อัพเดท ! ค่ามอเตอร์เวย์ กรุงเทพฯ-ชลบุรี-พัทยา หลังสงกรานต์ปี 2561

อัพเดทอัตราค่าผ่านทางของทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 ช่วงกรุงเทพฯ-ชลบุรี-พัทยา หลังช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2561 กรมทางหลวงจะเปิดให้บริการระบบปิดอย่างเต็มรูปแบบ

นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดถึงความคืบหน้าการดำเนินโครงการก่อสร้างด่านเก็บเงินค่าธรรมเนียมผ่านทางถาวรบนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 ช่วงชลบุรี – พัทยา ระยะทางประมาณ 42 กม. เพื่อให้เส้นทางช่วงนี้มีการควบคุมทางเข้า – ออกแบบสมบูรณ์ (Closed System) มีระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม และมีระบบควบคุมการจราจรและขนส่งอัจฉริยะ (Intelligence Transpolat on System : ITS) เพื่อเพิ่มคุณภาพการให้บริการแก่ผู้ใช้ทางทั้งด้านความสะดวก รวดเร็วและมีความปลอดภัยสูงสุดในการใช้เส้นทาง ปัจจุบันโครงการดังกล่าวได้แล้วเสร็จแล้วเหลือเพียงการทดสอบระบบต่างๆ และจะเปิดทดลองใช้ในวันที่ 5 มกราคม 2561 โดยเดินทางในช่วงใหม่ (ด่านบ้านบึง – ด่านพัทยา) ยังจะไม่คิดค่าผ่านทางเพื่อให้ประชาชนที่ใช้คุ้นเคยกับระบบดังกล่าวก่อนที่จะเปิดใช้งานจริงในหลังเทศกาลสงกรานต์ ปี2561

อธิบดีกรมทางหลวงกล่าวต่อไปอีกว่าหลังจากทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 ช่วง ชลบุรี – พัทยา ให้บริการเป็นระบบปิดแล้ว กรมทางหลวงจำเป็นต้องปิดทางเชื่อมทางหลวงพิเศษกับถนนท้องถิ่นสายต่างๆ โดยให้สามารถเข้า – ออกได้เฉพาะบริเวณทางแยกต่างระดับเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในท้องถิ่นที่ไม่ต้องการใช้ทางหลวงพิเศษ สามารถใช้เส้นทางที่กรมทางหลวงได้ก่อสร้างทางขนานกับทางหลวงพิเศษไว้แล้ว คือ ทางหลวงหมายเลข 3701 และทางหลวงหมายเลข 3702 ไว้บริการประชาชนสองข้างทางให้สามารถใช้ได้ตามปกติ โดยมีจุดกลับรถเป็นระยะ เพื่อลดผลกระทบของประชาชน รวมทั้งสามารถเข้า – ออกด่านได้ตามจุดต่างๆ ตามที่ต้องการ

โดยอัตราค่าผ่านทางของทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 ช่วงกรุงเทพฯ-ชลบุรี-พัทยา หลังช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2561 ซึ่งกรมทางหลวงจะเปิดให้บริการระบบปิดอย่างเต็มรูปแบบจะเริ่มจากสถานีลาดกระบัง บางบ่อ ปาบปะกง พนัสนิคม บ้านบึง บางพระ หนองขาม โป้ง และพัทยา ซึ่งจะแบ่งกลุ่มอัตราค่าธรรมเนียมตามประเภทรถยนต์ 4 ล้อ 6 ล้อ และ รถมากกว่า 6 ล้อขึ้นไป เดิมจากกรุงเทพฯไปพัทยา จะมี 2 ด่าน คือ ด่านลาดกระบัง และด่านพานทอง เสียด่านละ 30 บาท รวม 60 บาท แต่หลังเทศกาลสงกรานต์ ถ้าไปพัทยา จะมีด่านใหม่ 5 ด่าน ได้แก่

1.ด่านบ้านบึง ถ้าขึ้นจากลาดกระบัง ไปลงด่านบ้านบึง รถ 4 ล้อ เก็บ 55 บาท
2.ด่านบางพระ จากลาดกระบัง-ด่านบางพระ รถ 4 ล้อเก็บ 60 บาท
3.ด่านหนองขาม จากลาดกระบัง-ด่านหนองขาม รถ 4 ล้อ เก็บ 80 บาท
4.ด่านโป่ง จากลาดกระบัง-ด่านโป่ง รถ 4 ล้อ เก็บ 100 บาท
5.ด่านพัทยา จากลาดกระบัง-ด่านพัทยา รถ 4 ล้อ เก็บ 105 บาท เท่ากับว่า หากใช้ตั้งแต่ลาดกระบัง ถึง พัทยา ต้องเสียค่าผ่านทาง 105 บาท จากปัจจุบันถึงชลบุรีเสีย 60 บาท

ทั้งนี้เงินค่าธรรมเนียมผ่านทางที่จัดเก็บได้ทั้งหมด กรมทางหลวงจะนำฝากกระทรวงการคลังเพื่อนำมาใช้บำรุงรักษาทาง สะพาน และระบบอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ไฟส่องสว่าง กล้อง CCTV รถกู้ภัย โทรศัพท์ฉุกเฉิน เป็นต้น รวมถึงนำไปใช้ก่อสร้างขยายโครงข่ายมอเตอร์เวย์ในสายอื่นๆ เช่น สายพัทยา – มาบตาพุด ซึ่งจะช่วยลดภาระงบประมาณแผ่นดินและรักษาวินัยทางการเงินของภาครัฐ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมระบบโลจิสติกส์และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศด้วย โดยผู้ใช้ทางสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง1586 โทรฟรีตลอด24 ชม.

ขอบคุณ  www.doh.go.th

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง เตรียมทดลองใช้ระบบปิด มอเตอร์เวย์ ชลบุรี-พัทยา 5 ม.ค. 61

ดีใจเก้อ! ลุ้นโชคงานกาชาดได้รถกระบะ แต่ถูก จนท.บอกเป็นสลากปลอม

หนุ่มสุดเซ็ง โพสต์เล่าเรื่องขอความเป็นธรรม หลังได้รับโชคใหญ่ในงานกาชาด แต่สุดเก้อเหตุ เจ้าหน้าที่บอกเป็นสลากปลอม 

เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เมื่อสมาชิกเว็บไซต์พันทิปคุณ mamo02 ได้มีการตั้งกระทู้ตัดพ้อ หลังได้รับโชคใหญ่ในงานกาชาด แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ปฏิเสธอ้างว่าเป็นสลากปลอม โดยมีข้อความระบุว่า จับสลากงานกาชาดได้รางวัลใหญ่รถกระบะ แต่สุดท้ายเป็นสลากปลอม

เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2561 เวลาประมาณ 18.30 น. เราได้ไปเที่ยวงานกาชาดที่หน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ เดินไปสักพักก็เจอ นารากาชาด เลยร่วมสนุกจับสลากชิงโชค โดยไปซื้อคูปองที่ซุ้ม จำหน่ายใบละ 20 บาท ซื้อมา 200 บาทได้ 10 ใบ จากนั้นนำคูปองที่ซื้อไปจับสลาก โดยที่งานใช้วิธี ใช้ที่ตักปลาต่อกับไม้ยาวๆ แล้วนำไปตักแค็บซูล (มีลักษณะคล้ายกับหลอดยาดม) ในบ่อที่ทางงานจัดทำขึ้น

งานกาชาด, ชิงโชคงานกาชาด, ข่าวสดวันนี้
ชิงโชคงานกาชาด

เรา แม่ และน้องสาวอีก 2 คน ช่วยกันตักใส่กระจาดพลาสติก 2 ใบ ใบละ 5 แค็บซูล โดยเราขอยืนยันว่าไม่ได้จับหรือแตะต้องสลากเลยแม้แต่ครั้งเดียว เมื่อตักครบแล้ว ก็แจ้งเจ้าหน้าที่ประจำบ่อ บอกว่าให้ไปในส่วนของแผนกรับของรางวัล เรากับน้องสาวก็ถือสลากไปที่แผนกรับของรางวัลโดยไม่ได้แตะต้องสลากเลย

พอไปถึง เจ้าหน้าที่เปิดสลากเป็นคนดำเนินการเปิดให้หมดและเป็นคนแจ้งเราว่าได้รางวัลอะไร สลากที่อยู่กับน้องสาวเปิดไปครบแล้ว 5 ใบ ได้เป็นรางวัลย่อยทั้งหมดได้เป็นกระจาดพลาสติก ส่วนของเราเปิดถึงใบที่ 3 เจ้าหน้าที่ท่าทางอึ้ง ตกใจ มองสลากแล้วมองเรา แล้วเจ้าหน้าที่ก็พากันกรี๊ดดีใจ แล้วแจ้งเราว่า “ดีใจด้วยค่ะ คุณได้รถกระบะ 1 คัน”

เราก็ยังไม่เชื่อเลยถามเจ้าหน้าที่คนอื่นว่าได้จริงไหม เจ้าหน้าที่คนอื่นก็บอกว่าจริง เรายังไม่แน่ใจอีกกลับมาถามเจ้าหน้าที่คนเดิมคนที่เปิดสลากไม่ต่ำกว่า 3 รอบ “ผมได้รถกระบะจริงไหม คงไม่ใช่รถเด็กเล่นน่ะ ” ทางเจ้าหน้าก็ยืนยันว่าได้จริง แล้วบอกให้เราไปถ่ายรูป รับของรางวัล ตอนนั้นเรายังอึ้ง หูอื้อ ได้ยินแต่เสียงแสดงความดีใจของเจ้าหน้าที่และคนรอบข้าง ส่วนเรามองหาแต่แม่เพื่อเรียกท่านมาเพื่อร่วมแสดงความยินดีและถ่ายรูปด้วย

ในช่วงเวลานั้นมีเจ้าหน้าที่ผู้หญิงคนหนึ่งได้หยิบเอาสลากที่ได้รางวัลไปด้านหลังไม่แน่ใจว่าเอาไปตรวจสอบหรือทำอะไร สักพักมีเจ้าหน้าที่และช่างภาพประจำงานพาเรากับแม่ไปที่ด้านหลังที่เจ้าหน้าที่นั่งทำงาน เพื่อรอตรวจสอบและรับของรางวัล รอประมาณ 10 นาทีเจ้าหน้าที่คนที่เอาสลากไปเดินมาบอกเราว่าเป็นสลากปลอม แจ้งว่าสลากที่เราได้

1.เป็นปากกาเขียน
2.ไม่มีตราประทับของกาชาด
3.ไม่มีลายเซ็นผู้ว่าราชการจังหวัด รถกระบะกับรถเก๋งต้องซื้อสลากราคา 50 บาท ส่วนใบละ 20 บาทรางวัลใหญ่สุดเป็นรถจักรยานต์ เรากับแม่นี่อึ้งเลย เสียความรู้สึกมาก แต่ก็ไม่ได้โวยวายอะไร แค่งงว่าฉลากปลอมมันลงไปในบ่อได้ยังไง

เจ้าหน้าที่ดูแลมีตั้งหลายคน ทำไมปล่อยให้สลากปลอมลงไปได้ หลังจากได้อธิบายกับเราสักพัก เจ้าหน้าที่ก็ใช้วิธีให้เราไปจับสลากใหม่ แล้วในช่วงที่เราไปตักสลากใหม่มีพิธีกรชายพูดบนเวทีในทำนองว่าเราเป็นคนปลอมสลากเอง เพราะอยากได้รางวัลใหญ่

แต่ยังดีมีเจ้าหน้าที่หญิงคนหนึ่งแย่งไมค์มาแก้ตัวให้ว่าเราไม่ได้ปลอมแต่อาจเป็นคนอื่น แต่เราก็ยังไม่พอใจพิธีกรชายอยู่ดี ยืนทำใจอยู่สักพักก็เดินไปเปิดสลากและรับของรางวัล รางวัลใหม่ที่ได้เป็นกระจาดพลาสติกราคาไม่ถึง 20 บาท

**จากกรณีนี้เรามีข้อสงสัยดังนี้

1.สลากปลอมลงไปอยู่บ่อได้ยังไง ทั้งๆ ที่มีเจ้าหน้าที่ประจำบ่อตั้งหลายคน

2.การตรวจสอบสลากเจ้าหน้าที่เปิดสลากไม่รู้เลยเหรอว่าใบใหนจริงหรือปลอม ทำไมเราถามหลายครั้งหลายคน แล้วว่า
ได้รถกระบะจริงไหม? ก็ตอบคำพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “จริง”

3.(ข้อนี้ไม่ได้โทษเจ้าหน้าที่นะครับ แค่สงสัย) จะเป็นไปได้ไหม ที่เจ้าหน้าที่เอาใบจริงไปแล้วเขียนใบปลอมขึ้นมาแล้วมาแจ้งเราว่าเป็นใบปลอมเพื่อให้รางวัลยังอยู่

4.เราได้ถามผู้รู้บอกว่าถ้าเกิดกรณีนี้ขึ้นมาเจ้าหน้าที่ตรงนั้นไม่มีสิทธิ์ให้เราไปจับสลากใบใหม่ เพราะเป็นรางวัลใหญ่

5.เจ้าหน้าที่อธิบายว่ารถกระบะกับรถเก๋งต้องซื้อสลากราคา 50 บาท ส่วนใบละ 20 บาทรางวัลใหญ่สุดเป็นรถจักรยานต์ ก่อนหน้านี้เราไม่เห็นซุ้มขายใบละ 50 บาทเลย เห็นแต่ใบละ 20 บาท และเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้แนะนำอะไรด้วย

6.มีบางคนบอกว่าถ้าเป็นรางวัลใหญ่ เขาจะเอาสลากใส่ในวันสุดท้าย หรือไม่มีสลากนั้นจริงเลย แค่ตั้งโชว์เพื่อให้คนมาจับเยอะๆ ข้อนี้เราไม่รู้เหมือนกันว่าจริงไหม

7.มีพิธีกรชายพูดบนเวทีในทำนองว่าเราเป็นคนปลอมสลากเอง เพราะอยากได้รางวัลใหญ่ แต่ยังดีมีเจ้าหน้าที่หญิงคนหนึ่งแย่งไมค์มาแก้ตัวให้ว่าเราไม่ได้ปลอมแต่อาจเป็นคนอื่น แต่เราก็ยังไม่พอใจพิธีกรชายอยู่ดี

8.เราแม่และน้องสาว เสียความรู้สึก เสียเวลาที่ต้องมารอรับรางวัล(ปลอม) ความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่แค่ให้เราไปจับสลากใบใหม่เรื่องก็จบ (แค่นั้นหรอ)

***กรณีนี้เราเข้าใจว่าอาจผิดพลาดขึ้นได้ ฝากบอกถึงเจ้าหน้าที่จัดงานควรวางแผน จัดการการให้ดีกว่านี้ เพราะคนที่มาร่วมสนุกไม่ใช่คนในจังหวัดแค่จังหวัดเดียว มีจังหวัดอื่นๆ มาร่วมสนุกด้วย ถ้ามีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นอาจทำให้เสียชื่อเสียงได้

(มีคลิปสั้นๆ เพราะน้องมัวแต่ดีใจเลยถ่ายได้แค่นี้ครับ )

ทั้งนี้เมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่อยากให้ผู้จัดงานออกมาชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะหากไม่มีรางวัลลงนำมาให้ลุ้นโชคจริงก็ถือว่าเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนได้

ประชาชนเดินทางไปกราบไหว้หลวงพ่อโสธรแน่นวัดช่วงวันหยุด

ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศแห่กันไปนมัสการขอพรจากองค์หลวงพ่อพุทธโสธร ในวันหยุดสุดสัปดาห์ ที่วัดโสธรวรารามวรวิหาร

วันนี้ ( 7 ม.ค. 61 ) ที่ บริเวณวัดโสธรวรารามวรวิหาร ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ได้มีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศแห่กันไปนมัสการขอพรจากองค์หลวงพ่อพุทธโสธร ในวันหยุดสุดสัปดาห์ อย่างเนืองแน่น บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกครื้น พื้นที่ภายในวัดเต็มไปด้วยผู้คนที่มีจิตศรัทธามราจูงมือพาลูกหลานไปร่วมกราบไหว้ขอพรให้ครอบครัวมีความสุขความเจริญพร้อมรับน้ำพุทธมนต์กลับบ้านเพื่อเป็นสิริมงคล

ขณะที่ภายในพระโบสถ์หลังใหม่ ได้จัดให้ประชาชนได้เข้ากราบไหว้หลวงพ่อพุทธโสธร เพื่อเป็นศิริมงคลมงคล ส่วนการจราจรช่วงเช้าทางเข้าวัดเริ่มติดขัด

โดยวัดโสธรวรารามวรวิหาร เดิมมีชื่อว่า “วัดหงส์” มีหลักฐาน สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย โดยมีประวัติที่เล่าสืบทอดกันมายาวนาน และเมื่อเวลาผ่านไป แม่น้ำบางปะกงไหลกัดเซาะตลิ่งพังลงมา วัดหงส์จึงหมดไป จึงมีการสร้างวัดขึ้นใหม่ วัดโสธรวรารามวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองฉะเชิงเทรา เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพุทธโสธร พระพุทธรูปอันเป็นที่เคารพสักการะของชาวแปดริ้ว และคนต่างบ้านต่างเมืองมาแต่อดีตกาล ตั้งอยู่บนถนนสายมรุพงษ์ ห่างจากตลาดกลางเมืองประมาณ 2 กิโลเมตร

ทั้งนี้วัดโสธรได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ยกขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร มีนามว่า “วัดโสธรวรารามวรวิหาร” เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2501