‘บิ๊กป้อม’ พร้อมลาออก หาก ป.ป.ช.ฟันผิดปม ‘นาฬิกาหรู’

พลเอกประวิตร เผยหาก ป.ป.ช.ฟันผิดครองนาฬิกาหรูพร้อมลาออก ชี้นาฬิกาทุกเรือนที่ใส่เป็นของเพื่อนให้ยืมมา ไม่มีเล่นหุ้นนาฬิตามที่สื่อตั้งข้อสังเกตุ

วันนี้ (16 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงภายหลังเพจดังออกมาเปิดเผยพบภาพตนใส่นาฬิกาหรูเรือนที่ 24 ว่าเพจดังกล่าวเอาภาพนาฬิกาที่เคยออกมาเปิดเผยวนกลับมาเผยแพร่ ส่วนนาฬิกาที่ตนเองใส่ทั้งหมดล้วนแต่เป็นของเพื่อนเอามาให้ยืมใส่เท่านั้น ซึ่งตนเองไม่เคยสะสมนาฬิกา และไม่ได้เล่นหุ้นนาฬิกาตามที่สื่อตั้งข้อสังเกตุ ซึ่งหลังจากที่ใส่เสร็จแล้วก็นำไปคืนเพื่อน ยืนยันไม่น้อยใจหรือหมดกำลังใจกับกระแสที่เกิดขึ้นทั้งหมด

ส่วนที่หลายคนแสดงความคิดเห็นว่าเรื่องนี้จะกระทบกับภาพลักษณ์ของรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีนั้น ย้ำว่าเป็นเพียงคำพูดของคนที่พูดกันไปจะพูดยังไงก็ได้ ซึ่งทุกอย่างได้ชี้แจงกับ ป.ป.ช.ไปหมดแล้ว หากพบว่าตนเองกระทำผิดก็พร้อมลาออก ยืนยันไม่มีอำนาจที่จะไปแทรกแซง ป.ป.ช.เพราะ ป.ป.ช.เป็นองค์กรที่มีการดำเนินการไปตามขั้นตอน ส่วนเรื่องอื่นขอให้ผลการตรวจสอบออกมาก่อนขณะเดียวกันก็ได้ชี้แจงกับ คณะกรรมการตรวจสอบของ ป.ป.ช.รอบที่สองไปหมดแล้ว

เจ้าของฟาร์มแจงยิบ! ยันโชว์ใบเพดดีกรีก่อนส่งหมาให้นายแพทย์โรคจิต

เจ้าของฟาร์มยืนยัน โชว์ใบเพดดีกรีก่อนส่งหมาให้นายแพทย์โรคจิต เผยระบุลักษณะหมาอย่างครบถ้วนชัดเจน

จากกรณีที่นายอุดมศักดิ์ สกุลประดิษฐ์ เจ้าของฟาร์ม ‘DOG LANDMARK’ ได้ออกมาร้องต่อสื่อฯ ถึงกรณีที่มีนายแพทย์รายหนึ่ง ซื้อสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียน จากที่ฟาร์มไปได้ 4-5 เดือน ก่อนจะขอส่งคืนโดยอ้างว่าสุนัขไม่ตรงตามที่ระบุไว้ อีกทั้งเมื่อส่งคืนมาแล้วสุนัขยังอยู่ในสภาพที่บอบช้ำเนื่องจากถูกทารุณกรรม ภายหลังนายแพทย์คนดังกล่าว ยังกล่าวหาว่าฟาร์มสุนัขของนายอุดมศักดิ์ เป็นพวก ย้อมแมว ขายหมา และมักจะส่งหมาผิดปกให้กับลูกค้าอยู่เสมอจนมีเงินร่ำรวย จากพฤติกรรมดังกล่าวหลายล้านบาทสามารถสร้างบ้านราคา 4-5 ล้านบาทได้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (15 ม.ค.61)

