CR..University of Leeds
สำหรับใครที่มองหาทุนการศึกษา หรือสนใจที่จะเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศ และมีจุดมุ่งหมายเป็นประเทศอังกฤษ หรือที่ชาวไทยขนานนามว่าเป็น ‘เมืองผู้ดี’ มีสำนวนภาษาอังกฤษที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเต็มไปด้วยสถานที่ ที่สวยงาม และเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มากมาย
ในวันนี้ทีมข่าว MThai ได้รับเกียรติ์ จากสาวหมวยอินเตอร์คนเก่ง ที่กำลังจะเป็นบัณฑิตใหม่ป้ายแดงจาก University of Leeds ซึ่งเธอจะมาแนะนำวิธีการขอทุนการศึกษา และการเตรียมตัวในการขอทุน ให้ผู้ที่สนใจได้ทราบกัน…
คุณ อ๋อ กรวลัย รัศมี ได้รับทุนรัฐบาลเพื่อดึงดูดผู้มีศักยภาพสูงที่กำลังศึกษาอยู่ในสถาบันการศึกษาภายในประเทศ หรือ Undergraduate Intelligence Scholarship (UIS) จากก.พ. (คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน) ไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ที่ University of Leeds ซึ่งตั้งอยู่ที่เมือง Leeds ทางตอนเหนือของประเทศสหราชอาณาจักร ในหลักสูตร MSC Finance and Investmen
เริ่มแรกเลยตั้งแต่ตอนที่มีความตั้งใจที่จะไปเรียนต่อประเทศอังกฤษ ก็เริ่มหาข้อมูลว่ามหาวิทยาลัยไหนมีชื่อเสียงด้านที่เราสนใจคือด้าน Finance and Investment ก็เลยเลือก University of Leeds เมืองลีดส์ ทางตอนเหนือของประเทศสหราชอาณาจักร ซึ่งได้รับจัดอันดับเป็นที่ 1 ในด้าน Accounting and Finance และได้รับการจัดอันดับให้เป็น University of the Year 2017 มหาวิทยาลัยลีดส์มีวิทยาเขตเพียงแห่งเดียวในเมืองนี้ ตัวมหาวิทยาลัยห่างจากตัวเมืองลีดส์เพียง 10 นาที ทำให้มีความสะดวกสบายในการเดินทาง และการใช้ชีวิตเป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ยังมีนักศึกษาต่างชาติมาเรียนที่นี่มากมาย ทำให้ได้รู้จักเพื่อนใหม่ ๆ แลกเปลี่ยนความคิดและภาษา เรียนรู้การเข้าสังคมที่แตกต่างออกไป ทางมหาวิทยาลัยยังมีคอร์สภาษาเปิดให้นักศึกษาที่ต้องการเรียนรู้ทักษะทางด้านภาษาอังกฤษเพิ่มเติมสามารถลงทะเบียนเรียนได้ฟรี มีชมรมและกิจกรรมต่าง ๆ มากมายเพื่อให้นักศึกษาไม่เครียดจนเกินไป และยังมีหน่วยงานของมหาวิทยาลัยที่จะมีการจัดทริปไปเที่ยวเมืองต่าง ๆ ทุกอาทิตย์โดยนักศึกษาสามารถซื้อตั๋วผ่านทางเว็ปไซต์ของมหาวิทยาลัยในราคาถูก เจ้าหน้าที่ในมหาวิทยาลัยมีความเป็นกันเองสูงและยินดีให้คำปรึกษาในเรื่องต่าง ๆ แม้จะนอกเหนือจากเรื่องเรียนที่สามารถส่งผลกระทบต่อการเรียนหรือการใช้ชีวิต เพราะนักศึกษาส่วนใหญ่ก็จะเป็นนักศึกษาต่างชาติอยู่แล้ว
CR..University of Leeds
สถานที่ท่องเที่ยวสวยงาม และความหลากหลายทางเชื้อชาติ เป็นเหตุผลสำคัญในการเลือกอังกฤษเป็นคำตอบของการเรียนต่อปริญญาโทของเธอ…
