เปิดใจพ่อค้า!! ถูกวัยรุ่นปรี่กระทืบจมกองเลือด – คาดทำร้ายผิดตัว

เปิดใจพ่อค้าดวงตก!! ถูกวัยรุ่นปรี่เข้ารุมกระทืบจมกองเลือด – คาดถูกทำร้ายผิดตัว

เมื่อวันที่ (16 ม.ค.61) ที่ผ่านมา แฟนเพจ “แห่มโพธิ์ดำ” ได้โพสต์คลิปวิดีโอของผู้ใช้เฟซบุ๊ครายหนึ่งที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ “พ่อค้าขายไส้กรอกดวงตก ถูกวัยรุ่นวิ่งเข้ามาทำร้ายจนล้มลงกับพื้น ก่อนพาเพื่อนรุมกระทืบ”  บริเวณถนนเพรชบุรีตัดใหม่ซอยเพรชบุรี 38 จังหวัดกรุงเทพมหานคร 

ล่าสุดวันนี้ (18 ม.ค.61) เจ้าตัวได้ออกมาเปิดใจโดยเล่าว่า ในวันเกิดเหตุตนได้เข้ามาทำหน้าที่แทนพ่อ ซึ่งระหว่างยืนปิ้งไส้กรอกอยู่นั้น จู่ๆก็มีวัยรุ่นวิ่งปรี่เข้ามาเตะก้านคอจากด้านหลัง จนล้มลงกับพื้นและถูกเพื่อนคู่กรณีเข้ามารุมกระทืบซ้ำอีก 1 คน ก่อนจะหลบหนีไป  ซึ่งตนเล่าว่าไม่รู้จักและไม่เคยมีเรื่องกับวัยรุ่นกลุ่มนี้มาก่อน 

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งหาเบาะแสเพิ่มเติมจากกล้องวงจรปิด และจากการสอบถามพยานบริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อตามจับวัยรุ่นดังกล่าวโดยเร็ว พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ได้คาดการว่าน่าจะเกิดการทำร้ายผิดตัว นอกจากนี้แพทย์ได้เผยถึงอาการของเจ้าตัวว่า “สมองมีอาการเลือดคลั่งและกระโหลกศีรษะช้ำ”

ขอขอบคุณข้อมูล : แหม่มโพธิ์ดำ

ตรวจแล้วไม่พบ แรงงานต่างด้าวตั้งแผงขายของ แย่งอาชีพคนไทยที่มหาชัย

จัดหางานมหาชัย ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว หลังสื่อดังตีข่าวแรงงานต่างด้าวตั้งแผงขายของแย่งอาชีพคนไทย ขณะที่กระทรวงแรงงานเข้มเร่งกวดขันใกล้ชิดในพื้นที่เสี่ยง เพื่อป้องกันไม่ให้คนไทยได้รับผลกระทบ

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (17 ม.ค. 61) นายสมพงษ์ แก้ววรรณดี นักวิชาการแรงงานชำนาญการและตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสมุทรสาคร ได้ลงพื้นที่ ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร  เพื่อตรวจสอบ หลังเกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างจากกรณีที่หนังสือพิมพ์ดังเดลินิวส์ ฉบับวันที่ 17 ม.ค.61 ลงพาดหัวข่าวหน้าหนึ่ง โดยระบุ แรงงานพม่าฮุบกิจการ ยึดมหาชัย วอนรัฐฯ เร่งปราบด่วน

โดยจากการตรวจสอบพื้นที่เป้าหมาย 2 จุด ที่คาดว่ามีแรงงานต่างด้าวฮุบกิจการตั้งแผงขายสินค้าแย่งอาชีพคนไทยตามที่หนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวนำเสนอ ก็ไม่พบว่า มีแรงงานต่างด้าวที่ขายสินค้าแย่งอาชีพคนไทยแต่อย่างใด ซึ่งร้านค้าโดยทั่วไปก็มีคนไทยขายสินค้าตามร้านค้าต่างๆ ตามปกติ อย่างไรก็ตามจากข้อมูลการตรวจสอบที่ได้มายังขัดแย้งกันอยู่กับคนในพื้นที่อยู่ คงต้องติดตามกันต่อไปว่าแท้จริงแล้วมีคนต่างด้าวยึดค้าชีพค้าขายแย่งคนไทยทำมาหากินหรือไม่อย่างไร

