ดาวโจนส์ทุบสถิติ-ว่างงานต่ำสุดรอบ17ปี

หุ้นสหรัฐปิดบวกทุบสถิติสูงสุด สวนทางเลขภาคแรงงาน อัตราว่างงานต่ำสุดรอบ 17 ปี แตะ 4.1%

ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนที่ผ่านมา ดัชนีดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 220.74 จุด ปิดที่ 25,295.87 จุด เอสแอนด์พี เพิ่มขึ้น 19.16 จุด ปิดที่ 2,743.15 จุด แนสแดค เพิ่มขึ้น 58.64 จุด ปิดที่ 7,136.56 จุด โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐฯรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดในเดือนธันวาคม โดยปรับตัวขึ้นเพียง 148,000 ตำแหน่ง ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 190,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานทรงตัวที่ระดับ 4.1% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 17 ปี

ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือ ไลต์สวีตครูด เดือนกุมภาพันธ์ ลดลง 57 เซนต์ ปิดที่ 61.44 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เบรนต์ทะเลเหนือลอนดอน ลดลง 45 เซนต์ ปิดที่ 67.62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และจากข้อมูลการจ้างงานที่ชะลอตัว กระตุ้นให้นักลงทุนบางส่วน หันไปถือครองสินทรัพย์เสี่ยงต่ำและดันราคาทองคำปิดบวก 11 วันติด โดยราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 70 เซนต์ ปิดที่ 1,322.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์

เศรษฐีเมืองคอน บริจาคเงิน 40 ล้าน สร้างอาคารรักษาผู้ป่วยมะเร็ง

เศรษฐีเมืองคอน บริจาคเงิน 40 ล้านบาท สร้างอาคารสหไทยศูนย์รังสีรักษา โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช เพื่อรักษาผู้ป่วยมะเร็ง

วันที่ 5 ม.ค.61 ที่ห้องประชุมแจ่มไพบูลย์ โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช นายแพทย์ทรงเกียรติ เล็กตระกูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามสัญญาจ้างการก่อสร้างอาคารสหไทย ศูนย์รังสีรักษา ภายในโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช

ระหว่าง นายจรินทร์ ปัญจคุณาธร ผู้ประกอบการห้างสหไทยสรรพสินค้า นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นเศรษฐีใจบุญที่บริจาคเงินสด จำนวน 30 ล้านบาทเพื่อใช้ในการก่อสร้างอาคารสหไทย ศูนย์รังสีรักษา และตัวแทนบริษัทรับเหมาก่อสร้างอาคาร โดยมีนายจิมมี่ ชวาลา อีกหนึ่งเศรษฐีใจบุญที่ร่วมบริจาคเงินสมทบการก่อสร้างเพิ่มเติมอีก 10 ล้านบาท ผู้บริหารโรงพยาบาลมหาราช เจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยานด้วย

สำหรับโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช เป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิเปิดให้บริการผู้ป่วยมะเร็งทั้งในจังหวัดนครศรีธรรมราชและส่งต่อจากจังหวัดในเครือข่าย ให้การรักษาทั้งผ่าตัด และการให้ยาเคมีบำบัด ซึ่งปัจจุบันมีผู้ป่วยที่ส่งต่อไปรักษาด้านรังสีรักษาประมาณปีละ 1,000-1,500 คน ทำให้ผู้ป่วยและญาติเกิดความไม่สะดวก และมีค่าใช้จ่ายสูง ทั้งนี้ในปีงบประมาณ พ.ศ.2561 โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ได้รับการจัดสรรงบประมาณงบบูรณาการภาคใต้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 วงเงิน 155 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ จำนวน 4 รายการ

ประกอบด้วย เครื่องเร่งอนุภาคพลังงานสูง (Linear accelerator) ชนิด 3 มิติ , เครื่องจำลองรังสีรักษาด้วยเครื่องเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ (CT simulator) , เครื่องวางแผนการรักษา (Treatment Planning System : TPS work station) และชุดอุปกรณ์เครื่องวัดและควบคุมคุณภาพรังสี (QA verification) เพื่อเปิดเป็นศูนย์การรักษามะเร็งด้านรังสีรักษาในภาคใต้ตอนกลาง รวมทั้งเป็นโรงพยาบาลศูนย์แห่งแรกในภาคใต้ที่สามารถให้การรักษาโดยการฉายแสงอย่างครบวงจร

ทั้งบุคลากร และเครื่องมือ แต่อย่างไรก็ตามในการดำเนินการดังกล่าวทางโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ยังขาดอาคารสถานที่เพื่อใช้ดำเนินการดังกล่าว ซึ่งการร่วมบริจาคของเศรษฐีผู้ใจบุญทั้ง 2 รายดังกล่าว จะส่งผลให้โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช มีอาคารหลังใหม่เพื่อรองรับเครื่องมืออุปกรณ์และเป็นสถานที่บำบัดรักษาที่บรรเทาความเจ็บปวดของผู้ป่วยมะเร็ง และโรงพยาบาลศูนย์แห่งแรกของภาคใต้ที่สามารถให้การรักษาโดยการฉายแสงอย่างครบวงจรตามวัตถุประสงค์ต่อไป

ไม่หลาบจำ! ตำรวจรวบนักค้ายาเสพติดประวัติฉกรรจ์ เคยติดคุกมาถึง 3 ครั้ง

ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ จับกุมนักค้ายาเสพติดเจ้าเก่า เผย เคยติดคุกในคดียาเสพติดมาแล้วถึง 3 ครั้งแต่ไม่หลาบจำ

พ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร ผู้กำกับการ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พ.ต.ท.ธนวัต เส้งสุย รอง ผกก.สภ.หาดใหญ่ พ.ต.ท.ปรีชา พันดร รอง ผกก.สส.ภ.9 พร้อม ร.ต.อ.ธนศักดิ์ บริรักษ์นรากุล รอง สว.หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.หาดใหญ่ นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.หาดใหญ่ หรือ ชุดตะวัน จับกุม นายสำเริง อายุ 42 ปี หนึ่งในนักค้ายาเสพติดใน อ.หาดใหญ่

โดยเจ้าหน้าที่จับกุมได้คาบ้านพัก เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ พร้อมยาบ้า 1,200 เม็ด ที่รับมาจำหน่าย และสารภาพขณะจับกุมยังอยู่ในอาการเมายา สอบสวน นายสำเริง ให้การว่าสั่งซื้อยาบ้าทางโทรศัพท์มาจาก นายดิ่ง ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง และจะมีสายส่งนำมาโยนให้ตามจุดนัดหมายบริเวณถนนสายสนามบินหาดใหญ่ โดยจะสั่งมาครั้งละ 1,200 เม็ดและนำมาขายต่อเม็ดละ 70 บาท เนื่องจากขณะนี้ยาบ้าราคาเริ่มถูกลงจากเมื่อหลายปีก่อนราคาอย่างต่ำเม็ดละ 200 บาท เพราะนักเสพจะหันไปเสพยาไอซ์กันมากขึ้น

ด้าน พ.ต.อ.กิตติชัย เผยว่า จากการตรวจสอบประวัติ นายสำเริง เคยถูกจับกุมและติดคุกในคดียาเสพติดมาแล้วถึง3 ครั้ง ครั้งล่าสุดเพิ่งพ้นโทษมาเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาและหวนกลับเข้าสู่วงการค้ายาเสพติดอีกครั้ง สุดท้ายก็ต้องพบกับจุดจบแบบเดิมและกลับเข้าคุกอีกรอบ