พม.เน้นย้ำ ต้องเป็นผู้นำทำงานเพื่อสังคม

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายระดับพื้นที่(One home) เน้นย้ำต้องเป็นผู้นำทำงานเพื่อสังคม

พล.อ. อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยงานในสังกัดกรมกิจการเด็กและเยาวชนจำนวน 3 แห่ง ประกอบด้วย สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนรังสิต ,สถานแรกรับเด็กหญิงบ้านธัญญพร ,สถานสงเคราะห์เยาวชนมูลนิธิมหาราช เพื่อให้กำลังใจแก่เยาวชนที่อยู่ในสถานสงเคราะห์

พร้อมกันนี้ เน้นย้ำข้าราชการ เจ้าหน้าที่ เรื่องการทำงานเพื่อสังคม  การยกระดับการเป็นเจ้าภาพเพื่อสังคม โดยให้มีแผนพัฒนาโครงการที่ชัดเจน หรือผลักดันให้เกิดแผนงานที่ชัดเจน และต้องเป็นศูนย์กลางด้านข้อมูลทางสังคมของจังหวัด รวมถึงการทำงานแบบทีมเวิร์ค เพื่อที่จะได้เชื่อมโยงการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เด็ก,สถานสงเคราะห์

ทั้งนี้การลงพื้นที่ในครั้งนี้ยังเป็นการศึกษาดูงานการขับเคลื่อนนโยบายระดับพิ้นที่ (One home) ที่พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้กำหนดไว้ ว่าให้คุ้มครองดูแลประชาชนตั่งแต่แรกเกิดจนถึงผู้สูงอายุ ภายในพื้นที่จังหวัดเดียวกันให้มีประสินธิภาพ

อย่างไรก็ดี พล.อ.อนันตพร ฝากให้ดูแลข้าราชการและพนักงาน เจ้าหน้าที่ทุกคนให้มีความสุขในการทำงาน ปลอดภัยในที่พักอาศัย มีสวัสดิการที่ดีเพื่อจะได้มีกำลังใจในการดูแลเด็กๆต่อไป โดยการทำงานนอกจากเพื่อสังคมแล้ว ยังต้องทำเป็นทีม มุ่งเน้นผลที่จะเกิดขึ้นต่อกลุ่มเป้าหมาย

วิบากกรรม ‘เสก โลโซ’

ถือเป็นคดีที่น่าสนใจเป็นอย่างมากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สำหรับนักร้องซูเปอร์สตาร์ของเมืองไทยอย่าง “เสก โลโซ” ซึ่งทางด้านกฎหมายจะให้มุมมองกับบทสรุปของคดีนี้ว่าจะเป็นย่างไร และที่ผ่านมา เสก ได้เคยโดนคดีอะไรมาแล้วบ้างทีมข่าว  MThai  ได้รวบรวมรายละเอียดมาดังนี้

ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนวันที่ 29 ธันวาคม 2560 ขณะที่ เสก โลโซ ยิงปืนขึ้นฟ้า หน้าพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินฯภายในวัดเขาขุนพนม ถูกไลฟ์สดในเฟซบุ๊กอย่างแพร่หลาย จนสังคมตั้งคำถามถึงความเหมาะสม ก่อนตำรวจนครศรีธรรมราชจะออกหมายจับ

ผ่านไปเพียง 2 วัน ตำรวจนำหมายค้นเข้าบุกจับกุมเสกที่บ้านพัก แต่นักร้องร็อกเกอร์ชื่อดังกลับยิ่งทำให้เรื่องบานปลาย เมื่อพยายามที่จะขัดขืนและเกือบถึงขั้นต่อสู้ แต่สุดท้ายก็จนมุม เสก ถูกแจ้งข้อหาเพิ่มฐานขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ และมีอาวุธปืนในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนจะพบสารเสพติดในร่างกาย

สำหรับเรื่องนี้ ทนาย เกิดผล แก้วเกิด นักกฎหมาย ได้ให้มุมมองคดีของเสกว่า สำหรับคดียาเสพติด มีโอกาสสูงที่ศาลจะตัดสินจำคุก เนื่องจากเคยเข้ารับการบำบัดมาแล้วเมื่อปี 2557 จึงไม่เข้าเงื่อนไขการฟื้นฟู ส่วนคดีอาญาอื่นก็มีสิทธิที่จะถูกตัดสินจำคุกเช่นกัน

