นาทีชีวิต ! โยนลูกจากระเบียงชั้น 3 หนีไฟไหม้

ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์แห่แชร์คลิปนาทีระทึก ขณะเด็กถูกโยนลงมาจากระเบียงชั้น 3 ของอาคารที่ถูกไฟไหม้ในรัฐจอร์เจียของสหรัฐ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเหตุการณ์สุดระทึก พร้อมเผยแพร่คลิปเหตุการณ์ขณะที่ชายคนหนึ่งโยนเด็กลงมาจากระเบียงชั้น 3 ของอาคารที่กำลังเกิดเพลิงไหม้ ในระหว่างที่เขาพยายามปีนบันไดลงมาด้านล่าง โชคดีที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงรับเด็กไว้ได้ทัน

ภาพดังกล่าวถูกบันทึกไว้ได้จากกล้องติดหมวกเจ้าหน้าที่ ขณะเข้าควบคุมเพลิงที่ลุกไหม้อาคารแห่งหนึ่ง ในเมืองแอตแลนต้า รัฐจอร์เจียของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 3 มกราคม

เจ้าหน้าที่โพสต์คลิปภาพดังกล่าวในเฟซบุ๊กเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา และผู้คนจำนวนมากพากันแชร์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์

เจ้าหน้าที่ “อีริก แจ็กสัน” บอกกับสื่อท้องถิ่นว่า พวกเขารับตัวเด็กๆ หลายคนที่ถูกโยนเหมือนลูกฟุตบอล หลังจากผู้ปกครองหลายคนที่อยู่บนระเบียงโยนเด็กลงมา เพื่อหนีไฟไหม้ ซึ่งเจ้าหน้าที่หลายนายช่วยกันรับตัวเด็กไว้ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

เจ็บจี้ด!! “ทรัมป์” ซัดเละ “คิม” หลังโอ้อวดนิวเคลียร์ทรงพลัง

สงครามน้ำลาย!! “ทรัมป์” ซัด “คิม” กลับแบบเจ็บจี้ด หลังโอ้อวดนิวเคลียร์ทรงพลังกว่า สหรัฐฯ

วันนี้ (17 ม.ค.61) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า “นายคิม จอง อึน” ผู้นำของประเทศเกาหลีเหนือ ได้กล่าวสุนทรพจน์ไว้เมื่อวันที่ 1 ม.ค.61 โดยมีเนื้อหาว่า “แผ่นดินของสหรัฐฯอยู่ในพิสัยการโจมตีของอาวุธนิวเคลียร์ เกาหลีเหนือ ซึ่งสามารถกดปุ่มสั่งโจมตีได้ทุกเมื่อ!! “

ต่อมา เช้าวันที่ 2 ม.ค.  ผู้นำของประเทศสหรัฐอเมริกา “โดนัล ทรัมป์” ได้ตอกกลับอย่างเจ็บจี้ดว่า “ตนก็มีปุ่มกดนิวเคลียร์บนโต๊ะทำงานที่ทำเนียบขาวตลอดเวลา ให้ใครก็ได้ในประเทศที่อดอยากนี้ช่วยไปบอกผู้นำเกาหลีเหนือ ว่าปุ่มกดนิวเคลียร์ของผมมีขนาดใหญ่กว่า และมีความทรงอานุภาพมากกว่า รวมถึงสามารถใช้งานได้จริงอีกด้วย” 

ล่าสุดวานนี้ (16 ม.ค.61)  สื่อของเกาหลีเหนือ ได้ออกมาตอบโต้คำพูดโอ้อวดของทรัมป์ว่า เป็นแค่อาการชักกระตุกของคนบ้าที่เกรงกลัวในอำนาจของเกาหลีเหนือและเป็นเสียงเห่าของหมาบ้า นอกจากนี้ทวีตของทรัมป์เหมือนคนเป็นโรคอารมณ์แปรปรวนและโรคจิตเภท แสดงถึงภาวะความสิ้นหวังของผู้แพ้

ขอขอบคุณข้อมูล : phenkhao

เมียนมายอมรับ ‘โรฮีนจา’ กลับประเทศสัปดาห์ละ 1,500 คน

เมียนมาตกลงรับชาวโรฮีนจากลับจากค่ายผู้อพยพในบังกลาเทศ 1,500 คนต่อสัปดาห์ โดยคาดจะเริ่มกระบวนการส่งตัวกลับได้ภายในวันที่ 23 ม.ค.นี้

กระทรวงต่างประเทศของเมียนมาและบังกลาเทศบรรลุข้อตกลงร่วมกันเมื่อวานนี้ ว่า จะดำเนินการส่งตัวชาวมุสลิมโรฮีนจาที่อพยพเข้าไปในบังกลาเทศให้แล้วเสร็จภายในเวลา 2 ปี หลังจากชาวโรฮีนจาหลายแสนคนหลบหนีเหตุรุนแรงในรัฐยะไข่ของเมียนมาเข้าไปยังบังกลาเทศ ตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว

แถลงการณ์ร่วมของทั้งสองฝ่าย ระบุว่า บังกลาเทศจะจัดตั้งค่ายสำหรับผ่านแดน 5 แห่ง บริเวณชายแดนติดกับเมียนมา เพื่อรอส่งชาวโรฮีนจาไปยังศูนย์รับตัวกลับในเมียนมา 2 แห่ง โดยกระบวนการส่งตัวกลับน่าจะเริ่มต้นได้ภายในวันที่ 23 มกราคมนี้

BBC รายงานโดยอ้างนายเอ็มดี. ชาฮิดุล ฮากี ปลัดกระทรวงต่างประเทศบังกลาเทศ ที่ระบุว่า เมียนมาตกลงรับตัวชาวโรฮีนจากลับประเทศ วันละ 300 คน ถึง 1,500 คนต่อสัปดาห์ และทั้งสองฝ่ายจะทบทวนข้อตกลงดังกล่าวทุกๆ 3 เดือน

ภายใต้ข้อตกลงนี้ ในระยะเวลา 2 ปี จะมีชาวโรฮีนจาถูกส่งตัวกลับเมียนมาราว 156,000 คน ซึ่งน้อยกว่าจำนวนผู้อพยพชาวโรฮีนจาในบังกลาเทศกว่า 650,000 คน

โดยทางการเมียนมาจะสร้างค่ายชั่วคราวสำหรับชาวโรฮีนจาที่เดินทางกลับประเทศก่อน จากนั้นจึงจะสร้างบ้านให้พวกเขา

ขณะที่นายอังเดรจ มาเฮกิก โฆษกสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ระบุวานนี้ว่า ชาวโรฮีนจาควรจะกลับบ้านด้วยความสมัครใจ เมื่อพวกเขารู้สึกปลอดภัย ซึ่งก็ยังมีความท้าทายสำคัญที่ต้องฝ่าฟัน รวมถึงการให้ความมั่นใจที่จะรับฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้น การให้คำแนะนำเกี่ยวกับความหวังในอนาคต และรับรองความปลอดภัยของพวกเขา