เนื่องจากทุนนี้เปิดโอกาสให้นักเรียนทุนสามารถไปศึกษาต่อที่ประเทศใดก็ได้ในโลก เหตุผลที่ตัดสินใจมาศึกษาที่ประเทศอังกฤษ เพราะประเทศอังกฤษมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย เป็นประเทศในฝันตั้งแต่เด็ก ๆ มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดี มีระบบการคมนาคมที่สะดวกสบาย โดยมีบัตรส่วนลดที่ใช้เดินทางโดยรถไฟสำหรับนักศึกษาโดยเฉพาะ แต่สภาพอากาศอาจจะเป็นปัญหานิดหน่อยเพราะในหนึ่งวันจะมีทั้งแดดออก และฝนตก เพราะฉะนั้นต้องพกร่มตลอดเวลา หรือเช็คสภาพก่อนออกจากบ้าน มีนักศึกษาที่มาจากหลายเชื้อชาติซึ่งสามารถทำให้เราได้ฝึกภาษาและได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมใหม่ๆ ภาษาหลักที่ใช้ก็เป็นภาษาที่เราคุ้นเคยอยู่แล้ว คือ ภาษาอังกฤษ จึงไม่ต้องเสียเวลาปรับตัวเรียนภาษาใหม่
อ๋อ กรวลัย รัศมี
ที่สำคัญคือเป็นหลักสูตรปริญญาโท 1 ปี นอกจากนี้นักศึกษายังสามารถทำงาน Part-time ได้ 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เป็นการหารายได้พิเศษและประสบการณ์ไปในตัว และสาเหตุที่เลือกมหาวิทยาลัยลีดส์ เพราะเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในด้าน Accounting and Finance ซึ่งเป็นสาขาที่เราตั้งใจจะเรียนอยู่แล้ว และเมืองลีดส์นั้นเป็นเมืองที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก มีสถานที่เที่ยวโดยรอบมากมาย สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้สะดวก โดยการเดินหรือใช้บริการรถสาธารณะ นอกจากนี้หากมีวันหยุดเสาร์อาทิตย์ก็ยังไปเที่ยวเมืองรอบ ๆ ได้สะดวกอีกด้วย
ระบบการศึกษาของอังกฤษในระดับปริญญาโท ต่างจากประเทศอื่น ๆ เพราะเป็นหลักสูตร 1 ปี ส่วนประเทศอื่นใช้เวลาอย่างต่ำ 2 ปี…
ถ้าพูดถึงระบบการศึกษาในประเทศอังกฤษในระดับปริญญาโทจะแตกต่างจากประเทศอื่น ๆ คือ เป็นหลักสูตรปีเดียว ในขณะที่ประเทศอื่นจะเป็นหลักสูตร 2 ปีขึ้นไป มีหลักสูตรให้เลือกหลากหลาย การเรียนจะแบ่งออกเป็น 3 เทอมโดย 2 เทอมแรกจะเป็นการเรียนการสอนปกติ และเทอมที่ 3 จะเป็นการทำ dissertation จะมีปิดเทอมในช่วงเดือน ธันวาคมและเมษายน
นักศึกษาสามารถใช้ช่วงปิดเทอมนี้ทบทวนบทเรียนและสามารถไปเที่ยวได้สบายหากมีการแบ่งเวลาที่ดี นอกจากนี้ทางมหาวิทยาลัยยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาสามารถเลือกวิชาเรียนต่างคณะได้ เช่น นักศึกษาสาขาวิศวกรรมศาสตร์ สามารถเลือกเรียนวิชาสาขา Finance ได้ ส่วนในการเก็บคะแนน ส่วนใหญ่จะเป็น Assignment 100% หรือ สอบ 100% ไปเลยแล้วแต่คณะว่าจะเน้นงานหรือสอบมากกว่ากัน แต่ในบางมหาวิทยาลัยก็จะมีการแบ่งสอบเป็นมิดเทอมหรือปลายเทอม แต่ที่มหาวิทยาลัยลีดส์จะไม่มีการแบ่งมิดเทอมและปลายเทอม
