ชาวบ้านหนองปลามัน จ.เชียงใหม่ สร้างอาชีพเสริม เพื่อสกัดปัญหายาเสพติด

ป.ป.ส.สนับสนุนงบให้ชาวบ้านหนองปลามัน จ.เชียงใหม่ สร้างอาชีพเสริมในชุมชน เพื่อป้องกันปัญหายาเสพติด

วันนี้ (19 ม.ค. 61) ที่ จังหวัดเชียงใหม่ ชาวบ้านหนองปลามัน ในอำเภอแม่ริม ได้มีการต่อยอดอาชีพหลังได้รับการสนับสนุนงบประมาณสมทบกองทุนแม่ของแผ่นดิน โดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) นายรัฐธีร์ ศิริกุลวิธิษณ์ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านหนองปลามัน หมู่ที่ 2 เปิดเผยว่า ในวันที่ 12 ส.ค. ของทุกปีทางหมู่บ้านจะจัดกิจกรรมต่างๆ ซึ่งในปี 2561 จะมีการตั้งผ้าป่า เพื่อปลูกป่าที่ชุมชนอนุรักษ์ไว้ 409 ไร่ ซึ่งการได้รับกองทุนแม่ของแผ่นดิน จาก ป.ป.ส. ถือเป็นสิ่งที่ดีที่ช่วยสนับสนุนหมู่บ้าน โดยเฉพาะการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

อย่างไรก็ตามไม่ใช่เพียงแค่ได้รับการสนับสนุนเท่านั้น ทางหมู่บ้านยังขับเคลื่อนหาวิธีไม่ให้เด็กเยาวชนไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ทำให้เกิดความเข้มแข็งและยั่งยืน ซึ่งการที่ชุมชนเข้มแข็งและยั่งยืนได้ นอกจากได้รับการสนับสนุนจาก ป.ป.ส. เป็นหน่วยงานหลักที่เข้ามาติดตามผลที่หมู่บ้านโดยตลอดแล้ว ทาง หมู่บ้านยังมีชุดรักษาความปลอดภัยเฝ้าเวรยามเป็นประจำ ซึ่งทำให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง และสิ่งสำคัญคือการพึ่งพาตัวเอง ที่ทำให้ชาวบ้านยืนหยัดอยู่ได้

สำหรับแนวทางป้องกันยาเสพติดในหมู่บ้าน ในทุก 3 เดือน จะมีกล่องแสดงความคิดเห็น สำหรับผู้ติดยาเสพติดให้ส่งข้อความผ่านกล่อง จากนั้นจะตั้งคณะกรรมการหมู่บ้าน 5 ฝ่าย ให้เข้ามาแก้ปัญหา นอกจากนี้ทางหมู่บ้านยังมีกิจกรรมต่างๆ ที่ทำร่วมกัน เช่น การจักรสาน ทำแหนม ทำกระเป๋า รวมถึงยังสนับสนุนการแสดงกลองสะบัดชัย ของเยาวชนในหมู่บ้าน ไม่ให้กลุ่มคนหนุ่มสาวเลือนหาย โดยจัดตั้งกลุ่มกีฬา รักษาประเพณีของหมู่บ้าน ประสานกับทางโรงเรียน ให้เด็กใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และหาสถานที่จัดแสดงเพื่อหารายได้ให้เยาวชน รวมถึงทุนการศึกษา เพื่อให้เยาวชนเหล่านี้ เเบ่งเบาภาระของพ่อแม่ผู้ปกครองได้

ให้ออกราชการ ‘ตำรวจทางหลวง ช่วยภรรยาขนกัญชา

ผบ.ตร.สั่ง ‘ตำรวจทางหลวง’ อำนวยความสะดวกภรรยาลอบขนกัญาชา ให้ออกจากราชการไว้ก่อน ขณะเดียวกัน พบเชื่อมโยงเครือข่าย “ไซซะนะ”

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมพล.ต.ท. สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด นำแถลงผลปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/2 ระหว่างวันที่ 12-19 มกราคม ซึ่งเป็นการตรวจค้นเป้าหมาย 59 แห่ง ที่เชื่อมโยงกับ 4 เครือข่ายยาเสพติด ได้แก่ 1.เครือข่าย น.ส.ทิพย์อาภา รักษาแสง 2.เครือข่าย น.ส.ธิดารัตน์ จิตรานนท์ 3.เครือข่ายม้งเวียงแก่นของ นายมนตรี วงศ์บุญชัยเลิศ และ 4.เครือข่ายของ นายจิรัฏฐ์ เพ็ญโสภณวิชญ์ หรือ เอกอ้วน

โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 14 คน จาก 9 คดี ตรวจยึดของกลาง อาทิ ยาบ้ากว่า 3 ล้าน 6 แสนเม็ด ยาไอซ์ 2 กิโลกรัม กัญชา 12 กิโลกรัม โคเคน 770 กรัม บ้านและเงินสดกว่า 7 ล้าน 9 แสนบาท และทองรูปพรรณ รวมมูลค่ากว่า 910 ล้านบาท

โดยพล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวถึงคดีลอบขนกัญชา ของ น.ส.ทิพย์อาภา ที่สามีคือ พ.ต.ท.ธนกฤต นิตพันธ์ สารวัตรสอบสวน กองกำกับการ 8 กองบังคับการตำรวจทางหลวง มีส่วนเกี่ยวข้องนั้น ได้สั่งการให้ตรวจสอบย้อนหลังด้วย และมีคำสั่งให้ พ.ต.ท.ธนกฤต ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมสั่งให้ทุกกองบัญชาการ ตรวจสอบพฤติกรรมตำรวจ ว่าเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่ หากพบ ให้ดำเนินการถึงที่สุด

ทางด้านพล.ต.ท สมหมาย กล่าวว่า น.ส.ทิพย์อาภา จะใช้วิธีศัลยกรรมเปลี่ยนหน้าตัวเอง และเปลี่ยนรูปลักษณ์ ปรับเปลี่ยนยานพาหนะเพื่อใช้ขนยาเสพติด ขณะที่พฤติการณ์ของพ.ต.ท ธนกฤต จะให้การช่วยเหลือภรรยาตลอด ทั้งดูแลเรื่องเงิน และเปลี่ยนรถให้ นอกจากนี้ ยังพบเครือข่ายของ น.ส.ทิพย์อาภา เชื่อมโยงกับ นายไซซะนะ แก้วพิมพา ชาวลาว ที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้

ลุ้น! ศาลฎีกาฯ ตัดสินคดี ‘ธาริต’ ยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ หลังแถลงรับสารภาพ

ลุ้น! ศาลฎีกาฯนักการเมือง ตัดสินคดี “ธาริต” ยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ วันนี้หรือไม่ หลังแถลงรับสารภาพ

วันนี้(19 ม.ค.) ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดพิจารณาคดีครั้งแรก เพื่อสอบคำให้การจำเลย ในคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยข้อกล่าวหา นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ฐานจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จฯ ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบการทุจริตฯ ซึ่งการยื่นคำร้องดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลัง ป.ป.ช.มีมติเอกฉันท์ ชี้มูลความผิดนายธาริต ร่ำรวยผิดปกติ

โดยก่อนหน้านี้ นายธาริตได้ยื่นคำรับสารภาพเป็นลายลักษณ์อักษร ไว้แล้ว องค์คณะฯพิจารณาเห็นว่าป.ป.ช. ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องคดีนี้ตั้งแต่วันที่ 10 ส.ค.60 หลังรัฐธรรมนูญฯ ใหม่มีผลบังคับใช้ ซึ่งมาตรา 235 วรรคท้าย กำหนดว่าความผิดเกี่ยวกับการจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงอันควรแจ้งให้ทราบ จะต้องมีพฤติการณ์ที่เชื่อได้ว่ามีเจตนากระทำผิด เมื่อศาลได้ตรวจคำร้องของป.ป.ช.ผู้ร้องแล้ว เห็นว่าไม่ได้บรรยายพฤติการณ์ดังกล่าวมาในคำร้องด้วย ศาล จึงสั่งให้ ป.ป.ช.แก้คำฟ้องโดยบรรยายถึงพฤติการณ์ให้ครบถ้วน และนัดพิจารณาคดีครั้งแรกเพื่อสอบคำให้การจำเลย ใน วันนี้ เวลา 09.30 น.

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ทนายความของนายธาริต เปิดเผยว่า ด่อนหน้านี้ นายธาริต ได้ยื่นคำรับสารภาพเป็นลายลักษณ์อักษรไว้แล้ว ต้องรอดูว่า ศาลฎีกานักการเมือง จะมีคำพิพากษา ในวันนี้ เลยหรือไม่