ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเผย เปิดเพลงให้ผักฟังทุกวัน ผักโตไวเกินคาด

ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านไอเดียเก๋ ปลูกผักขาย เปิดเพลงให้ฟังทุกวัน ผักโตไวเกินคาด

ที่แปลงผักเนื้อที่กว่า 3 ไร่ของนายเกียรติชาย ตันยุกูล อายุ 56 ปี บ้านเลขที่ 36 หมู่ 3 ต.มาบไผ่ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ต.มาบไผ่ มีทั้งผักคะน้า ผักกวางตุ้ง ผักกาดขาว ผักไชเท้า ผักบุ้งจีน ถั่วฝักยาว และฟักทอง งามสะพรั่ง เขียวสด โดยมีเสียงเพลงลอยลมมาตลอดทั้งวัน นายเกียรติชาย จะเดินใช้สายยางฉีดรดน้ำผัก ด้วยอารมณ์ยิ้มแย้มแจ่มใส

ส่วนนางวิมล ตันยุกูล อายุ 54 ปี ภรรยาและนายปู ลูกชาย จะเป็นคอยตัดผักที่เตรียมจะเอาไปขายที่ตลาด เสียงเพลงที่ลอยมาไม่ได้มาจากที่ไหนแต่เป็นเครื่องเสียงที่นายเกียรติชาย ได้เปิดเอาไว้ทั้งวันมีทั้งเพลงลูกทุ่งและเพลงแนววัยรุ่นแล้วแต่วิทยุ เอฟเอ็ม จะเปิดให้ฟัง

นายเกียรติชาย เปิดเผยว่า ตนมีอาชีพขายผักมาประมาณ 35 ปี แล้วเมื่อก่อนไปหาเก็บผักตามป่าตามเขาและไปรับซื้อจากชาวบ้านแล้วไปขาย ต่อมาได้ไปอบรมเรื่องเกษตรทฤษฏีใหม่ ของหน่วยงานราชการ ได้ทราบแนวพระราชดำริของพ่อหลวง ( พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ) ให้ใช้ชีวิตแบบพอเพียง ปลูกผักกินเอง

ตนจึงคิดว่าที่ดินเราก็มีปลูกผักกินเองขายเองน่าจะดีกว่า จึงหันมาปลูกผักเองได้ประมาณ 15 ปีแล้ว ส่วนเสียงเพลงตนเป็นคนชอบอยู่แล้ว จึงมาเปิดตั้งแต่ปลูกผักเองจนเครื่องพังไป 2 เครื่องแล้ว แต่ที่แปลกใจตนคิดว่าผักก็มีชีวิตเหมือนคน พอได้ยินเสียงเพลงทำให้อารมณ์ดี ผักโตไวขนาดวันนี้เห็นผักโตแค่นี้ วันต่อมาผักโตขึ้นจริงๆ ขนาดเพื่อนที่เลี้ยงไก่ไข่มาเที่ยวหา ถามว่าเปิดเพลงให้ผักฟังด้วยเหรอ พอกลับไปเขาก็ไปเปิดให้ไก่ไข่ฟังเป็นที่หน้าแปลกใจเขาบอกมาว่า ไก่ที่เคยตกใจเวลาได้เสียงรถวิ่งกะต๊าก เดี๋ยวนี้ไม่มีเลย แถมไข่ออกดีอีกด้วย ใครไม่เชื่อลองดูได้เลย

เปิดใจ ‘จิมมี่ ชวาลา’ เศรษฐีเมืองคอน นั่งรถสองแถวกลับ หลังร่วมบริจาคเงิน 10 ล้าน

เปิดใจ จิมมี่ ชวาลา เศรษฐีใจบุญเมืองคอน นั่งรถสองแถวกลับ หลังร่วมบริจาคเงิน 10 ล้านบาทให้โรงพยาบาล