หากย้อนกลับไปมองเส้นทางวิบากกรรมของศิลปินร็อคเกอร์ชื่อดัง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเรื่องราวบานปลาย แต่ชื่อเสียงในทางลบเริ่มปรากฎขึ้นเมื่อ 2 ธันวาคม 2554 เมื่ออดีตภรรยาของ เสก โลโซ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงพฤติกรรมการเสพสารเสพติดของสามี พร้อมรูปภาพเสกขณะเสพยาเสพติด ก่อนที่นักร้องดังจะออกมายอมรับภายหลังและเข้าสู่กระบวนการบำบัด

ต่อมามีปัญหาฟ้องร้องกับอดีตภรรยาในข้อหาหมิ่นประมาทกระทั่งเรื่องราวเริ่มบานปลายจนกลายเป็นความรุนแรงถึงขั้นฟ้องหย่า 200 ล้านบาท จากนั้นโดนพิพากษาจำคุก 1 ปี 3 เดือน ปรับ 2,000 บาท โดยให้รอลงอาญา 2 ปี พร้อมสั่งทำกิจกรรมเพื่อสังคม

อย่างไรก็ตาม แม้จะอยู่ในช่วงของการรอลงอาญาก็ตาม แต่เหตุการณ์แต่ละครั้ง ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้เป็นบทเรียนให้กับร็อกเกอร์สตาร์คนนี้

ระทึก! เศษหินปูนร่วง หลังทุบโรงแรมที่พัทยา หวั่นตกใส่หัวนักท่องเที่ยว

ระทึก! เศษหินปูนร่วงลงพื้น หลังทุบโรงแรมที่พัทยา หวั่นตกใส่หัวนักท่องเที่ยว เกิดอันตรายต่อประชาชนใกล้เคียง

วันนี้(11 ม.ค.) เมื่อเวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่กองช่างเมืองพัทยา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่จราจร สภ.เมืองพัทยา ร่วมตรวจสอบกรณีที่มีเศษหิน เศษปูน ร่วงหล่นลงมาอาคารขนาดความสูง 7 ชั้น ลงมาที่พื้นถนนภายในซอยวีซี พัทยาใต้ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เป็นจำนวนมาก สร้างความหวาดเสียวและหวาดวิตกให้กับนักท่องเที่ยวและชาวบ้านในบริเวณดังกล่าว เนื่องจากกรณีนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นครั้ททงที่สอง

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นโรงแรม “บูติค โฮเต็ลพัทยา” ที่มีการต่อเติมอาคารไม่ได้รับอนุญาตจาก 7 เป็น 13 ชั้น ซึ่งต่อมาเมืองพัทยาได้ทำการตรวจพบ ก่อนออกคำสั่งให้มีการระงับและรื้อถอน กระทั่งมีการจ้างผู้รับเหมาเข้ามาดำเนินการในงบประมาณกว่า 2.7 ล้านบาท แต่ก่อนหน้านี้ได้เคยเกิดปัญหาในลักษณะดังกล่าวมาแล้ว 1 ครั้ง จึงมีการร้องเรียนให้เมืองพัทยาเข้ามาหามาตรการป้องกันและแก้ไข แต่สุดท้ายก็เกิดเหตุการณ์ซ้ำซ้อนขึ้นอีก

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ ได้ทำการปิดกั้นการจราจรภายในซอยดังกล่าว เพื่อไม่ให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวสัญจรผ่านไปมา เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตราย ขณะที่เจ้าหน้าที่จากเมืองพัทยารุดเข้าไปตรวจสอบพร้อมสั่งระงับการทุบอาคาร โดยให้ทางผู้รับเหมาไปหาอุปกรณ์มาติดตั้งกั้นไม่ให้เศษหินปูนร่วงลงมาด้านล่างก่อน และจะเข้ามาตรวจอีกครั้ง หากพบว่ายังไม่สามารถทำที่กั้นให้เรียบร้อยก็จะไม่อนุญาติให้ทุบอาคารต่อไปอีก