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 16 มค.61 ผู้สื่อข่าว จ.ชุมพร ได้พื้นที่ไปพูดคุยกับนายอุดมศักดิ์ สกุลประดิษฐ์ เจ้าของฟาร์ม โดยเปิดเผยว่า ก่อนจะซื้อขายหมาตัวนี้ให้นายแพทย์คนดังกล่าว ตนได้ส่งรายละเอียดของหมาอย่างครบถ้วน รวม ถึงใบเพดดีกรี หรือใบรับรองคุณภาพหมาอย่างชัดเจน รวมถึงพูดคุยกับนายแพทย์อย่างละเอียดถึง ชนิด สี พันธ์ ซึ่งนายแพทย์ก็รับทราบทุกขั้นตอน

อีกทั้งยังยอมส่งหมาให้นายแพทย์ก่อน ด้วยความเชื่อถือว่าเป็นนายแพทย์ เมื่อได้รับหมาแล้วก็บอกให้โอนเงินค่าหมามาให้ ทั้งหมด มีหลักฐานชัดเจน ตนยืนยันว่าในช่วง 4-5ปี ที่เปิดฟาร์มหมามา ไม่เคยมีชื่อเสียงในด้านลบแต่อย่างใด เนื่องจากทำทุกอย่าง อย่างตรงไปตรงมา จนในเวลานี้ในวงการ หมาพันธุ์ปอมฯ ในเมืองไทยได้รับการยอมรับว่า เป็นฟาร์มอันดับหนึ่ง จนมีการกล่าวว่า ถ้าต้องการซื้อหมาสี (คือหมาพันธุ์เล็กที่มีสีสันสวยงาม) หรือ หมาปอมฯ ต้องไปซื้อที่ฟาร์มของนายอุดมศักดิ์ เท่านั้น นายอุดมศักดิ์ ยังนำลูกหมาพันธ์ปอมฯ อายุ เพียง 7 วัน ที่เป็นสีชอคโกแลตเมอรเลย์ที่กำลังเป็นที่นิยม ราคาตัวละ 1 แสนบาท แม่หมาพันธ์ ออกลูกครั้งละ 1 ตัวเท่านั้น

ในส่วนที่ว่า มีเงินจากการหลอกลวงขายหมา จนสร้างบ้านได้หลังละ4-5 ล้านบาทนั้น ต้องบอกว่า หลังจากพ่อของตนเองที่เป็นนายตำรวจได้ถึงแก่กรรมก็ ได้รับเงินก้อนหนึ่ง และ เงินที่ได้จากการทำสวนปาล์มน้ำมัน สวนยางพาราและสวนทุเรียนหมอนทองที่แม่แบ่งปันให้ จนสามารถสร้างบ้านได้ ทั้งตนเองไม่ใช่คนมีฐานะแต่เกิดการอดออม ขยันทำงาน แต่สิ่งที่ไม่เคยทำคือการทำที่ทุจริต ฉ้อโกงผู้อื่น ครอบครัวของตนเองไม่ทำอย่างเด็ดขาด”

อย่างไรก็ตามในวันพรุ่งนี้ (17 ม.ค.) จะเดินทางไปกทม. ที่ “ว้อทด็อก” เพื่อพบกับผู้เสียหายรายอื่นๆจะรวมตัวกันไปแจ้งความ ในข้อหาทารุณกรรมสัตว์ แก่ นายแพทย์รายนี้ ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะมี กลุ่มผุ้เลี้ยงหมาบูลด็อก เคยโดนกระทำในลักษณะแบบนี้มาแล้ว แต่เมื่อนายแพทย์รายนี้ยอมจ่ายเงินค่าเสียหาย เรื่องก็เงียบไป แต่ในครั้งนี้จะไม่ยอมอย่างเด็ดขาด

ส่วนสาเหตุการกระทำอย่างนี้คาดว่า นายแพทย์คนดังกล่าว น่าจะต้องการเป็นที่หนึ่ง หรือ เป็นที่ยอมรับในวงการค้าขายหมา ในแต่ละประเภท อย่างในกรณีหมาบูลด็อกก็เช่นเดียวกัน แต่ได้รับการต่อต้านจากกลุ่มผู้เลี้ยงหมาบูลด็อก จนต้องยอมแพ้ และ หันมากระทำกับ หมาปอมฯ และเห็นว่าตนเองยังเด็กอีกทั้งเป็นคนยอมคนง่ายๆ จึงมีพฤติกรรมคำพูดที่ข่มเหง ตนเองมาหลายครั้ง

