อุตุฯ ยันเอง ปลายเดือนนี้ มีหนาวอีกรอบ

อธิบดีกรมอุตุฯ เผย ปลายเดือนไทยเตรียมเจออากาศหนาวระรอกใหม่ ก่อนหมดฤดูช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้

นายวันชัย ศักดิ์อุดมชัย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยกับสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า ในช่วงนี้ประเทศไทยตอนบนอากาศจะเริ่มอุ่นขึ้น แต่ช่วงปลายเดือนนี้จะมีลมหนาวระรอกใหม่ลงมา แต่อากาศไม่หนาวเย็นเท่าเดิม เนื่องจากสภาพอากาศทิ้งช่วงจังหวะหลายพื้นที่ อุณภูมิสูงขึ้น ส่วนฤดูหนาวของปีนี้จะหมดไปในช่วง สัปดาห์ที่3 ของเดือนกุมภาพันธ์ 2561

นอกจากนี้ ในช่วงที่อากาศอุ่นขึ้นหลายพื้นที่ อาจจะเกิดหมอกได้ง่าย โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือและภาคอีสาน ในช่วงเช้าจะมีหมอกหนา อาจเป็นอันตรายต่อการเดินทางทั้งการสัญจรทางรถ หรือเครื่องบินที่อาจขึ้นลงไม่ได้ ขณะที่ภาคใต้ มีปริมาณฝนลดลง แต่ในบางพื้นที่ยังมีฝนและขยายตัวสูงขึ้นมา บริเวณ จ.พัทลุง นครศรีธรรมราช สงขลา และ สุราษฎร์ธานี จึงอยากให้ประชาชนระมัดรังและติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

ผลสอบชี้ชัด! ผอ.รร.สามเสนฯ ผิดวินัยร้ายแรง รับแป๊ะเจี๊ยะ

กระทรวงศึกษาธิการ เผยผลสอบ คลิปผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนฯ รับแป๊ะเจี๊ยะ ผิดวินัยร้ายแรงชัดเจน โดยเตรียมปลดหรือ ไล่ออก ด้านรองผู้อำนวยการ ก็อาจมีความผิดด้วย

ความคืบหน้ากรณีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง นายวิโรฒ สำรวล ผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย หลังผู้ปกครองเผยแพร่คลิปการรับเงินแป๊ะเจี๊ยะ 4 แสนบาท

ล่าสุดเมื่อวานนี้ (15 ม.ค.) พลโทโกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า เบื้องต้นคณะกรรมการฯ ได้ข้อสรุปแล้ว พบว่า นายวิโรฒ มีความผิดวินัยร้ายแรงแน่นอน เพราะมีการรับเงินแล้วไม่นำเข้าคลัง

ส่วนรองผู้อำนวยการโรงเรียน และผู้เกี่ยวข้องอีก 1 ราย ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือไม่ ต้องรอให้ทางคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงสรุปผลอย่างเป็นทางการก่อน โดยจากการสอบสวนพบว่า มีการรับเงินประมาณ 7-8 ล้านบาท ซึ่งไม่ใช่แค่กรณีที่เปิดเผยในคลิปรายเดียว แต่มีรายอื่นด้วยจำนวนมาก และเงินก็ไม่ได้เก็บเข้าคลัง ใบเสร็จไม่ได้ออกทันที แต่ออกภายหลัง ซึ่งถือว่าผิดระเบียบชัดเจน

ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ยังบอกด้วยว่า คณะกรรมการฯ ได้เชิญทั้ง 3 ราย มารับทราบข้อกล่าวหาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหากมีข้อโต้แย้ง ก็ต้องเสนอเข้ามาภายใน 15 วัน หากไม่มี ก็จะสรุปผลและเสนอคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด กรุงเทพฯ พิจารณา ซึ่งกรณีความผิดวินัยร้ายแรง มีโทษคือ ปลดออกหรือไล่ออก โดยต้องรอข้อสรุปจากคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงอีกครั้งหนึ่ง คาดว่าไม่เกินเดือน ก.พ.นี้

ตำรวจยัน รวบแก๊งสวมบัตร ‘นิชา’ ครบแล้ว เร่งสอบเส้นทางเงิน

รอง ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ยืนยัน จับกุมแจ้งข้อหาครบยกแก๊งสวมบัตร “ณิชา” เปิดบัญชีธนาคาร เร่งสอบเส้นทางเงิน จ่อฟันคนเอี่ยว – ชี้ข้อมูลชัดพรุ่งนี้ รอ ผบ.ตร.สั่งแถลงภาพรวม

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ยืนยันว่า ล่าสุดเจ้าหน้าที่จับกุมและแจ้งข้อกล่าวหา กลุ่มผู้ต้องหาที่นำบัตรประชาชนของนางสาวณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ ได้ครบทั้งหมดแล้วรวม 3 คน ประกอบด้วย ตัวการสั่งการให้หาบัตรประชาชน และคนรับจ้างเปิดบัญชีธนาคาร จำนวน 2 คน รวมทั้งหมด 9 บัญชี ซึ่งจากกการสอบสวนเบื้องต้นพบเป็นขบวนการแกงค์โรแมนสแกม สวมบัตรเปิดบัญชี ไม่ใช่ลักษณะการโทรศัพท์หลอกลวงเหมือนแก๊งคอลเซ็นเตอร์เช่นที่มีการจับกุมที่ผ่านมา

ส่วนที่ยังไม่มีการชี้แจงคดีชัดเจน เนื่องจากขณะนี้ตำรวจยังอยู่ระหว่างเร่งสอบสวนเส้นทางกานเงิน โดยคาดว่า ในวันพรุ่งนี้ (17 ม.ค.61) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะสั่งการให้มีการแถลงข่าวภาพรวมของคดีทั้งหมด และยืนยันว่า ตำรวจยังไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งการตั้งข้อสังเกต การทำบัตรประชาชนใหม่บ่อยครั้งของครอบครัวนางสาวณิชา เส้นทางการเงินต่างๆ โดยหากตรวจพบความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับคดีเพิ่มเติม ก็จะดำเนินการไม่ละเว้น แต่หากพบว่าไม่มีความเกี่ยวข้องก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหาด้วย

อย่างไรก็ตาม สำหรับขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในปัจจุบันถือว่ามีสถานการณ์ที่ดีขึ้น เนื่องจากทุกภาคส่วนมีการกวดขั้นเข้มงวด แต่สถานการณ์จะดีมากกว่านี้ หากคนไทยไม่เข้าร่วมเปิดบัญชีธนาคารและขายต่อให้กับกลุ่มผู้ต้องหาไปใช้กระทำความผิด

ตร.ตากส่งทีมร่วมดูคดีน้องณิชาคาดวันนี้ชัด

พ.ต.อ.มานัส ศรประพันธ์ รอง ผบก.ภ.จว.ตาก เปิดเผยถึงความคืบหน้าของคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องน้องณิชา หรือ ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ ซึ่งอ้างว่าถูกขโมยบัตรประชาชน นำไปเปิดบัญชีธนาคาร ว่า ขณะนี้ในส่วนของกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตาก ได้ส่งทีมไปร่วมกับคณะทำงานของกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) และ กองปราบฯ ซึ่งข้อมูลทุกอย่างจะส่งไปที่ส่วนกลาง คือ กองบัญชาการตำรวจนครบาล และ กองปราบฯ ทั้งหมด โดยในช่วงสายของวันนี้กองบัญชาการตำรวจนครบาล จะเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี ซึ่งภายหลังการหารือก็น่าจะมีความชัดเจน รวมถึงอาจจะมีการแถลงข่าวกับสื่อมวลชนต่อไป