นายกฯ แต่งกลอนเนื่องใน 3 โอกาสสำคัญ ปีใหม่-วันเด็ก-วันครู

นายกฯ แต่งกลอนเนื่องใน 3 โอกาสสำคัญ ปีใหม่-วันเด็ก-วันครู ให้คนไทยมีความหวัง ช่วยกันสร้างคนรุ่นใหม่ เร่งปฏิรูปให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ได้มีการแต่งกลอน เนื่องใน 3 โอกาส คือ ปีใหม่ วันเด็ก และวันครู โดยมีเนื้อหาหลักในส่วนของปีใหม่ ว่า ให้คนไทยมีความหวัง เพิ่มพลังแรงใจเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย ส่วนวันเด็ก ขอให้ช่วยกันสร้างคนรุ่นใหม่ เร่งปฏิรูปให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง

สำหรับช่วงที่กล่าวถึงวันครู ก็ยกย่องเชิดชูบุคลากรครู ว่าเป็นผู้ให้กับเด็กๆ ด้วยความทุ่มเท โดยมุ่งหวัง เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมไทยให้ยั่งยืน โดยเนื้อหาของบทกลอนทั้งหมด มีดังนี้

” ถึงปีใหม่ ให้ไทยมีความหวัง
เพิ่มพลังแรงใจให้สุขสม
เปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย ไทยนิยม
ไม่หน้าชื่ออกตรมเช่นผ่านมา
ถึงวันเด็ก เร่งสร้างคนรุ่นใหม่
ไทยสร้างไทย สืบสาน การศึกษา
เร่งปฏิรูปผลงานต่อผ่านมา
ให้ก้าวหน้าเท่าทันการเปลี่ยนแปลง
อีกวันครูผู้ใหม่กับเด็กเด็ก
ตั้งแต่เล็กจนโตไม่หน่ายแหนง
แม้ยังทุกข์ ยังทุ่มเท ไม่อ่อนแรง
เพื่อเปลี่ยนแปลง สังคมไทย ให้ยั่งยืน”

ตร.คัดแยกเหยื่อค้ากาม ‘วิคตอเรียซีเคร็ท’ พบเป็นพม่าถึง 96คน!!

ตำรวจคัดแยกเหยื่อค้าประเวณี “วิคตอเรียซีเคร็ท” 113 คน เป็นชาวเมียร์มาร์ถึง 96 คน เร่งเร่งพิสูจน์พาสปอร์ตเข้าเมือง และอายุ

พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ ที่ปรึกษาสัญญาบัตร 10 เปิดเผย ความคืบหน้าในการตรวจสอบคัดแยกเหยื่อ ที่ถูกควบคุมตัวได้จากสถานบริการอาบอบนวดวิคตอเรียซีเคร็ท ย่านพระราม 9 พบ หญิงไทยและต่างด้าวถูกนำมาค้าประเวณี จำนวน 113 คน ซึ่งถูกควบคุมตัวไว้ที่ศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนางานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เขตดอนเมือง เป็นสัญชาติเมียนมาร์ 96 คน ลาว 11 คน จีนสิบสองปันนา 2 คนและหญิงไทย 4 คน โดยในวันนี้เจ้าหน้าที่จะคัดแยกกลุ่มของหญิงบริการให้ชัดเจนเริ่มตั้งแต่กลุ่มอายุต่ำกว่า 18 ปี และอายุมากกว่า 18 ปี หากเป็นคนต่างด้าวก็จะพิสูจน์ทราบว่าหนังสือแสดงสัญชาติหรือพาสปอร์ตเป็นของจริงหรือไม่หากไม่มีพาสปอร์ตก็จะทำการสอบถามในเบื้องต้นเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนก่อนจะตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาข้อมูลที่แท้จริงต่อไป

แต่จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่าหญิงบริการทั้งหมดที่พบอยู่ในฐานะของผู้เสียหายและถูกบังคับให้ค้าประเวณี เนื่องจากพบหลักฐานเป็นกฎระเบียบของสถานบริการดังกล่าวที่กำหนดชัดเจนว่าใน 1 วันจะต้องรับแขกให้ได้มากกว่า 3 คน ซึ่งจะกลับบ้านได้และใน 1 เดือนจะต้องทำงานต่อเนื่อง 12 วันหากไม่ทำตามเงื่อนไขจะตัดเงินหรือไล่ออกซึ่งลักษณะดังกล่าวถือว่าเป็นการบังคับให้ค้ามนุษย์ ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนว่าสถานบริการดังกล่าวมีการส่งต่อเด็กในสังกัดไปยังสถานบริการอื่นในต่างจังหวัดและประเทศเพื่อนบ้านทางภาคใต้ด้วยหรือไม่

สำหรับประเด็นการปิดสถานบริการดังกล่าวเบื้องต้นได้พิจารณาใช้มาตรการของกรมการปกครองสั่งปิดสถานบริการดังกล่าวเป็นเวลา 5 ปี และให้เจ้าหน้าที่เข้าไปควบคุมดูแลในพื้นที่จนกว่าจะเก็บพยานหลักฐานทั้งหมดเสร็จสิ้น และภายหลังจากครบ 5 ปี แล้วพื้นที่ที่ตั้งสถานบริการดังกล่าวจะไม่สามารถเปิดสถานบริการในรูปแบบเดิมได้อีก นอกจากนี้จะส่งเรื่องต่อให้สำนักงาน ปปง.พิจารณาตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินต่างๆเพื่อทำการหยุดรักอายัดทรัพย์สินให้ตกเป็นของแผ่นดินตามข้อหาการค้ามนุษย์ต่อไป พร้อมประสานกรมส่งเสริมบริการสุขภาพให้เข้ามาตรวจสอบกรณีภายในสถานบริการดังกล่าวมีการสร้างเป็นห้องแพทย์พร้อมทั้งมีอุปกรณ์การแพทย์ยาและเวชภัณฑ์

พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ กล่าวว่าสำหรับภาพรวมสถานการณ์และการปราบปรามการค้ามนุษย์ในไทยล่าสุดจากการตรวจสอบพบว่ามีแนวโน้มลดลงเนื่องจากผู้ประกอบการรายใหญ่ถูกเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ เข้าจับกุมปราบปรามอย่างหนักและเข้มงวด แต่ผู้ประกอบการก็ใช้วิธีการหลบเลี่ยงด้วยการใช้ช่องทางออนไลน์ในการประชาสัมพันธ์และชักชวนใครมีการซื้อขายบริการแทน ซึ่งขณะนี้หน่วยงานภาครัฐอยู่ระหว่างการหารือที่จะปราบปรามการกระทำในรูปแบบดังกล่าว