แรงงานต่างด้าว, ข่าวสดวันนี้
กระทรวงแรงงาน

ขณะที่ในประเด็นนี้ เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 61 ที่ผ่านมา ที่กระทรวงแรงงาน นำโดยนายอนุรักษ์ ทศรัตน์ อธิบดีกรมการจัดหางาน ได้ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าวว่า พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มิได้นิ่งนอนใจโดยได้สั่งการให้กรมการจัดหางานเร่งตรวจสอบติดตาม กวดขันอย่างใกล้ชิด เพื่อมิให้คนไทยได้รับความเดือดร้อน

ซึ่งอาชีพขายของหน้าร้าน หรือเร่ขายของ เช่น ขายผลไม้ ดอกไม้ เป็นต้น เป็นงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำตามกฎหมาย ซึ่งในปีงบประมาณ 2560 ที่ผ่านมา (ต.ค2559-ก.ย.2560) กรมการจัดหางานได้มีการตรวจสอบและดำเนินคดีนายจ้างและแรงงานต่างด้าวไปแล้ว

ซึ่งมีผลการดำเนินงานทั่วประเทศ คือ ตรวจสอบนายจ้างและสถานประกอบการ จำนวน 3,564 ราย แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม จีน อินเดีย บังคลาเทศ และอื่นๆ จำนวน 2,397 คน และดำเนินคดีนายจ้าง/สถานประกอบการที่ฝ่าฝืนกฎหมายจำนวน 246 ราย แรงงานต่างด้าว จำนวน 1,609 คน

นอกจากนี้นายอนุรักษ์ กล่าวย้ำเตือนนายจ้างให้จ้างแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีใบอนุญาตทำงานและทำงานตรงกับประเภทงาน และกับนายจ้าง ท้องที่หรือเงื่อนไขในการทำงานตามที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตทำงาน ขณะเดียวกันแรงงานต่างด้าวต้องมีใบอนุญาตทำงานและทำงานตรงกับที่ระบุไว้ในใบอนุญาตทำงานรวมทั้งห้ามทำงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

เรืองไกรจี้ ป.ป.ช. ตรวจสอบนายกฯ ตีกอล์ฟ ใช้ทรัพย์สินของรัฐ เพื่อประโยชน์ส่วนตน

เรืองไกรจี้ ป.ป.ช. ตรวจสอบนายกฯ ตีกอล์ฟ ว่าใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือไม่

วันนี้ ( 18 ม.ค. 61 ) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา เข้ายื่นหนังสือขอให้ประธานกรรมการ ป.ป.ช. ตรวจสอบ พลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2560 นายกรัฐมนตรีกับพวกไปตีกอล์ฟที่สนามกอล์ฟนิกันติ จังหวัดนครปฐม และมีการถ่ายภาพกับนักการเมืองตระกูลสะสมทรัพย์ ว่ามีการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 103 หรือไม่ และมีการรับประโยชน์จากการใช้ทรัพย์สินทางราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อประชาชนส่วนตนหรือไม่

โดยขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการตีกอล์ฟเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2560 ว่ามีการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดเรื่องการชำระค่าบริการตีกอล์ฟหรือค่าอาหารที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 103 หรือไม่ และมีการรับประโยชน์จากการใช้ทรัพย์สินทางราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ( ยานพาหนะ น้ำมัน กำลังคน) เพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือไม่ โดยขอให้นำคดีหมายเลขดำ อ.2117/2558 มาเป็นแนวทางประกอบการทำงานของ ป.ป.ช.