน้ำตามรูปที่ออกข่าว เพื่อถ่ายภาพ และขอเงินคืน ลูกค้าไม่ได้แม้แต่ Check-in เพียงแค่ต้องการจะขอเงินคืนเท่านั้น

6. ทางโรงแรม ติดต่อ Traveloka เพื่อขอให้ทาง Traveloka เพื่อคืนเงินให้แก่ลูกค้า และ Traveloka ก็ดำเนินการคืนเงินโดยทันทีตามคำสั่งของโรงแรม ซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริงที่ลูกค้าแจ้งออกไปว่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาขอเงินคืนแทนลูกค้า

อาจารย์สักยันต์ถูกจ้างให้ไปสักที่เมืองจีน แต่ถูกคนจ้างรวมหัวทำร้ายเกือบตาย

อาจารย์สักยันต์ชื่อดัง จ.อ่างทอง เผยมีคนจีนจ้างให้ไปสักยันต์ที่ประเทศจีน แต่กลับถูกคนจ้างรวมหัวกับกลุ่มชายฉกรรจ์รุมทำร้ายเกือบตาย ทรัพย์สินสูญหายกว่า 2 แสนบาท

วันนี้ 19 ม.ค. 61 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ที่ 3 ต.ราชสถิตย์ อ.ไชโย จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักอาจารย์ปี๊บ อาจารย์สักยันต์ชื่อดัง โดยด้านหน้าบ้านได้ตั้งเป็นตำหนักปู่ฤาษีนารอด ทองคำ บนบ้านเปิดเป็นสำนักสักยันต์ อาจารย์ปี๊บ ศิษย์ปู่ฤาษีนารอด ประทานพร เปิดสักยันต์ ลงนะหน้าทอง สักเสน่ห์เมตตา หลังจากทราบว่าได้รอดชีวิตกลับมาจากต่างประเทศ หลังอาจารย์ปี๊บ ถูกผู้ว่าจ้างให้เดินทางไปสักยันต์ใน เมืองกวางโจว ประเทศจีน เป็นระยะเวลากว่า 1 เดือนเศษ

โดยนาย ยงยุทธ โตคีรี หรืออาจารย์ปี๊ป อายุ 31 ปี เปิดเผยว่า ตนเองได้รับการว่าจ้างจาก นายอเล็กซ์ หรืออาเล่อ ให้เดินทางไปสักยันต์ที่ประเทศจีน เป็นเวลา 1 เดือน โดยให้ค่าจ้าง 150,000 บาท พร้อมออกค่าตั๋วเครื่องบินเดินทางไปกลับให้เรียบร้อย เมื่อสักยันต์ให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก่อนเดินทางกลับทางผู้ว่าจ้าง ได้พาไปรับประทานอาหารในร้านแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ในชนบทแล้วถูกกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวน 7 – 8 คนใช้สเปรย์พริกไทยฉีดเข้าที่ดวงตา และตรงเข้ารุมทำร้าย โดยการใช้อิฐทุบตามร่างกาย และใช้มีดแทง ทำให้เสื้อยืดที่ใส่อยู่ด้านในขาดแต่ไม่มีบาดแผลจนได้รับบาดเจ็บสาหัส โทรศัพท์ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารกับทางบ้านได้รับความเสียหาย และต้องสูญเงินไปกว่า 2 แสนบาท

แต่ยังโชคดีที่เจ้าของร้านอาหาร ให้การช่วยเหลือนำตัว อาจารย์ปี๊บ ไปติดต่อกับทางกงสุลไทยในประเทศจีน และพาไปส่งที่สนามบิน พร้อมได้มอบโทรศัพท์มือถือของตนเองให้กับอาจารย์ปี๊ป ได้ใช้ติดต่อกับควบครอบครัวในระหว่างเดินทางกลับประเทศไทย

ซึ่งตนเองรอดมาได้ก็ถือว่าเป็นบุญ และขอให้ทุกคนคิดให้ดี หากถูกจ้างไปทำงานยังต่างประเทศให้ตรวจสอบให้ดีเสียก่อน เพราะหากไว้ใจนายจ้างมากเกินไป ถ้าตนเองไม่ต่อสู้ขัดขืนก็คงจะเสียชีวิตอย่างไร้หลักฐานในต่างประเทศอย่างแน่นอน อยากจะขอบคุณเจ้าของร้านอาหารที่ช่วยเหลือ และถ้ามีโอกาสอีกครั้งอยากจะเดินทางไปกราบขอบคุณเจ้าของร้านอาหารคนนี้ ที่ได้ช่วยเหลือตัวเองให้เดินทางกลับ ประเทศไทย มาพบเจอแม่ ภรรยา และลูกที่พึ่งเกิดมาลืมตาดูโลกได้อย่างปลอดภัย

ทางด้าน นาง นันท์นภัส มงคลเอี่ยม อายุ 47 ปี แม่ของอาจารย์ปี๊บ กล่าวว่า หลังตนเองได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์จากลูกชาย ว่าถูกทำร้ายในต่างประเทศ ก็รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก และเป็นห่วงว่าลูกชายจะได้รับบาดเจ็บสาหัสมากน้อยเท่าไร จึงได้ประสานผู้สื่อข่าวในจังหวัดอ่างทอง ผ่านไปยัง นาย วีร์รวุทธ์ ปุตระเศรณี ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ในการประสานกับทางกงสุลไทยในประเทศจีน จนสามารถเดินทางกลับมาได้อย่างปลอดภัย

ซึ่งตนเองไม่อยากให้ลูกชายได้เดินทางไปต่างประเทศอีกแล้ว เพราะว่ากลัวอันตรายจนถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งตนเองรู้สึกดีใจ และอยากกล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานที่ให้ช่วยเหลือลูกชาย และเจ้าของร้านอาหารที่ช่วยพาลูกชายมาส่งถึงสนามบินจนกลับมาถึงประเทศไทยได้อย่างปลอดภัยต่อไป

ชาวจีนที่ช่วย นายยงยุทธ โตคีรี ไว้
ชาวจีนที่จ้างให้ไปสัก