ชาวบ้านหวั่นธรรมชาติถูกทำลาย หลัง นทท.ล้นเกาะสิมิลัน

นักท่องเที่ยวล้น ‘เกาะสิมิลัน’ ชาวบ้าน หวั่นทรัพยากรธรรมชาติถูกทำลาย ชี้ไม่มีการควบคุมปริมาณนักท่องเที่ยวเหล่านี้หรือบริหารจัดการให้เหมาะสม

จากกรณีนักท่องเที่ยวล้นเกาะสิมิลัน ทำให้นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมเกรงว่าการท่องเที่ยวจะส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมภายในเกาะสิมิลัน ทางด้านนักท่องเที่ยวมองว่าการขยายตัวด้านการท่องเที่ยวอย่างรวดเร็วและไม่มีการควบคุมจากเจ้าหน้าที่ทำให้สภาพแวดล้อมในปัจจุบันต่างจากอดีตที่ผ่านมาพร้อมเสื่อมโทรมอย่างเห็นได้ชัด ส่วนสาเหตุทางนักท่องเที่ยวมองว่าเกิดจากปริมาณนักท่องเที่ยวจำนวนมากและไม่มีการควบคุมปริมาณนักท่องเที่ยวเหล่านี้หรือบริหารจัดการให้เหมาะสม

เมื่อสอบถามนักท่องเที่ยว อย่างนางนิตยา กาญจนมัย อายุ 56 ปี นักท่องเที่ยวที่เปิดร้านอาหารไทยอยู่ประเทศอังกฤษ กล่าวว่า ปกติตนจะเดินทางกลับมาประเทศไทยบ่อย ๆ ซึ่งทุกครั้งจะเดินทางลงหมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา และหมู่เกาะสุรินทร์ ซึ่งทุกครั้งก็จะรู้สึกประทับใจ แต่ในปีนี้ (2561) ได้ชวนน้องสาวมาด้วยเนื่องจากน้องสาวไม่เคยมา กลับรู้สึกไม่ประทับใจเลย เนื่องจากไม่มีที่จะเดิน ตกใจมาก ก่อนมาได้ยินข่าวมาว่าจำนวนนักท่องเที่ยวเยอะมาก แต่ก็ไม่เชื่อจนเห็นด้วยตาตัวเอง

ซึ่งนั่งเรือไปประมาณ 2 ชั่วโมง เพื่อจะแย่งกันกิน เข้าห้องน้ำต้องเบียดเสียดกัน ที่นั่งก็จะไม่มี ชายหาดเอาผ้าไปปูก็โดนเหยียบโดนถ่มน้ำลายใส่ เป็นอะไรที่เสียดายมาก โดยเฉพาะหมู่เกาะสิมิลัน เป็นอะไรที่รักมากเพราะเที่ยวมา ตั้งแต่ลูกสาวยังเล็กจนขณะนี้ลูกสาวตนเองโตเป็นสาวอายุ 20 กว่า ก็ยังเที่ยวอยู่เรียกได้ว่าเที่ยวหมู่เกาะสิมิลันเกือบทุกปี บ่อยมาก และเป็นสถานที่ที่เรารัก เราต้องการโชว์ให้รุ่นหลังได้เห็นความสวยงามตามธรรมชาติเหมือนเดิม แต่ปีนี้ ไม่เห็นความสวยงามของธรรมชาติเนื่องจากคนเยอะมาก

เจ๋ง!! นักวิจัยไทยคิดค้น “ยาลดความชรา” ในดีเอ็นเอสำเร็จ!!

เจ๋ง!! นักวิจัยไทยคิดค้น “ยาลดความชรา” ในดีเอ็นเอสำเร็จ!! หวังให้ฝันของทุกคนกลายจริง

วานนี้ (18 ม.ค.61)  ศาสตราจารย์ ดร.นพ.อภิวัฒน์ มุทิรางการ ศาสตราจารย์วิจัยดีเด่น (สกว.) จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ในอนาคตวิทยาศาสตร์อาจจะทำให้ฝันของทุกคนเป็นจริง เมื่อคณะวิจัยของตนโดย ดร.มธุรดา เพชรสังข์ นิสิตผู้รับทุนโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) ของ สกว. ได้ตีพิมพ์ผลงานวิจัยในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ

โดยหลังจากทำการวิจัยเรื่อง “การสร้างเสริมสุขภาพดีเอ็นเอโดยใช้อาลูเอสไออาร์เอ็นเอเติมหมู่เมททิล” และได้คิดค้นสารที่สามารถลดรอยโรคที่ดีเอ็นเอของเซลล์มนุษย์ที่เลี้ยงในหลอดทดลอง ทำให้ดีเอ็นเอมีความสเถียร เซลล์ทนต่อสารทำลายดีเอ็นเอ และลดความชราของเซลล์ลง หรือที่เรียกว่าทำให้ “ดีเอ็นเอมีสุขภาพดี”

นอกจากนี้คณะวิจัยยังได้ศึกษาถึงกลไกที่หมู่เมททิลของ “อาลู เอเลเมนท์” ลดลง ทำให้ดีเอ็นเอมีรอยโรคมาก โดยได้ค้นพบข้อต่อดีเอ็นเอ และพบว่าข้อต่อนี้จะอยู่ในดีเอ็นเอที่มีหมู่เมททิล และมีหน้าที่ลดความเครียดของดีเอ็นเอ ซึ่งคล้ายกับรอยต่อของรางรถไฟที่มีเพื่อป้องกันไม่ให้รางบิดเมื่อมีอากาศร้อนจัด ล่าสุดคณะวิจัยกำลังสร้างโปรตีนที่มีหน้าที่รักษาข้อต่อดีเอ็นเอเพิ่มความเสถียรให้สารพันธุกรรม

ล่าสุดคณะวิจัยกำลังร่วมมือกับ ศ.ดร.นพ.นิพนธ์ ฉัตรทิพากร และ ศ.ดร.ทพญ.สิริพร ฉัตรทิพากร ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมสาขาโรคทางไฟฟ้าของหัวใจ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อทดลองใช้ยาอายุวัฒนะดังกล่าวในหนูทดลอง ซึ่งหวังว่าในอนาคตจะสามารถใช้ยาตัวนี้ในการแก้ไขความชราของเซลล์ รวมถึงป้องกันความพิการและโรคที่เกิดจากความชราได้

ขอขอบคุณข้อมูล : สวก. 

จำคุก 3 เดือน ‘ธาริต’ จงใจปกปิดทรัพย์สิน รอลงอาญา 2 ปี

ศาลฎีกาฯนักการเมือง สั่งจำคุก 3 เดือน “ธาริต” อดีตอธิบดี DSI จงใจปกปิดทรัพย์สินปรับ 5 พัน-รออาญา 2 ปี

วันนี้(19 ม.ค.) ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อ่านคำพิพากษาในคดีที่ปปช.ผู้ร้อง นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ผู้คัดค้านเรื่องการแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน

จากกรณีที่ นายธาริต ผู้คัดค้าน ในขณะที่ ดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดี DSI ไม่แสดงรายการทรัพย์สินที่อยู่ในความครอบครองของตนเองและคู่สมรส ประกอบด้วยเงินฝากในธนาคาร 4 บัญชีเงินลงทุนในหุ้นบริษัท 2 แห่งสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน 2 แปลงในจังหวัดนครราชสีมา และเงินฝากในบัญชีธนาคารของคู่สมรสอีก 2 บัญชี

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าการที่ผู้คัดค้านไม่แสดงรายการทรัพย์สินดังกล่าวในการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องกรณีทุก 3 ปีที่อยู่ในตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นการปกปิดไม่แสดงรายการแห่งทรัพย์สินของตนเองและ คู่สมรสเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ ปปช. ในฐานะ ผู้ร้อง ตรวจสอบพบจึงมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าผู้คัดค้าน มีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น

องค์คณะผู้พิพากษามีมติเป็นเอกฉันท์ว่าการกระทำดังกล่าวของพวกคัดค้านเป็นการจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน อันเป็นเท็จที่ควรแจ้งต่อผู้ร้องทุกข์ 3 ปีที่อยู่ในตำแหน่ง อธิบดี DSI พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้องลงโทษจำคุก 6 เดือนปรับ 10,000 บาท ผู้คัดค้านให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือนปรับ 5,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 2 ปี และห้ามผู้คัดค้านดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นเวลา 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2560 อันเป็นวันที่ผู้คัดค้านพ้นจากตำแหน่งที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี