อุตุฯ เตือนฉบับที่ 6 ฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้

อุตุฯ ประกาศเตือน ฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 15 มกราคม 2561) ฉบับที่ 6

1. ฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ ในช่วงวันที่ 13-15 มกราคม 2561 มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในบริเวณจังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล

ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนัก และอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย

2. อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน ในช่วงวันที่ 13-15 มกราคม 2561 ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไปกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลงได้อีก 1-3 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณภูเขาสูงในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 3-9 องศาเซลเซียส

สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีอุณหภูมิต่ำสุดในช่วงวันที่ 13-14 มกราคม 2561 อยู่ที่ประมาณ 18-20 องศาเซลเซียส จึงขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพจากอากาศที่เปลี่ยนแปลง ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนยังแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนอย่างต่อเนื่องในระยะนี้

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เก็บสแตนดี้นายกฯแว้นมอเตอร์ไซค์ หลังถูกติงไม่สวมหมวกกันน็อค หวั่นเป็นตัวอย่างไม่ดี

ทำเนียบเก็บสแตนดี้ นายกฯแว้นมอเตอร์ไซค์ หลัง “นิกร จำนง” ติงไม่สวมหมวกกันน็อค หวั่นเป็นตัวอย่างไม่ดี

ภายหลังจากที่ นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะประธานชมรมไทยปลอดภัย ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงความไม่เหมาะสม กรณีที่ทำเนียบรัฐบาลจัดงานวันเด็ก โดยนำสแตนดี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ขับจักรยานยนต์โดยไม่สวมหมวกกันน็อค มาเตรียมจัดแสดงเพื่อให้เด็กถ่ายรูป ซึ่งนายนิกรมีความกังวลว่าจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อเด็ก หากรูปสแตนดี้นายกฯไม่สวมหมวกกันน็อค

ทั้งนี้ ล่าสุดในการจัดงานวันเด็กที่ทำเนียบรัฐบาล เจ้าหน้าที่ได้นำสแตนดี้นายกฯขับรถจักรยานยนต์ออกจากบริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้าออกทั้งหมด เหลือแต่สแตนดี้นายกฯในอิริยาบถอื่น

ทั้งนี้ ตั้งแต่ช่วงเช้า ผู้ปกครองต่างนำบุตรหลานมาร่วมทำกิจกรรมจำนวนมาก โดยเด็กเข้าร่วมกิจกรรมตามบูธต่างๆ อย่างสนุกสนาน ส่วนไฮไลต์สำคัญที่เด็กให้ความสนใจคือกิจกรรมเข้าเยี่ยมชมตึกไทยคู่ฟ้า ขณะที่ การรักษาความปลอดภัยเป็นไปอย่างเข้มงวด

“ทรัมป์” โต้ไม่ได้พูดหยาบดูถูกผู้อพยพต่างชาติ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปฏิเสธข่าวการใช้คำหยาบคายเมื่อกล่าวถึงหลายประเทศที่ประชาชนเป็นผู้อพยพเข้าเมืองสหรัฐฯ

สื่อสหรัฐฯ หลายสำนักรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้ถ้อยคำรุนแรง วิจารณ์ผู้อพยพเข้าเมืองต่อหน้าสมาชิกรัฐสภา ในระหว่างการประชุม “โครงการคุ้มครองเด็กและเยาวชนที่เดินทางเข้าสหรัฐฯ อย่างผิดกฎหมาย” ที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพฤหัสบดี ตามเวลาท้องถิ่น โดยใช้คำพูดที่อ้างถึงชาวเฮติ เอลซัลวาดอร์ และกลุ่มประเทศในทวีปแอฟริกาว่า “เหตุใดเราถึงมีคนจากประเทศเหล่านั้นเข้ามาในประเทศ” โดยในประโยคดังกล่าว เขาได้ใช้คำที่มีความหมายหยาบคายและรุนแรง ที่แปลได้ว่า “ทวารหนัก”

ด้านสื่ออื่น ๆ ของสหรัฐฯ เช่น หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์, วอลล์สตรีท เจอร์นัล และนิวยอร์ก ไทมส์ ต่างรายงานข่าวดังกล่าวเช่นกัน โดยอ้างถึงผู้ที่เข้าร่วมในการประชุม ส่วนทำเนียบขาวไม่ได้ปฏิเสธ ขณะที่โฆษกองค์การสหประชาชาติประณามว่า เป็นเรื่องน่าละอาย น่าตระหนก และเป็นการเหยียดเชื้อชาติ

อย่างไรก็ดี ล่าสุดนายทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความทางทวิตเตอร์ว่า ภาษาที่เขาในการประชุมอาจจะหยาบคาย แต่นี่ไม่ใช่ถ้อยคำที่เขาใช้ในระหว่างการร่วมประชุมเกี่ยวกับคนเข้าเมืองที่ทำเนียบขาว สิ่งที่เลวร้ายจริงๆ ก็คือข้อเสนอเรื่องผู้อพยพ

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศว่าจะยกเลิกใบอนุญาตคุ้มครองสถานะชั่วคราว หรือ TPS ที่ออกให้กับชาวเอลซัลวาดอร์กว่า 2 แสนคน ที่เผชิญเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ เมื่อปี 2544 ทำให้ต้องเข้าไปขออาศัยในสหรัฐฯ ชั่วคราว การยกเลิกสถานะดังกล่าวจะมีกำหนดการสิ้นสุดในเดือนกันยายน ปี 2562