CR..University of Leeds
นอกจากนี้ทางมหาวิทยาลัยจะมีระบบความช่วยเหลือ และให้ความสำคัญกับนักเรียนต่างชาติมาก โดยจะมีชมรมตอนเย็นหลังเลิกเรียนเปิดโอกาสให้นักศึกษาพบปะพูดคุย หรือปรึกษาปัญหากัน มีหน่วยงานที่คอยให้คำปรึกษาด้านการใช้ชีวิต ที่สามารถส่งผลกระทบต่อการเรียน แต่ระบบการศึกษาของประเทศอังกฤษจะมีความคล้ายคลึงกับระบบการศึกษาในไทย คืออาจารย์สอนหน้าห้อง นักศึกษานั่งฟัง จดเลคเชอร์ เน้นทฤษฎีแต่ไม่ละเลยการปฏิบัติ แต่จะแตกต่างกันตรงที่จะมีโอกาสให้นักศึกษาได้แสดงความคิดเห็น มีส่วนร่วมในห้องเรียนมากกว่า
รูปแบบการเรียนการสอนของอังกฤษที่ต่างจากไทย
ทางมหาวิทยาลัยยังมีระบบสนับสนุนนักศึกษามากกว่า คือ มีอาจารย์ที่ปรึกษาที่สามารถติดต่อได้ง่ายมาก เพียงแค่อีเมลล์ไปส่วนตัวได้เลย, สัมมนาเพื่อทบทวนบทเรียนโดยการทำแบบฝึกหัด และให้นักศึกษาได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน นอกจากจะได้ฝึกทักษะการฟัง พูดแล้ว ยังได้รู้จักเพื่อนใหม่ ๆ อีกด้วย
อ๋อ กรวลัย รัศมี
วัฒนธรรมของประเทศอังกฤษสำหรับคนวัยเรียนนั้น เริ่มแรกเลยคนที่นี่จะมีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก ทำให้มีอิสระในการใช้ชีวิตมาก เช่น การแต่งกาย วันหยุดเสาร์อาทิตย์ก็จะออกมาสังสรรค์กัน แต่งตัวแปลก ๆ เพราะฉะนั้นจะเห็นคนพลุกพล่านมาก แม้จะดึกดื่นแค่ไหนก็ตาม ทำให้บรรยากาศในเมืองอบอุ่น และสนุกสนานมาก คือทุกคนใช้ชีวิตเต็มที่ ทำอะไรที่อยากทำ ไม่ต้องประดิษฐ์สร้างภาพอะไร ซึ่งแตกต่างจากวัฒนธรรมไทยที่เวลาจะออกไปไหนต้องแต่งตัวให้ดูดี แคร์สายตาคนรอบข้างมาก นอกจากนี้คนอังกฤษจะเอ่ยปาก ขอโทษ หรือ ขอบคุณง่ายมาก จนเป็นคำติดปาก แต่เป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกที่ก็จะมีทั้งคนที่ดีและคนที่ไม่ดี
ดังนั้นก็อย่าประมาทจนเกินไปเวลาจะไปไหน หรือทำอะไร และหากมองวัฒนธรรมด้านการศึกษาปริญญาโทนั้น เนื่องจากการศึกษาในระดับปริญญาโทก็จะความเปิดกว้าง และไม่จำกัดอายุ ดังนั้นนักศึกษาที่นี่ก็จะมีช่วงอายุที่แตกต่างกันเล็กน้อย บางคนเรียนจบปริญญาตรีแล้วก็มาเรียนต่อระดับปริญญาโทเลย บางคนมีลูก มีครอบครัวแล้ว ทำให้การใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยจะไม่ได้จับกลุ่มกับเพื่อนในคลาสมาก แต่จะสนิทกับเพื่อนที่อยู่หอด้วยกันมากกว่า ซึ่งก็จะมีความคล้ายคลึงกับบรรยากาศการศึกษาปริญญาโทในไทยที่ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ทำงานแล้ว ทำให้ระดับความสัมพันธ์มีช่องว่างพอสมควร
อ๋อ กรวลัย รัศมี
การเหยียดสีผิว ความต่างทางเชื้อชาติและศาสนาต่อการดำรงชีวิตในระหว่างการศึกษาในประเทศอังกฤษ