จากกรณีที่ เฟซบุ๊ก “ Samphun Anuphung” ได้มีการเผยแพร่ภาพของคุณจิมมี่ ชวาลา เศรษฐีใจบุญที่ร่วมบริจาคเงินจำนวน 16 ล้านบาท ให้กับโครงการก้างคนละก้าว ของ “ ตูน บอดี้แสลม” จนเป็นข่าวโด่งดังก่อนสิ้นปี 2560 โดยเฟซบุ๊กดังกล่าว ได้โพสต์ภาพขณะ จิมมี่ ชวาลา เศรษฐีใจบุญ นั่งรถสองแถว หัวถนน – สนามกีฬา พร้อมระบุข้อความ “ หลังจากมอบเงิน 10 ล้านบาท ร่วมกับห้างสหไทย เพื่อสร้างตึกผู้ป่วย ท่านเดินทางกลับด้วยรถสองแถว ” หลังจากภาพถูกเผยแพร่ ชาวเน็ต ได้กดไลก์ กดแชร์ แสดงความคิดเห็นชื่นชมในความใจบุญ

วันที่ 7 ม.ค.61 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับนายจิมมี่ ชวาลา ที่ร้าน ห้างผ้าจิ่มมี่ ต.คลัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อสอบถามถึงสาเหตุการนั่งรถสองแถวจากหน้าโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช หลังจากไปร่วมบริจาคเงินจำนวน 10 ล้านบาทร่วมกับห้างสหไทย เพื่อสร้างตึกผู้ป่วย

โดยนายจิมมี่ เปิดเผยว่า การเดินทางไปไหนมาไหนของตน ไม่จำเป็นต้องขับรถไปเองหรือมีคนขับรถไปส่ง เสมอไป เพราะอยู่ที่ความจำเป็น ตนเห็นว่าปัจจุบันโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช มีความคับแคบ ที่จอดรถไม่เพียง อย่าว่าแต่ผู้ป่วย ญาติ ผู้ป่วย ขนาดแพทย์ พยาบาล รวมทั้งบุคลากรของโรงพยาบาล ยังขับเวียนหลายรอบกว่าจะได้ที่จอดรถ

ตนมองว่าที่จอดรถมีความสำคัญกับแพทย์และพยาบาล เพราะพวกเค้าเหล่านั้นช่วยชีวิตลูกหลานเรา ลองคิดดูสิว่าหากลุกหลานเราป่วยหนัก แต่ได้รับการรักษาช้าเพราะแพทย์ต้องเวียนหาที่จอดรถอยู่ ตนจึงต้องการที่จะเสียสละความสุขส่วนตัว เพื่อแพทย์ พยาบาล หรือคนที่มีความจำเป็นที่จะใช้ที่จอดรถของโรงพยาบาลมากกว่า ตนจึงนั่งรถสองแถวสายหัวถนน – สนามกีฬา จากหน้าร้านแถวท่าวัง เดินทางมายังโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช เพื่อร่วมบริจาคเงินจำนวน 10 ล้านบาท ให้กับโรงพยาบาล โดยบริจาคร่วมกับเจ้าของห้างสหไทย ที่บริจาคเงินจำนวน 30 ล้านบาท เพื่อสร้างอาคารผู้ป่วย

นายจิมมี่ กล่าวอีกว่า ในส่วนที่จะมีคมมองว่าตนสร้างภาพนั้น ตนไม่ใส่ใจอะไร เพราะตนไม่ต้องการจะสร้างภาพอะไร และไม่มีภาพที่จะสร้างด้วย ส่วนการกระทำของตนวันนั้น เป็นความบริสุทธิ์ใจที่ตนต้องการที่จะเสียสละความสุขส่วนตัวของตน ในเรื่องที่จอดรถของโรงพยาบาล เพราะในปัจจุบันที่จอดรถของโรงพยาบาลก็ไม่เพียงพอแล้ว ส่วนเรื่องที่มีหลายคนคิดว่าตนจะลงเล่นการเมืองนั้น เพราะตนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปแล้ว ตนยังไม่เคยคิดมาก่อน ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ส่วนอนาคตนั้นตนไม่ทราบ และไม่สามารถบอกอนาคตได้

