หนุ่มเปิดใจ หลังถูกไล่ลงจากรถทัวร์ บขส. ทั้งครอบ รับเสียความรู้สึกพร้อมฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดูแล จะได้ไม่เกิดปัญหาซ้ำ ขณะที่ บริษัท ขนส่ง จำกัด ยินดีชดใช้ค่าเสียหาย
ความคืบหน้ากรณีที่มีครอบครัวๆ หนึ่งประกอบด้วยพ่อ-แม่ และลูกน้อย 2 คน ถูกพนักงานประจำรถ บขส. ไล่ลงกลางทางที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ระหว่างเดินทางไปที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 7 ม.ค. 2561 ที่ผ่านมา เนื่องจากทนกับเสียงร้องของเด็กไม่ไหว ทั้งๆ ที่ขณะนั้นได้มีการร้องขอ เพราะไม่มีเงินติดตัวจนเกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางนั้น
ล่าสุดมีรายงานว่าครอบครัวดังกล่าวได้เดินทางถึงเกาะสมุยโดยปลอดภัยแล้ว โดยนายมงคล ทองโบราณ หัวหน้าครอบครัวที่ประสบเหตุได้เผยว่า ยอมรับว่าลูกของตนได้ร้องไห้จริง และขณะเกิดเหตุพนักงานของรถก็ได้มาบอกว่าให้ลงจากรถเพราะพนักงานขับรถคนที่ 2 ทนเสียงเด็กไม่ไหว

ซึ่งตนก็แปลกใจมากเพราะผู้โดยสารคนอื่นๆ ก็ไม่ได้ว่าอะไร แม้จะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินมาถามบ้างแต่เมื่อตนอธิบายไปเขาก็เข้าใจ ทั้งนี้หลังจากถูกให้ลงจากรถ ตนและครอบครัวก็ได้ไปเช่าห้องพักอยู่ซึ่งช่วงเวลานั้นถือว่าลำบากมาก ก่อนที่ตนและภรรยาจะตัดสินใจโทรศัพท์ขอยืมเงินจากญาติจนทำให้สามารถเดินทางต่อมาถึงยังเกาะสมุยได้
ต้องยอมรับว่าตนและครอบครัวเสียความรู้สึกมากกับเหตุการณืที่เกิดขึ้น ที่จริงแล้วถ้ารถ บขส. มีการวางแผนรับมือที่ดีเหตุการณ์ดังกล่าวคงไม่เกิดขึ้น พร้อมทั้งอยากฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลและหาทางแก้ปัญหาเพื่อจะได้ไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก อีกทั้งรถ บขส. ก็เป็นขนส่งมวลชนที่มีคนใช้บริการเป็นครอบครัวเยอะ จะได้ไม่เสื่อมเสียชื่อเสียหรือมีประวัติด่างพล้อยอีก
อย่างไรก็ตามจากเหตุที่เกิดขึ้น ทางผู้สื่อข่าว MThai ก็ได้ลงพื้นที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร อ.เกาะสมุยทันทีเพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น ซึ่งจากการสอบถาม วันชัย แก้วเจริญ บริกรประจำรถคันเกิดเหตุได้ให้การว่า ได้ออกเดินทางจากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ในเวลา 20.00น. ของวันที่ 7 มกราคม 2561 บนรถมีผู้โดยสารทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ รวมทั้งครอบครัวพ่อแม่ลูก 4 คนนี้ด้วย
พอรถเข้าเขตมหาชัย จ.สมุทรสาคร ได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ดังมากก็คิดว่าเดี๋ยวก็คงจะเงียบ แต่ไม่มีทีท่าว่าจะเงียบจึงได้เดินไปเตือนแม่เด็ก เพราะว่าไปรบกวนผู้โดยสารคนอื่น และพนักงานขับรถคนที่ 2 ที่กำลังนอนพักผ่อนอยู่ท้ายรถเพื่อเตรียมเปลี่ยนกะทุก 4ชั่วโมง จนถึง อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เด็กก็ยังร้องไห้อยู่ผู้โดยสารก็ไม่ได้พักผ่อนทั้งคัน จึงได้ไปพุดคุยกับพ่อและแม่ของเด็กเพื่อเสนอทางออกให้เกิดความปลอดภัยทั้ง 2 ฝ่าย ผู้โดยสารจะได้พักผ่อน พนักงานขับรถจะได้พักผ่อน จึ
งให้ครอบครัวของน้องเขาพักที่อ.ชะอำ และเดินทางต่อไปช่วงเช้า ซึ่งเป็นการตัดสินใจของผมในเวลานั้น และจุดที่ทิ้งผู้โดยสารคิดว่าปลอดภัยที่สุด ณ ตอนนั้นหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท. มีคิวรถตู้ มีโรงแรม ไม่ได้เปลี่ยวแต่อย่างใดมีความปลอดภัยสูง และสามารถเดินทางต่อได้ ต้องเข้าใจว่ามันลำบากใจจริงๆ ไม่ได้กลั่นแกล้งแต่อย่างไร
ส่วนนายกิตติพงศ์ สายสุด พนักงานขับรถคนที่ 2 บอกอีกว่า พอเด็กร้องหนักขึ้นก็เดินมาบอกกับแม่เด็กให้ดูแลลูกหน่อย ส่วนผู้โดยสารชาวต่างชาติรู้สึกไม่สบายใจก็เดินไปบอกบริกรประจำรถ ตั้งแต่ขับรถมาก็เคยเจอเด็กร้องเหมือนกัน แต่ครั้งนี้ร้องหนักกว่าที่เคยเจอมา
ด้านนายวรกิตติ ไชยชนะ หัวหน้าสำนักงานขนส่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย กล่าวว่า ในเรื่องของการรับส่งผู้โดยสารเป็นหน้าที่ของพนักงานขับรถที่จะต้องส่งผู้โดยสารถึงที่หมายปลายทาง หากมีเหตุสุดวิสัยอย่างหนึ่งอย่างใดก็แล้วแต่ต้องให้นายสถานทีที่อยู่ใกล้ที่สุดรับทราบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นแบบนี้จะพิจารณาแก้ไขอย่างไร
แต่สิ่งที่ทำขณะนั้นได้ไปส่งผู้โดยสารที่ปั๊มน้ำมันปตท. ซึ่งเป็นการตัดสินใจโดยพลการทำให้เกิดความเสี่ยงในเรื่องของความปลอดภัย ซึ่งจะได้ทำหนังสือรายงานถึงกองตรวจการขนส่งที่ต้นทางของรถที่ออกมา แต่อย่างไรก็ต้องขอคุยกับทางผู้โดยสารผู้เสียหายอีกครั้งหนึ่งก่อน เพื่อความเป็นธรรมของทั้ง 2 ฝ่าย นอกจากนี้บริษัท ขนส่ง จำกัด ก็ยินดีชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นในระหว่างการเดินทางของผู้เสียหายรายนี้