สาวโวย!! ไม่ซื้อตั๋วที่ชานชลา ‘เสียค่าธรรมเนียม 100 บาท’

สาวโวย!! ไม่ซื้อตั๋วที่ชานชลา ‘เสียค่าธรรมเนียม 100 บาท’ – ชาวเน็ตจวกยับ

กลายเป็นประเด็นบนโลกออนไลน์ทันทีเมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ครายหนึ่งที่ชื่อ “‎Wat Jitaree‎” โพสต์ข้อความพร้อมภาพตั๋วรถไฟใบหนึ่ง เมื่อวันที่ 8 ม.ค.60 ที่ผ่านมานี้ โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับ “หญิงสาวรายหนึ่งได้ขึ้นรถไฟจากสถานีบางซื่อ ไปลงรังสิต แต่น้องไม่ได้ซื้อตั๋วที่ช่องจำหน่ายตั๋วที่ชานชาลา เพราะรถใกล้จะออก”

จึงทำให้เจ้าหน้าที่จำหน่ายตั๋ว ได้ไล่เธอให้ขึ้นมาซื้อตั๋วกับพนักงานข้างบนแทน แต่สิ่งที่ผิดปกติก็คือ “พนักงานเก็บตั๋วบนรถไฟ…ได้คิดเงินกับหญิงสาวเป็นจำนวน 105 บ.” โดยแบ่งเป็นค่าตั๋ว 5 บาท ส่วน อีก 100 บาท คือค่าธรรมเนียม ? ส่วนเพื่อนอีก 2 คน ขึ้นจากบางซื่อไปลงบางเขน ถูกคิดเงิน 202 บาท แบ่งเป็นค่าธรรมเนียม 200 บาท ค่าตั๋ว 2 บาท

โดยพนักงานได้ให้เหตุผลว่า “คุณต้องมารอรถไฟไม่ใช่ให้รถไฟรอ” จนผู้อยู่ในเหตุการณ์ได้ตอกกลับพนักงานไปว่า “คุณลืมไปแล้วหรอว่านี้คือรถชานเมืองที่ต้องจอดทุกจุด ถ้าจุดจอด อุรุพงษ์ -รพ.รามา-ก.ม.11-ก.ม.19-เคหะทุ่งสองห้อง ฯลฯ ที่ไม่มีห้องขายตั๋ว พวกเขาทำอย่างไรครับ หรือคุณจะปรับเขาทุกๆคน ‘ถ้าคุณทำได้คุณทำทุกๆคนนะอย่าละเว้น!! ‘

ล่าสุดได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊ครายหนึ่งเข้ามาแสดงความคิดเห็นพร้อมกับโพสต์ภาพว่า “ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2543 เป็นต้นไป ค่าธรรมเนียมขึ้นบนขบวนรถโดยที่ไม่มีตั๋ว รถด่วนพิเศษ รถด่วน และ รถเร็ว คนละ 250 บาท ส่วนรถขวบนอื่นคนละ 100 บาท”

ขอขอบคุณข้อมูล : Wat Jitaree

ครม. อนุมัติงบ 35,679 ล้าน ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเฟส 2

ครม. อนุมัติงบ 35,679 ล้าน ดำเนินมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเฟส 2 พร้อมเพิ่มวงเงินบัตรผู้เข้าร่วม

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ในวันนี้ว่า ที่ประชุมอนุมัติวงเงิน 35,679 ล้านบาท ในการดำเนินมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยระยะที่ 2 พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

รวมทั้งมีคณะอนุกรรมการที่มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน พร้อมทั้งสั่งการให้ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธกส. ดำเนิน 6 มาตรการ 18 โครงการ ซึ่งใช้งบประมาณจากการทำบัญชีโครงการตามนโยบายของรัฐ หรือ PSA เบื้องต้นเชื่อว่าจะมีผู้มีรายได้น้อยได้ประโยชน์ 4.7 ล้านราย

อีกทั้งยังได้อนุมัติเพิ่มเติมสำหรับค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค สำหรับผู้ที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาตนเอง จากเดิมได้รับ 200 บาท จะได้ 300 บาท และผู้ที่เคยได้ 300 บาท จะเป็น 500 บาท โดยให้มีผลในเดือนมีนาคม 2561 นอกจากนี้ ในส่วนของภาคเอกชนที่มีรายจ่ายจากการจ้างผู้มีรายได้น้อยทำงานและจ่ายค่าอบรมต่อเนื่อง จะสามารถนำค่าใช้จ่ายดังกล่าวมาหักลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า ถึงธันวาคม 2562