ศาลกาฬสินธุ์ พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต ผู้ต้องหาคดีพ่อสั่งอุ้มฆ่าลูก

ศาลกาฬสินธุ์ พิพากษาสั่งจำคุก 6 ผู้ต้องหาในคดี อุ้มฆ่าเสี่ยตุ้ม 4 ผู้ต้องหาจำคุกตลอดชีวิต ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 คน จำคุกต่างกัน

ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้อ่านคำพิพากษา คดีดำที่ อาญา 2852/2559 และคดีแดงที่ 384/2561 ของนายภาสพล รัตนตยาธิคุณ หรือเสี่ยตุ้มอายุ 48 ปี อยู่เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร นักธุรกิจหนุ่ม ซึ่งฆาตกรรม โดยคนร้ายลวงและอุ้มจากบ้านที่กรุงเทพ ก่อนนำมายิงทิ้ง ริมถนนทางขึ้นเขาภูพาน ใกล้กับผาเสวย ตำบลแก้งกระอาม อำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2559

ซึ่งจำเลยในคดีนี้ มี 6 คน ประกอบด้วย

จำเลยที่ 1.นายสิทธิ์คมน์ อดีตนายทหารยศพันเอก

จำเลยที่ 2.นายกิตติภพ อดีตนายทหาร ยศร้อยเอก

จำเลยที่ 3.นายนำชัย จำเลยที่

4.นายกองหรือวิรัช (พ่อของผู้ตาย)

จำเลยที่ 5.นายกันต์ธร

จำเลยที่ 6. จ.ส.ต.ชูชัย

คดีนี้ศาลได้สืบพยานโดยเฉพาะพยานบุคคล 45 ปาก ปรากฏ จำเลยที่ 5 และ 6 ให้การซัดทอด ไปยัง จำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นพ่อของผู้ตาย ว่าเป็นผู้ว่าจ้างให้ฆ่าลูกของตัวเอง

ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์จึงได้อ่านคำพิพากษาตัดสิน จำคุก จำเลยที่ 1 ถึง จำเลยที่ 4 ให้จำคุกตลอดชีวิต โดยมีฐานความผิด ใช้และร่วมกันกระทำความผิดฐานข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการหรือจำยอมใด โดยใช้กำลังประทุษร้าย, กักขังหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย, ใช้และร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน,ร่วมกันมีและใช้อาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนไปในที่ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตโดยไม่มีเหตุอันควร, สวมเครื่องแบบหรือประดับเครื่องหมายของเจ้าพนักงานโดยผิดกฎหมายและแต่งเครื่องแบบทหารโดยผิดกฎหมาย

ส่วนจำเลยที่ 5 ให้การรับสารภาพ ศาลลดโทษเหลือจำคุก 31 ปี 6 เดือน ส่วนจำเลยที่ 6 โทษกักขังหน่วงเหนี่ยวจำคุก 2 ปี

ตำรวจญี่ปุ่นขอบคุณตำรวจไทย หลังจับ “ชิเกฮารุ” แก๊งยากูซ่า หนีนาน 13 ปี

ตร.ญี่ปุ่น ขอบคุณ ตร.ไทย จับ “ชิเกฮารุ” สมาชิกแก๊งยากูซ่า หลบหนีซุกไทยกว่า 13 ปี ญี่ปุ่นส่ง 4 หมื่นรายชื่อแก๊งยากูซ่า ให้ ตม.เฝ้าระวัง หวั่นหลบหนีเข้าก่อเหตุอาชญากรรม

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นผู้แทนรับมอบประกาศเกียรติคุณ จาก พ.ต.อ.ฮิโรซูกุ ทาคาโอเกะ เจ้าหน้าที่กองสืบสวนคดีระหว่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่น กรณีตำรวจไทยสามารถจับกุม นายชิเกฮารุ ชิราอิ อายุ 72 ปี สัญชาติญี่ปุ่น สมาชิกแก๊ง “ยามากูจิ กูมิ” แก๊งยากูซ่าที่ใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น หลบหนีคดีฆ่าคนตายมากบดาน จ.ลพบุรี นานกว่า 13 ปี

พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า ตำรวจไทยพร้อมให้ความร่วมมือกับตำรวจญี่ปุ่น ทั้งเรื่องการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ปัญหาการค้ามนุษย์ ปัญหายาเสพติด ทั้งนี้ ตำรวจญี่ปุ่น จะส่งข้อมูลของสมาชิกแก๊งยากูซ่าทั่วประเทศจำนวน 40,000 รายชื่อ มาให้กับทางการไทย ซึ่งจะมีทั้งเลขประจำตัว ภาพถ่าย และข้อมูลอื่นๆ เพื่อให้สกัดกั้นขบวนการที่อาจจะเข้ามาก่อเหตุชญากรรมในประเทศไทย

จากการสืบสวนที่ผ่านมาพบว่าแก๊งยากูซ่าที่เดินทางมา ส่วนใหญ่พัวพันกับการค้ามนุษย์ ยาเสพติด ซึ่งอนาคตอาจจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็จะต้องมีการสกัดกั้นและปราบปราม มั่นใจว่าถ้ามีรายชื่อฐานข้อมูลเหล่านี้ เมื่อสมาชิกแก๊งเดินทางเข้ามาผ่านสนามบิน ก็จะมีสัญญาณเตือน

สำหรับ นายชิเกฮารุ ชิราอิ อายุ 72 ปี สัญชาติญี่ปุ่น สมาชิกแก๊ง “ยามากูจิ กูมิ” ที่หลบหนีคดีฆ่าคนตายมากบดาน จ.ลพบุรี นานกว่า 13 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และอยู่ในราชอาณาจักรไทยกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยจะมีการนำตัวออกจากห้องกักตม. เพื่อผลักดันกลับประเทศในวันพรุ่งนี้ (1 กุมภาพันธ์)

ผอ.ฉาว ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา บอกสื่อ “ไม่มีอะไร พอดีไม่สบาย ขอให้การในชั้นศาล”

ผอ.โคราชปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และขอให้การในชั้นศาล หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้ง 2 ข้อหา พรากผู้เยาว์และหมิ่นประมาท

นายณฐาภพ อายุ 51 ปี ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนพร้อมกับพี่ชาย ที่ สภ.บัวใหญ่ ล่าสุด นายณฐาภพ ได้ให้การกับทางพนักงานสอบสวน พร้อมกับทนายความ ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจัดหาให้เป็นเวลานานกว่า 2 ชั่วโมง

โดยตลอดระยะเวลา นายณฐาภพ มีสีหน้าที่เคร่งเครียด หลังออกจากห้องสอบสวน นายณฐาภพ ได้เดินหลบผู้สื่อข่าวออกทางประตูหลังพร้อม ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ พูดเพียงสั้นๆ ว่า ไม่มีอะไร พอดีไม่สบายด้วย จะขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น แล้วก็ขึ้นรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้าแคป สีดำ ออกไปจากสภ.บัวใหญ่ทันที

ส่วนทางด้าน นายสุนทร แสงอรุณ ทนายความ ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บัวใหญ่จัดให้ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า นายณฐาภพ ได้มารับทราบข้อกล่าวหาและขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยจะขอให้การในชั้นศาล ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนัดสอบปากคำอีกครั้งในช่วงต้นเดือนมีนาคมนี้ ส่วนที่ทางนายณฐาภพจะตั้งทนายขึ้นมาต่อสู้คดีด้วยตนเองก็เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ตามกฎหมาย

ด้าน พ.ต.อ.คารม บุญสด ผู้กำกับการ สภ.บัวใหญ่ เปิดเผยว่า วันนี้ผู้ต้องหาได้มาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา 2 ข้อกล่าวหา คือ พรากผู้เยาว์ที่มีอายุไม่เกิน 15 ปี และข้อหาหมิ่นประมาท ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาก็ได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

ส่วนข้อหากระทำชำเราเด็กหญิง ต้องใช้เวลารวบรวมพยานหลักฐาน และสอบปากคำเด็กหญิงวัย 14 ปี ผู้เสียหายก่อน ถ้ามีพยานหลักฐานเพียงพอจึงจะแจ้งข้อหากระทำชำเราเด็กหญิงเพิ่มเติมกับ ผอ.โรงเรียนรายนี้ได้ โดยทางพนักงานสอบสวนได้นัดสอบปากคำ นายณฐาภพ อีกครั้ง ในวันที่ 5 มีนาคม 2561 นี้