การใช้ชีวิตที่อังกฤษ เรื่องที่นักศึกษาหรือนักท่องเที่ยวทุกคนกังวลคงจะเป็นเรื่องการเหยียดสีผิว คนเอเชีย ถ้าถามว่ายังมีอยู่ไหม ก็อาจจะมีอยู่บ้างเล็กน้อย ไม่ถึงขั้นที่จะสร้างความลำบากใจในการใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น อาจจะเห็นได้จากสายตาที่มองคนเอเชียแปลก ๆ หรือ การบริการต่าง ๆ นักศึกษาทุนเมื่อไปเรียนไกลบ้าน ไปใช้ชีวิตในที่ที่เราไม่คุ้นเคย ช่วงแรก ๆ อาจจะเกิดอาการ Homesick (ภาวะคิดถึงบ้าน หรือสิ่งแวดล้อมเดิม ๆ) หรือ Culture shock (อาการหรือความรู้สึกแปลกแยกจากสังคมรอบข้าง) บ้างเป็นธรรมดา แต่หากปรับตัวได้โดยการหมั่นออกไปสังสรรค์กับเพื่อน หาประสบการณ์ใหม่ ๆ โดยการทำงานพาร์ทไทม์ หรือ เข้าร่วมชมรมต่าง ๆ ก็จะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมาก ๆ จนอาจจะไม่อยากกลับมาเลยทีเดียว
นอกจากนี้ยังเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าประเทศอังกฤษเป็นประเทศที่มีระบบคมนาคมที่อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในประเทศ ทำให้สามารถออกเดินทางไปเที่ยว เปิดหูเปิดตา เก็บเกี่ยวประสบการณ์ง่าย ๆ แต่เรื่องอาหารอาจจะไม่ถูกปากคนไทยเท่าไหร่นัก เพราะรสชาติจะไม่จัดจ้านเท่าอาหารไทย แต่ก็มีร้านอาหารไทย หรืออาหารเอเชียนอยู่เยอะพอสมควรแต่ก็จะเน้นรสชาติสไตล์ฝรั่ง ส่วนเรื่องสภาพอากาศก็เป็นปัญหาสำคัญของที่นี่เพราะอากาศจะแปรปรวนมากในแต่ละวัน ทั้งฝนตก แดดออก ท้องฟ้าปลอดโปร่ง ทำให้ต้องเตรียมตัวโดยการพกร่มตลอดเวลา หรือ เช็คสภาพอากาศก่อนออกจากบ้านเสมอ
เป้าหมาย สถานีต่อไปเมื่อสำเร็จการศึกษา ?
เนื่องจากตามเงื่อนไขของทุน ก.พ. เมื่อไปศึกษาต่อแล้ว ต้องกลับมาใช้ทุนในหน่วยงานราชการที่เราได้เลือกบรรจุไว้ ดังนั้นเมื่อเรียนจบต้องกลับไทยมารายงานตัวเลยภายในระยะเวลาที่ทางก.พ.กำหนด ซึ่งงานในแต่ละหน่วยงานราชการก็จะมีความแตกต่างออกไปในแต่ละตำแหน่ง หน้าที่ที่สอดคล้องกับสาขาที่เราเรียนมา แต่ถ้าถามถึงความสนใจในงาน ก็คงเป็นงานด้านการเงิน การลงทุน ซึ่งตรงกับสาขาที่เรียนมา
แต่สำหรับน้อง ๆ หรือผู้ที่สนใจจะเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ หากกังวลเรื่องการใช้ทุน หรือ ไม่สนใจทำงานราชการ ก็สามารถหาทุนด้วยตนเองได้ เพียงแค่หมั่นสืบค้นหาข้อมูลบ่อย ๆ นอกจากนี้หากมีผลการเรียนดี ยังสามารถได้ลดค่าเทอมลงด้วย จำนวนมากน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละมหาวิทยาลัย และอยากจะฝากน้อง ๆ ที่อยากมาศึกษาต่อที่ต่างประเทศว่ามันไม่ได้ยากเกินความสามารถของเรา แต่ต้องมีความตั้งใจให้มีเกรดเฉลี่ย 3.5 หรือ 3.25 ขึ้นไป และขยันศึกษาหาข้อมูล เตรียมตัวตั้งแต่เนิ่น ๆ