ชาวเพชรบุรีโวย เจ้าหน้าที่จัดปาร์ตี้ดื่มเหล้าบนเขาวัง

ชาวบ้านไม่พอใจ เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ฯ จัดปาร์ตี้เลี้ยงส่งดื่มเหล้าบนเขาวัง จ.เพชรบุรี

นี่คือภาพที่ถูกโพสต์โดยเพจเฟซบุ๊ก “แหม่มโพธิ์ดำ” ซึ่งถูกถ่ายไว้เมื่อวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยเป็นภาพของเจ้าหน้าที่จัดงานเลี้ยงส่งข้าราชการ และเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครคีรี บริเวณชั้นล่างอาคารราชวัลลภ ก่อนถึงโรงโขน หรือที่เรียกว่าลานหิน ซึ่งอยู่ในเขตพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี จ.เพชรบุรี

โดยมีการตั้งโต๊ะกว่า 10 ตัว และมีภาพผู้ร่วมงานเลี้ยงหลายสิบคนนำสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลายชนิดมาดื่มกิน และวางอยู่บนโต๊ะอย่างเปิดเผย พร้อมทั้งเปิดเครื่องเสียงร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน และที่สำคัญปรากฏมีภาพ น.ส.ประภา พรรณศรีสุข หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครคีรี อยู่ภายในงานด้วย

ภาพดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับชาวเมืองเพชรบุรีเป็นอย่างมาก เนื่องจากพระนครคีรี หรือ เขาวัง เป็นเขตพระราชฐานของพระราชวังที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเป็นที่ประทับบนยอดเขากลางเมืองเพชรบุรี และบนยอดเขายังเป็นที่ตั้งของวัดพระแก้วน้อย รวมถึงเป็นที่ตั้งของวัดมหาสมณารามวรวิหาร ซึ่งเป็นพระอารามหลวง ชั้นโท

เบื้องต้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสอบถาม หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครคีรี แต่ถูกปฏิเสธ โดยระบุว่าไม่ขอให้สัมภาษณ์ใดๆ

พบเบาะแส ‘คิม จอง นัม’ มอบข้อมูลให้สหรัฐฯ ก่อนเสียชีวิต

ตำรวจมาเลเซียให้การต่อศาลว่า นายคิม จอง นัม พี่ชายต่างมารดาของผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ พบกับชายอเมริกันในมาเลเซีย ซึ่งเขาอาจมอบข้อมูลสำคัญก่อนที่จะถูกสังหาร

การไต่สวนคดีลอบสังหารนายคิม จอง นัม พี่ชายต่างมารดาของนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ตำรวจฝ่ายสืบสวนมาเลเซีย ได้ให้การต่อศาลเมื่อวานนี้ว่า นายคิม จอง นัม ได้พบปะกับชายอเมริกันก่อนหน้าถูกลอบสังหารที่ท่าอากาศยานนานาชาติกัวลาลัมเปอร์เพียงไม่กี่วัน

นายวาน อาซิรุล นีซาม หัวหน้าตำรวจฝ่ายสืบสวนมาเลเซียให้การต่อศาลว่า นายคิม จอง นัม เดินทางถึงมาเลเซีย ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ปีที่แล้ว จากนั้นอีก 2 วัน เขาได้เดินทางไปยังเกาะลังกาวี หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของมาเลเซีย

ขณะที่นายกุย ซุน เซง ทนายความของนางสาวสิตี ไอสยาห์ ผู้ต้องหาชาวอินโดนีเซีย ได้ซักถามถึงรายงานข่าวของหนังสือพิมพ์อาซาฮี ชิมบุน เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ที่ระบุว่า นายคิม จอง นัม ได้พบปะกับเจ้าหน้าที่ข่าวกรองสหรัฐฯ ที่เกาะลังกาวี เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ แต่นายนีซามไม่สามารถยืนยันตัวตนของเจ้าหน้าที่อเมริกันได้