โชคดีที่ตนเอง บันทึกคลิปไว้ แทบทุกครั้ง อาทิ เคยประกาศว่า ไม่ว่าใครที่มาซื้อหมาปอมฯจากฟาร์มของตนเอง จะตามไปซื้อคืนมาทั้งหมด และ จะไม่ให้ใครมาซื้อหมาปอมฯจากฟาร์มของตนอย่างเด็ดขาด ซึ่งตนเองจะไม่ยอมแพ้อีกแล้ว ยิ่งทำกับหมาปอมฯรุนแรงอย่างนี้ ก็ขอสู้ให้ถึงที่สุด ตนเองมีแต่ความจริง ไม่เคยโกหก หลอกลวงใคร ถึงแม้จะน้อยประสบการณ์ก็ จะสู้ด้วยความจริง

ผู้สื่อข่าวยังรายงานอีกว่าสภาพทั่วๆไปของฟาร์มเลี้ยงหมาแห่งนี้พบว่า เป็นฟาร์มหมาที่สะอาด อีกทั้งสามารถเก็บเสียงหมาเห่าได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมีการเลี้ยงในห้องกระจกมีการแยกสัดส่วนกรง กรงละ1 ตัว อย่างชัดเจน รอบๆฟาร์มก็มีความสะอาด อีกทั้งตั้งอยู่หน้า สภ.บ้านในหูต เมื่อถาม ตำรวจก็ ทราบว่า ฟาร์มหมาแห่งนี้ไม่เคยสร้างความเดือดร้อน อีกทั้งขี้หมายังเอามาใส่ปุ๋ยต้นไม้ของโรงพักจนงอกงามอีกด้วย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง>>>> เจ้าของฟาร์มโวย! ลูกค้าซื้อหมาพันธุ์ปอมฯ อ้างไม่ตรงสเปคส่งคืนสภาพถูกทรมาน

สะเทือนใจ! สุนัขแสนรู้ นอนเฝ้าหน้าโลงศพเจ้านาย 6 วัน ไม่ยอมกินอาหาร

สุดน่าสงสาร “เจ้าอ้วน” น้องหมาแสนรู้ นอนเฝ้าหน้าโลงศพเจ้านาย 6 วัน ไม่ยอมกินอาหาร

วันนี้(16 ม.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 50/89 หมู่ 6 ต.นาหมอบุญ อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช ได้มีการตั้งบำเพ็ญกุศลศพ นางสุวณี อินทร์ธานี อายุ 47 ปี เหยื่อคนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธสงครามเอ็ม 16 กราดยิงเสียชีวิต พื้นที่หมู่ 5 บ้านทุ่งบก ต.นาหมอบุญ อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อเวลา 01.00 น.ของวันที่ 11 ม.ค.61 ญาติทำการปิดศพเอาไว้ และกำหนดเปิดบำเพ็ญกุศลศพในระหว่างวันที่ 23 – 24 ม.ค.61 และฌาปนกิจศพวันที่ 25 ม.ค.61

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า จากการสังเกตพบว่าที่บริเวณหน้าโลงศพมีสุนัขพันธุ์ไทย เพศผู้ สีดำสลับสีน้ำตาลเล็กน้อย อายุประมาณ 10 ปี ชื่อ “เจ้าอ้วน” ทราบว่าเป็นสุนัขคู่ทุกข์คู่ยากของนางสุวรณี ผู้ตาย ได้นอนหมอบอยู่บริเวณหน้าโลงศพตลอดเวลา สังเกตที่หน้ามีน้ำตาไหลรินออกมาเล็กน้อย แววตาเศร้าสร้อย อย่างเห็นได้ชัด และนอนสงบนิ่งคล้ายกับคนที่สูญเสียสิ่งอันเป็นที่รัก เป็นที่น่าสงสารและสะเทือนใจผู้พบเห็นยิ่งนัก