สำหรับนายจิมมี่ ชวาลา เป็นนักธุรกิจเศรษฐีใจบุญเจ้าของห้างผ้าชื่อดัง จิมมี่ ใน จ.นครศรีธรรมราช เคยร่วมบริจาคในโครงการวิ่งการกุศล “ก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” ของนายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม นักร้องชื่อดัง ในนามชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช 1.6 ล้านคน รวมมูลค่า 16 ล้านบาท กลายเป็นที่รู้จักของคนไทยทั้งประเทศ และยังเคยบริจาคซื้อทองคำเพื่อร่วมบูรณะหุ้มปลียอดทองคำองค์พระบรมธาตุเจดีย์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นเงิน 28 ล้านบาท จนสร้างความฮือฮาเมื่อหลายปีก่อน

พบลุงหื่นจ้องข่มขืนหลานสาววัย 20 โชคดีเหยื่อหลบหนีเอาตัวรอดทัน

พบลุงหื่นจ้องข่มขืนหลานสาววัย 20 โชคดีเหยื่อหลบหนีเอาตัวรอดทัน ก่อนขอความช่วยเหลือตำรวจแปดริ้ว

ร.ต.อ.สุริยันต์ แก้วพิบูลย์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 ตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทรา พบหญิงสาวโทรศัพท์เข้ามาแจ้งเหตุร้องขอความช่วยเหลือจากทางเจ้าหน้าที่หลังถูกผู้เป็นลุงพยายามที่จะข่มขืนกระทำอนาจาร ที่บริเวณริมถนนสายเลียบมอเตอร์เวย์ สาย 7 (กรุงเทพฯ-พัทยา) ด้านฝั่งขาเข้าใกล้กับโรงเรียนแห่งหนึ่ง พื้นที่ ม.4 ต.ท่าสะอ้าน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา จึงเดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบหญิงสาววัย 20 ปี อยู่ในอาการตกใจเสียขวัญ

เบื้องต้นทราบว่า น.ส.เอ (นามสมมุติ) ได้เดินทางออกจากบ้านใน จ.มหาสารคาม เพื่อมาหางานทำ โดยได้เดินทางมาพร้อมกันกับ นายสุพจน์ อายุ 61 ปี ซึ่งเป็นญาติห่าง ๆ และมีศักดิ์เป็นลุง

ในระหว่างกำลังหาสมัครงาน โดยนายสุพจน์ นั้นมีบุตรชาย บุตรสะใภ้ และหลาน พักอาศัยอยู่ภายในบ้านด้วย แต่หลังจากเข้ามาอยู่ยังภายในบ้านด้วยกันแล้ว ในขณะที่บุตรชายและบุตรสะใภ้ของ นายสุพจน์ ออกไปทำงานไม่อยู่บ้านนั้น นายสุพจน์ ได้แสดงท่าทีที่จะลวนลามตนเองอยู่หลายครั้ง ซึ่งตนก็ได้ปฏิเสธไปไม่ยินยอม จนตนทนไม่ไหว จึงหนีออกมาจากบ้านพัก โดยที่นายสุพจน์นั้นได้พยายามขับรถจักรยานยนต์ ไล่ติดตามมาอยู่ตลอด

ด้าน ร.ต.อ.สุริยันต์ กล่าวว่า ในขณะนี้ยังไม่ได้ทำการแจ้งข้อกล่าวหาต่อนายสุพจน์ โดยยังอยู่ระหว่างรอให้ทางพนักงานสอบสวนหญิงที่มาช่วยในการสอบสวนคดีทางเพศเกี่ยวกับสตรี ได้ทำการสอบสวนให้แล้วเสร็จก่อน และจะได้ส่งตัว น.ส.นิด ไปให้ทางแพทย์ทำการตรวจร่างกายให้แล้วเสร็จจึงจะทำการสอบสวน และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาในการดำเนินคดีต่อไปได้