สื่อญี่ปุ่น รายงานด้วยว่า มีโอกาสที่นายคิม จอง นัม จะส่งมอบข้อมูลจำนวนมากให้แก่เจ้าหน้าที่ชาวอเมริกัน โดยอ้างอิงจากข้อมูลการตรวจสอบแล็ปท็อปที่พบในกระเป๋าสะพายหลังของนายคิม จอง นัม หลังจากที่เสียชีวิต โดยพบว่า แล็ปท็อปเครื่องดังกล่าวถูกเปิดใช้งานครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่เขาไปพบกับชายชาวอเมริกัน และก็มีข้อมูลบางส่วนถูกส่งไปยังยูเอสบี แฟลชไดร์ฟ ที่เชื่อมต่อกับเครื่องในวันเดียวกัน

เหตุลอบสังหารครั้งนี้เกิดขึ้นในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ปีที่แล้ว โดยนางสาวสิตี ไอสยาห์ ชาวอินโดนีเซีย และนางสาวดวน ถิ เฮือง ชาวเวียดนาม ถูกกล่าวหาว่าใช้สารพิษ VX ป้ายที่ใบหน้าของนายคิม จอง นัม จนทำให้เสียชีวิต แต่ทั้ง 2 คนต่างปฏิเสธ พวกเธอทำไปเพราะเข้าใจว่าอยู่ในรายการทีวีแกล้งกันเล่น ซึ่งหากศาลตัดสินว่าทั้งคู่มีความผิดก็มีโอกาสที่จะถูกลงโทษประหารชีวิต

หนุ่มอ้างเป็นผู้จัดฯลวงเน็ตไอดอลสาว แก้ผ้าถ่ายคลิปแบล็กเมล์

เน็ตไอดอลสาว เข้าแจ้งความ ถูกหนุ่มอ้างเป็นผู้จัดรายการค่าย เอ-ศุภชัย ลวงแก้ผ้าถ่ายคลิปแบล็กเมล์ ขอมีเพศสัมพันธ์

ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมน.ส.แพรววา (นามสมมุติ) เน็ตไอดอลสาว วัย 18 ปี ซึ่งเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในจังหวัดนครราชสีมา เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.)

โดย น.ส.แพรววา เล่าว่า เมื่อวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา มีชายไม่ทราบชื่อได้วิดีโอคอล มาหาตนผ่านทางเฟซบุ๊ก ซึ่งเอาเบอร์โทรศัพท์มาจากเฟซบุ๊กส่วนตัวที่เปิดสาธารณะ เนื่องจากตัวเองขายครีม และสินค้าออนไลน์ มียอดคนติดตามกว่า 9 หมื่นคน โดยชายคนดังกล่าวอ้างตัวว่าเป็นผู้จัดรายการ ร่วมกับ เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร นักปั้นมือทอง ชักชวนให้ไปร่วมรายการ แต่ต้องตอบคำถามให้ได้ก่อน หากตอบได้จะได้รับไอโฟนและเงินสดเป็นรางวัล

ต่อมาชายคนดังกล่าว บอกว่าเคยเห็นตนโพสต์ว่าปวดท้อง ก่อนจะบอกว่าตัวเองเป็นหมอ และเป็นสาวประเภทสองจะตรวจโรคให้ โดยสั่งให้ถอดเสื้อผ้าออก และทำท่าตามที่สั่ง หลังจากนั้นก็บอกว่าน่าจะเป็นก้อนเนื้อตรงบริเวณอวัยวะเพศ และบอกให้นำขวดมาลองสอดใส่ แต่ตนเริ่มรู้สึกว่าไม่ถูกต้องจึงไม่ทำตาม และได้มีการถกเถียงกัน ชายคนดังกล่าวจึงบอกว่า ได้ถ่ายรูปเก็บไว้ หากไม่ยอมมีเพศสัมพันธ์ด้วย หรือไปแจ้งความจะนำรูปไปเผยแพร่ในกลุ่มไลน์ที่มีสมาชิกประมาณ 125 คน อย่างไรก็ตาม ชายคนดังกล่าวอ้างว่าได้นำรูปเปลือยของตนไปเผยแพร่ในกลุ่มดังกล่าวแล้ว แต่ไม่ทราบว่าเท็จจริงเป็นอย่างไร

เบื้องต้น ทางสถานีตำรวจในท้องที่ ได้มีการแจ้งข้อหาทั้งหมด 3 ข้อหา คือข่มขืนใจผู้อื่น / นำเข้าข้อมูลลามกอนาจาร และกรรโชกทรัพย์ ส่วนทางเจ้าหน้าที่ ปอท.ได้รับเรื่องไว้ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว