ผู้การปัตตานี สั่งเร่งล่าคดี 3 ศพ ยังมุ่ง 2 ปมฆ่าโหด

ผู้การปัตตานี สั่งเร่งล่าคดี 3 ศพ ทุ่งยางแดง ขณะยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งปมส่วนตัว และสร้างสถานการณ์ในพื้นทื่

พ.ต.อ.จิรเศรษฐ์ ดาวเงินตระกูล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี (รองผบก.ภ.จว.ปัตตานี) รักษาการแทนผู้กำกับสภ.ทุ่งยางแดง เปิดเผยถึงคดียิงชาวบ้านครอบครัวเดียวกัน 3 ศพใน ต.น้ำดำ อ.ทุ่งยางแดง ว่า ขณะนี้ทาง พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี ได้กำชับให้เร่งรัดการสืบสวนสอบสวน ทั้งสอบถามพยานบุคคล และหาพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ อาวุธปืนที่ใช้ ดีเอ็นเอต่างๆ เพื่อตามล่าคนร้ายกลุ่มนี้มาลงโทษให้ได้ เพราะถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่คนร้ายยิงศรีษะผู้เสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม

สำหรับแรงจูงใจหรือประเด็นในการสังหารหมู่ครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ยังตั้งไว้ 2 ประเด็นคือ 1.เป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ หรือ 2.ปมความขัดแย้งเรื่องส่วนตัว หรืออาจจะเป็นทั้ง 2 ประเด็นรวมกัน คือเป็นการก่อเหตุทางความมั่นคงที่มีความแค้นส่วนตัวรวมเข้าไปด้วย ทั้งนี้ผู้หญิงที่เสียชีวิตนั้น ทางบิดาเป็นอาสาสามัครทุ่งยางแดงถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตไปเมื่อปี 2560 นอกจากนี้ การยิงที่ศีรษะ นั้นมองได้ 2 มุม ว่า เป็นเรื่องของความโกรธแค้นส่วนตัว หรือเป็นการประกาศศักดาความเหี้ยมโหดของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ทุกนายได้พยายามทำงานตลอดเวลา เพื่อรวบรวมหลักฐาน พยานให้มากที่สุด เพื่อนำไปสู่การขออนุมัติหมายจับคนร้ายกลุ่มนี้ ที่คาดว่าไม่ต่ำกว่า 4-5 คน อย่างแน่นอน

เพลิงโหมกระหน่ำลุกไหม้รถเก๋ง เจ้าของรถรีบจอด วิ่งร้องขอความช่วยเหลือ

เพลิงโหมกระหน่ำลุกไหม้รถเก๋ง เจ้าของรถสุดระทึก! รีบจอดรถ วิ่งร้องขอความช่วยเหลือชาวบ้าน

วานนี้ (11 ม.ค.61)พ.ต.ต.มนตรี ดวงวะนา สว.(สอบสวน) สภ.เกาะคา อ.เกาะคา จ.ลำปาง พร้อมเจ้าหน้าที่สมาคมอาสาสมัครกู้ภัยเกาะคา และรถดับเพลิงเทศบาลตำบลเกาะคา เดินทางตรวจสอบถนนในหมู่บ้านผึ้ง หมู่.3 ต.ศาลา อ.เกาะคา จ.ลำปางใกล้กับโรงเรียนเพ็ญจิตต์พงษ์หลังได้รับแจ้งว่ามีเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ จากการตรวจสอบพบเพลิงลุกไหม้รถยนต์เก๋ง รุ่นแดวู สภาพเก่า หมายเลขทะเบียน กค 5649 ลำปาง ทางเจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

จากการสอบถามผู้ขับขี่ ซึ่งเป็นราษฎร บ้านป่าเหียง ต.ลำปางหลวง อ.เกาะคา จ.ลำปาง เล่าว่าตนเองกับเพื่อนอีกหนึ่งคนได้ขับรถ ซึ่งเป็นของพ่อไม่ได้ใช้งานมานานแล้ว ไปทำธุระในตัว อ.เกาะคา เสร็จธุระและกำลังจะกลับบ้าน พอมาถึงยังจุดเกิดเหตุปรากฏว่า ได้มีควันและเปลวไฟโพยพุ่งออกจากห้องเครื่อง ตนและเพื่อนจึงรีบจอดรถ และได้ตะโกนเรียกชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงมาช่วยดับ แต่ไฟก็ได้ลุกอย่างหนัก จึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยเหลือ

ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่คาดว่า สาเหตุนั้นคาดว่าเกิดจากระบบไฟฟ้าภายในห้องเครื่องเกิดลัดวงจรเนื่องจากรถดังกล่าวไม่ได้ติดตั้งก๊าซแต่อย่างใด

“เตือนภัย” สาวถูกคนร้ายสับคัทเอาท์หอพัก ล่อลวงให้ออกจากห้อง

“เตือนภัย” สาวโพสต์คลิปลงเฟซบุ๊ก ถูกคนร้ายสับคัทเอาท์ห้องพัก หมู่บ้านย่านบึงกุ่ม ลวงให้ออกจากห้อง แต่ไหวพริบดีเอาตัวรอดได้

เป็นเรื่องราวที่มีการนำมาแชร์ผ่าน เฟซบุ๊ก ชื่อ Kamonrod Tawatpattamakorn ขอระบุชื่อเอ ว่า “คุณนก” (นามสมมุติ) โดยทีมข่าวได้พยายามติดต่อ ไปทาง คุณนก จนได้ทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้น ซึ่ง คุณนก เล่าถึงเหตุการณ์ ว่า เกิดขึ้นในหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านบึงกุ่ม เมื่อวันที่ 22 พ.ย.2560 ได้มีบุคคลไปสับคัทเอาท์ไฟของเธอที่อยู่นอกห้อง

ซึ่งตอนแรกเธอเข้าใจว่าไฟดับ เมื่อเปิดประตู ออกมาดู นอกห้อง ก็พบว่า คัทเอาท์ ถูกสับลง ตอนแรกคิดว่ามีคนแกล้ง แต่ไฟก็ดับอีก เธอจึงเดินออกมานอกห้อง ก็พบเห็นผู้ชายคนหนึ่ง มีท่าทางน่าสงสัย เข้ามาสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น คุณนก ตอบชายคนดังกล่าวไปว่ามีคนมาสับคัทเอ้าท์ และแจ้งกับชายคนดังกล่าวไปว่าจะไปขอดูวงจรปิด ทำให้ชายคนดังกล่าวรีบเร่งเดินหนีไป

จากนั้น คุณนก ได้ไปขอดูกล้องวงจรปิด จากทางนิติบุคคล ปรากฎภาพของชายคนดังกล่าวเดินวนเวียนอยู่ใกล้กับห้องพักของเธอช่วงเวลาที่ไฟดับ เมื่อสอบถามกับทางนิติบุคคล พบว่า ชายคนดังกล่าว พักอาศัยอยู่ที่ อาคาร 84 และเคยเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ หมู่บ้านดังกล่าว แต่ทางนิติบุคคล ไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ เนื่องจากภาพวงจรปิด ไม่สามารถบันทึกภาพได้ว่า ชายคนดังกล่าวเป็นผู้ก่อเหตุสับคัทเอ้าท์จริงหรือไม่ แต่คุณนก ก็ได้ขอภาพวงจรปิด เป็นหลักฐานไปแจ้งความ ที่ สน.บึงกุ่ม

คุณนก ยังแจ้งอีกว่า ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2560 ก็ถูกชายคนเดิม เข้ามาวนเวียนแถวหน้าห้อง ก่อนที่ไฟจะดับ เพราะถูกสับคัทเอ้าท์ อีก และไปแจ้งความไว้ อีกครั้งแต่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถจับกุม คนก่อเหตุได้

สุดท้าย คุณนก ได้ฝากเตือนสาวๆ ที่พักอาศัยตามหอพัก หรือ หมู่บ้าน ไว้เป็นอุทาหรณ์ ว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ เมื่อออกจากห้องเมื่อไหร่ ให้ล็อคประตูทุกครั้ง และหยิบอาวุธป้องกันตัวติดมือออกไปด้วย เพราะระหว่างที่เราออกไปที่ตู้ระบบไฟ คนร้ายอาจจะแอบเข้ามาอยู่ในห้องเรา หรือให้โทรแจ้ง รปภ. มาตรวจสอบจะดีที่สุด