นายอภิศักดิ์ อินสุวรรณ บุตรชายของนางสุวณี ผู้ตาย เล่าว่า เดิม ” จ้าอ้วน“ เป็นสุนัขที่ตนเป็นคนเลี้ยงไว้ แต่หลังจากตนและน้องสาวแยกไปอยู่บ้านอีกหลังหนึ่ง เจ้าอ้วน จึงมาอาศัยอยู่กับแม่ จนกลายเป็นสุนัขคู่ทุกข์คู่ยากของแม่ เมื่อแม่จะไปไหน เจ้าอ้วน ก็จะวิ่งตามไปเสมอ แม้แต่ไปกรีดยางในช่วงกลางคืนในสวนยาง เจ้าอ้วน ก็จะเดินตามเป็นเพื่อนจนกรีดยางเสร็จ หากแม่ขับรถจักรยานยนต์ไปไหนในระยะ 2 กม.เจ้าอ้วน ก็จะวิ่งตามไปด้วย แต่หากแม่ขับรถ จยย.ออกไปไหนไกล ๆ มันจะตามไปประมาณ 2 กม.ก็จะวิ่งกลับมาเฝ้าบ้าน

หลังจากแม่ถูกยิงเสียชีวิต ตนและญาติ นำศพแม่ มาตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้าน ซึ่งมันอาจจะเข้าใจว่าแม่นอนหลับ จึงไปนอนเฝ้าไม่ยอมห่าง จนนำศพใส่ในโลง มันคงน่าจะรู้ว่าร่างของแม่อยู่ในโลง มันก็มานอนเฝ้าหน้าโลงศพตลอดเวลา ไม่ยอมห่างไปไหน ตามปกติเจ้าอ้วน เป็นสุนัขร่าเริง ขี้เล่น แต่ตอนนี้เจ้าอ้วน เปลี่ยนไปเป็นสุนัขที่เศร้าซึม ไม่ยอมกินอาหาร เห็นเจ้าอ้วนแล้วรู้สึกสงสารมันเป็นอย่างมาก พยายามนำอาหารมาให้มันกิน แต่มันก็ไม่ยอมกินอาหารมา 5 วันแล้ว ทำให้ร่างกายซูบผอมลงกว่าเดิม และไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง มีแต่น้ำตาซึมคลอเบ้าตลอดเวลา

นายอภิศักดิ์ กล่าวอีกว่า กว่าจะถึงวันเผาศพแม่ในวันที่ 25 ม.ค.61 หากมันยังไม่ยอมกินอาหาร และมีอาหารแบบนี้ เจ้าอ้วน อาจจะซูบผอมลงไปอีกและไม่มีเรี่ยวแรงจะเดินและอาจจะตายตามแม่ไปด้วย ตนหวังว่ามันจะทำใจได้และกลับมากินอาหาร กินน้ำตามปกติ แม้มันเป็นสัตว์เดรัจฉานมันยังมีความรัก ความผูกพันธุ์ และมีความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ ตนและน้องสาวเป็นมนุษย์ เป็นลูกของแม่รู้สึกเสียใจ เศร้าใจกับการจากไปของแม่

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดจากจากกรณีคนร้ายอาวุธสงครามเอ็ม 16 กราดยิงนายสมศักดิ์ จิตติศักดิ์ อายุ 51 ปี บ้านเลขที่ 6/11 หมู่ 5 ต.นาหมอบุญ อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช นางสุวณี อินทร์ธานี อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 50/89 หมู่ 6 ต.นาหมอบุญ อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช เกิดเหตุในท้องที่ หมู่ 5 บ้านทุ่งบก ต.นาหมอบุญ อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 11 ม.ค.61 ที่ผ่านมา

เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุมาจากการขัดผลประโยชน์กับเพื่อนบ้านคนหนึ่ง รวมทั้งเรื่องชู้สาว เนื่องจากนางสุวณี อินทร์ธานี เพิ่งเลิกกับสามีคนที่ 2 และมาอยู่กินกับนายสมศักดิ์ ที่เพิ่งพ้นโทษจากคุกในข้อหาพยายามฆ่า จนกระทั่งมาถูกยิงเสียชีวิตดังกล่าว