พิธีรื้อถอนพระเมรุมาศจำลอง ณ พระลานพระราชวังดุสิต

พิธีรื้อถอนพระเมรุมาศจำลอง ณ พระลานพระราชวังดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

วันนี้ (วันเสาร์ ที่ ๖ มกราคม ๒๕๖๑) เวลา ๑๕.๒๕ น. (ตามกำหนดการ) สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ไปในพิธีรื้อถอนพระเมรุมาศจำลองในพิธีถวายดอกไม้จันทน์ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

เมื่อพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ผู้แทนพระองค์ เดินทางถึงพระลานพระราชวังดุสิต ผู้แทนพระองค์ วางพวงมาลัย และจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แล้วเข้าพลับพลาพิธี ถวายความเคารพพระราชอาสน์ จุดเทียนทอง เทียนเงิน และจุดธูปที่โต๊ะเครื่องบวงสรวง โหรหลวงลั่นฆ้องชัย ชาวพนักงานประโคมสังข์ แตร ภูษามาลาแกว่งบัณเฑาะว์ ผู้แทนพระองค์จุดธูปหางปักที่เครื่องบวงสรวง จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ กราบ ถวายความเคารพพระราชอาสน์ แล้วนั่งเก้าอี้ที่จัดไว้ หัวหน้างานโหรพราหมณ์ กองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง อ่านโองการบวงสรวง จบแล้ว ผู้แทนพระองค์ไปยังชาลาหน้าพระเมรุมาศจำลอง สุหร่าย และรับค้อนจากเจ้าพนักงานพระราชพิธี ทุบที่ชาลาหน้าพระเมรุมาศ ๓ ครั้ง แล้วโปรยดอกไม้ โหรหลวงลั่นฆ้องชัย ชาวพนักงานประโคมสังข์ แตร ภูษามาลาแกว่งบัณเฑาะว์ ผู้แทนพระองค์ไปยังบริเวณหน้าโต๊ะเครื่องบวงสรวง จับสายสูตร อัญเชิญนพปฎลเศวตฉัตรลงจากพระเมรุมาศจำลอง โหรหลวงลั่นฆ้องชัย ชาวพนักงานประโคมสังข์ แตร ภูษามาลาแกว่งบัณเฑาะว์ ผู้แทนพระองค์กราบที่หน้าโต๊ะเครื่องบวงสรวง ถวายความเคารพพระราชอาสน์ เป็นอันเสร็จพิธี

ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดสร้างพระเมรุมาศจำลอง เพื่อให้พสกนิกรร่วมถวายดอกไม้จันทน์ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๐ ด้วยทรงพระราชอนุสรณ์คำนึงถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ
เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ประชาชนชาวไทยมาตลอดพระชนม์ชีพ และทรงปรารถนาที่จะให้ประชาชนชาวไทยได้มีส่วนร่วมในการส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ด้วยทรงรับรู้และเข้าพระราชหฤทัยถึงความรัก ความเทิดทูน ความจงรักภักดี และความอาลัยของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าที่มีต่อพระองค์เช่นกัน

ในการนี้ จึงพระราชทานพระราชานุญาตให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดสร้างพระเมรุมาศจำลอง ๘๕ แห่ง ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ โดยแผนกสถาปนิกในพระองค์ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมศิลปากร ได้ร่วมกันจัดทำแบบก่อสร้างอย่างงดงามและสมพระเกียรติเช่นเดียวกับพระเมรุมาศองค์จริง โดยรูปแบบเป็นสถาปัตยกรรมไทยรูปทรงบุษบก ขนาดของฐานมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๑๖ เมตร มีองค์พระเมรุมาศตั้งอยู่กึ่งกลาง กว้าง ๔ เมตร ๕๐ เซนติเมตร ยาว ๔ เมตร ๕๐ เซนติเมตร ความสูงรวมตั้งแต่ฐานไปถึงยอดประมาณ ๒๒ เมตร ๓๕ เซนติเมตร โดยบริเวณกึ่งกลางประดับพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

สำหรับพระเมรุมาศจำลอง ณ พระลานพระราชวังดุสิต มีความแตกต่างจากพระเมรุมาศจำลองอีก ๘๔ แห่ง โดยเป็นแห่งเดียวที่ฉัตรยอดพระเมรุมาศจำลองเป็นนพปฎลเศวตฉัตร ซึ่งเป็นฉัตรสีขาว ๙ ชั้น เนื่องจากตั้งอยู่ในเขตพระราชฐาน ส่วนอีก ๘๔ แห่ง ยอดพระเมรุมาศจำลองเป็นนพปฎลสุวรรณฉัตร ซึ่งเป็นฉัตรสีทอง ๙ ชั้น และยังเป็นพระเมรุมาศจำลององค์เดียวที่ทำจากไม้สักทองทั้งหลัง

ระทึก! ไฟไหม้รถเก๋งติดแก๊ส เกือบวอดทั้งคัน

จ.ปทุมธานี ไฟไหม้รถเก๋งติดตั้งแก๊สLPG เกือบวอดทั้งคัน โชคดีดับเพลิงถึงเร็วช่วยดับไว้ได้

ศูนย์วิทยุเทศบาลตำบลบางพูนได้รับแจ้งเหตุไหไหม้รถเก๋งบริเวณถนนรังสิต-ปทุมธานี มุ่งหน้ารังสิต ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี จึงได้ประสานรถดับเพลิงไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจาหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูและเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.ปากคลองรังสิตที่เกิดเหตุไฟกำลังลุกไหม้ห้องเครื่องรถเก๋งยี่ห้อ นิสสันซันนี่ หมายเลขทะเบียน ฐว 9772 กรุงเทพมหานคร อยู่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงได้ช่วยกันใช้น้ำฉีดเข้าสกัดไฟเพื่อไม่ให้ลุกลามไปยังตัวรถเพราะรถคันดังกล่าวได้ติดตั้งแก๊สLPG ด้วยใช้เวลากว่า 20 นาทีไฟจึงดับลงจากการตรวจสอบพบว่าไฟไหม้เสียหายเฉพาะห้องเครื่องของรถเสียหายทั้งหมด

จากการสอบถามนายสมเจตน์ ปรางบาง อายุ 35 ปี เจ้าของรถบอกว่า ตนเองขับรถออกมาปั้มแก๊สLPGเพื่อที่จะไปบ้านเพื่อนเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเห็นควันพุ่งออกมาจากห้องเครื่องตนจึงจอดรถข้างทางแล้วพยายามเปิดฝากระโปรงรถเมื่อเปิดออกมาก็มีแสงไฟพุ่งออกมาด้วยประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงจึงเข้ามาช่วยเหลือแล้วรถดับก็มาถึงและสามารถความคุมเพลิงไว้ได้ก่อนที่จะลุงลามไปที่ตัวรถ ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานรถยกออกจากที่เกิดเหตุเพื่อเปิดการจราจรให้ใช้ได้เป็นปกติ

หนุ่มร้องโซเชียล วอนช่วยตามหารถเก๋ง คู่กรณีชนแล้วหนี

หนุ่มร้องเรียนผ่านโซเชียล รถเก๋งนิสสันอาเมร่าขับปาดหน้าจนเกิดอุบัติเหตุชนกัน คู่กรณีขับรถหลบหนีไร้ความรับผิดชอบ

จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Yai Mitatipan ได้แชร์คลิปวีดีโอลงเฟซบุ๊คส่วนตัว ซึ่งเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดหน้ารถยนต์ของเขา ที่บันทึกเหตุการณ์อุบัติเหตุไว้ได้ พร้อมกับระบุข้อความว่า “….ใครเก่งเรื่องกราฟฟิกช่วยดูป้ายทะเบียนให้หน่อยนะครับ กล้องหน้ารถผม เหตุเกิดหน้าศาลหลักเมืองหนองคายครับ….” ทีมงานได้ประสานไปยังเจ้าของเรื่อง

ทราบชื่อคือ คุณ กิตติพงศ์ มิตรอธิพันธ์ ได้เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้เป็นอุบัติเหตุกที่เกิดขึ้นกับตน บริเวณ 3 แยกไฟแดง หน้าศาลหลักเมืองหนองคาย เมื่อวันที่ 4 มกราคม ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าตัวได้เดินทางมาจากจังหวัดนครราชสีมา เพื่อไปที่อำเภอรัตนวาปี พอมาถึงที่เกิดเหตุ พบว่า รถเก๋งสีขาวในคลิปพยายามขับตัดเข้ามาในเลน ซึ่งเจ้าตัวเบรคไม่ทัน จึงได้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว ผู้โดยสารในรถเป็นบุตรสาววัย 4 เดือนที่ภรรยาอุ้มไว้บนตัก กระเด็นไปกระแทกกับกระจกหน้ารถ และภรรยาได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ซึ่งล่าสุดปลอดภัยดี มีแผลบอบช้ำเล็กน้อยทั้งคู่ หลังจากเกิดเหตุคู่กรณีได้ขับหนีไปอย่างไร้ความรับผิดชอบ

ทั้งนี้ ได้มีการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้แล้ว แต่เมื่อประสานเพื่อขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุ ปรากฏว่า กล้องวงจรปิดเสีย ไม่สามารถบันทึกภาพได้ ซึ่งเบื้องต้นจากคำบอกเล่าของผู้เสียหาย รถคู่กรณีเป็นรถ นิสสัน อาเมร่า สีขาว ไมทราบแผ่นป้ายทะเบียน ใครที่มีภาพจากเหตุการณ์วันนั้น รบกวนขอภาพเพื่อนำไปประกอบการตามจับคู่กรณีที่ขับหลบหนีไปด้วย