ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยัน”น้องณิชา”ตกเป็นเหยื่อแก๊งโรแมนซ์สแกม ไม่มีส่วนรู้เห็นในการฉ้อโกง
ขณะที่เจ้าตัวโล่งใจพ้นข้อกล่าวหา พร้อมเตือนผู้ทำบัตรประชาชนหาย ให้แจ้งความไว้เป็นหลักฐาน
พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะ แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาที่ใช้บัตร ATM ของ นางสาวณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ เพื่อนำไปเปิดบัญชี หลอกลวงเอาทรัพย์สินของผู้เสียหาย โดยมีนายอายัค ไซมอน อีโก้ สัญชาติแคเมอรูน เป็นหัวหน้าแก๊งค์โรแมนซ์สแกรม ทำการว่าจ้าง หญิงสาวชาวไทย 3 คน ให้ไปเปิดบัญชีธนาคาร เพื่อรับโอนเงินจากผู้เสียหาย จำนวน 8 ธนาคาร รวม 10 บัญชี และจับกุมผู้ต้องหาได้ครบทั้ง 4 คนแล้ว
ทั้งนี้ จากพยานหลักฐานที่ปรากฎ พบว่า นางสาวณิชา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ต้องหา และเป็นผลมาจากการทำบัตรประชาชนหาย ก่อนที่จะถูกสวมบัตรเปิดบัญชีธนาคาร และก่อเหตุฉ้อโกง ภายหลังการแถลงข่าว นางสาวณิชา และพี่สาว ได้เข้าพบ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อแสดงความขอบคุณ ที่ไขคดีให้เกิดความกระจ่างชัด
ด้าน พลตำรวจตรีปริญญา วิศิษฐฎากุล ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดตาก เปิดเผยถึงคดีนี้ว่า ได้มีคำสั่งขอยกเลิกคำร้องผลัดฟ้องและฝากขัง นางสาวณิชา เนื่องจากไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการก่อเหตุฉ้อโกงแต่ในกระบวนของศาล นางสาวณิชา ยังคงต้องเดินทางมารายงานตัวต่อศาลจังหวัดตาก ในวันนี้ (18 ม.ค.) ตามหมายนัดเดิม เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงขอคืนเงินประกันตัว และขอความช่วยเหลือด้านอื่นๆ

ส่วนการถูกการควบคุมในเรือนจำเป็นเวลา 3 วัน ก็มีสิทธิ์ได้รับเงินชดเชยตาม พ.ร.บ.ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบทางอาญาฯ ซึ่งเรื่องนี้จะมีคณะกรรมการกองทุนยุติธรรมพิจารณาว่า ควรจะได้รับการช่วยเหลือเป็นจำนวนเท่าใด
ขณะที่ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่ากรณีที่ธนาคารทำให้ลูกค้าได้รับความเสียหาย เบื้องต้นมีโทษสูงสุด คือ ปรับ 1 ล้านบาท หรือปรับรายวัน

