เลขาฯต้านคอร์รัปชัน ชี้ นายกฯ ยังไม่ผิด!! ปมซื้อสุนัขบางแก้วแจกลูกน้อง

เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ชี้ ยังไม่สามารถเอาผิด นายกฯ กรณีซื้อลูกสุนัขพันธุ์บางแก้วแจกได้ เผย หากมีการรับมอบเกิดขึ้นเข้าข่ายผิดกฎหมายชัดเจน

จากกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กรณีซื้อสุนัขพันธุ์บางแก้ว 3 ตัว และมอบสุนัข 2 ตัวเป็นของขวัญให้กับพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กับ พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี

ซึ่งถือว่ามีพฤติกรรมอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ตามกฎหมายและประกาศของ ป.ป.ช. นั้น แม้นายกฯ จะระบุภายหลังว่าใครอยากได้ให้มาซื้อต่อก็ตาม เรื่องนี้ทางด้าน นายมานิต นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ชี้ว่า ขณะนี้ ยังไม่สามารถเอาผิด พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้

เนื่องจากยังไม่มีการรับมอบสุนัข ซึ่งเป็นเพียงแค่การบอกกล่าวเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตาม หากมีการรับมอบสุนัขดังกล่าวไม่ว่าจะเหตุผลใดก็ตาม “ผู้รับ ถือว่า ผิดกฎหมาย” พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 103 และแก้ไขเพิ่มเติมประกอบข้อ 5 (2) ของประกาศกรรมการ ป.ป.ช.

เรื่องหลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาของเจ้าหน้าที่รัฐ และ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการให้หรือรับของขวัญของเจ้าหน้าที่รัฐ พ.ศ.2544 เขียนไว้ชัดเจนว่า “ห้ามเจ้าหน้าที่รัฐรับทรัพย์สินหรือประโยชน์จากบุคคล นอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์ที่ควรได้ตามกฎหมายหรือข้อบังคับที่ออกตามกฎหมาย ซึ่ง กรรมการ ป.ป.ช. กำหนดไว้ว่า เจ้าหน้าที่รัฐจะรับทรัพย์สินมูลค่าเกิน 3,000 บาทไม่ได้” แต่อย่างไรก็ดี หากมีการรายงานต่อผู้บังคับบัญชา และผู้บังคับบัญชาอนุมัติให้รับสิ่งของนั้นได้ ก็ถือว่าไม่ผิดกฎหมาย

สมาคมธนาคารไทย แจงสาเหตุกรณี พร้อมเพย์ล่ม

สมาคมธนาคารไทย แจงเหตุกรณี พร้อมเพย์ล่ม เตรียมคืนเงินค่าธรรมเนียมให้ลูกค้าทุกรายที่ต้องโอนเงินข้ามธนาคารผ่านช่องทางอื่นในวันดังกล่าว

นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย ได้ชี้แจงว่า ตามที่ได้เกิดปัญหาการโอนเงินระหว่างธนาคารผ่านบริการพร้อมเพย์ ในช่วงเช้าของวันที่ 31 ธันวาคม 2560 โดยธนาคารผู้ให้บริการ ได้รับทราบปัญหาการโอนเงินข้ามธนาคารผ่านบริการพร้อมเพย์ ที่ผู้รับเงินปลายทางไม่ได้รับเงิน ธนาคารต่างๆ และ บริษัท ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จึงได้ตรวจสอบหาสาเหตุและขอปิดการให้บริการเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่เวลา 11:45 น. เพื่อแก้ไขปัญหาและป้องกันความเสียหายที่จะเกิดแก่ผู้ใช้บริการ

จากการตรวจสอบพบว่า ระบบงานที่ใช้ที่บริษัท ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ มีการประมวลผลค่าวันที่สิ้นปีผิดพลาด ทำให้ไม่สามารถโอนเงินไปยังธนาคารปลายทางได้ บริษัทฯ ได้ร่วมกับผู้พัฒนาระบบดำเนินการแก้ไข และ ระบบกลับมาเปิดให้บริการได้ในเวลา 14:45 น. ในวันเดียวกัน สำหรับรายการโอนเงินที่ลูกค้าไม่ได้รับเงินภายในวันเดียวกันนั้น มีประมาณ 20,000 รายการ ธนาคารต่างๆ และ บริษัทฯ ได้ดำเนินการแก้ไข นำเงินเข้าบัญชีผู้รับ ปัจจุบันทุกธนาคารได้คืนเงินให้กับลูกค้าครบถ้วนทุกรายแล้ว

นายปรีดี กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนของธนาคารผู้ให้บริการ ต้องขออภัยต่อความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นต่อลูกค้า ซึ่งเหตุการณ์นี้นับเป็นครั้งแรกของบริการพร้อมเพย์ที่ให้บริการมาตั้งแต่เดือนมกราคมของปีที่ผ่านมา ส่วนสาเหตุของความผิดพลาดนั้น เป็นความผิดพลาดที่เกิดจากการเขียนโปรแกรม และหลังจากการแก้ไขในครั้งนี้แล้ว เชื่อว่าจะไม่เกิดปัญหาอีก

สำหรับการแก้ไขระบบที่ใช้เวลาหลายชั่วโมงนั้น เป็นการหาสาเหตุและประสานงานกับผู้พัฒนาระบบ ตลอดจนการทดสอบกับทุกธนาคารเพื่อให้มั่นใจว่าระบบของทุกธนาคารจะทำงานได้อย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการที่ดีในการแก้ไขปัญหาให้ลูกค้านั้น ทุกธนาคารได้เร่งดำเนินการตามกระบวนการที่ได้กำหนดไว้และดำเนินการได้เร็วกว่ามาตรฐานที่เคยกำหนดร่วมกัน

ซึ่งต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่เร่งดำเนินการทั้ง ๆ ที่เป็นช่วงวันหยุดยาว เพื่อรองรับผลกระทบที่เกิดกับลูกค้าที่ต้องโอนเงินข้ามธนาคารผ่านช่องทางอื่นแทนพร้อมเพย์ ในวันที่ 31 ธันวาคม 2560 ซึ่งต้องเสียค่าธรรมเนียม ธนาคารผู้ให้บริการทุกธนาคารจะคืนเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวให้แก่ลูกค้าทุกราย

เตือน! ผู้ใช้ โดรน ต้องขึ้นทะเบียนภายใน 9 ม.ค. 61 ฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำทั้งปรับ

กสทช. เตือนผู้ใช้ ‘โดรน’ ต้องขึ้นทะเบียนภายใน 9 ม.ค. 61 หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า วันที่ 9 ม.ค. 2561 นี้ จะครบกำหนดระยะเวลา 90 วัน ที่ กสทช. กำหนดให้ผู้ครอบครองเครื่องวิทยุคมนาคมที่ใช้ในอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (โดรน) ต้องมาดำเนินการขึ้นทะเบียนนับตั้งแต่วันที่ 11 ต.ค. 2560 ตามคำสั่ง กสทช. เรื่อง การขึ้นทะเบียนเครื่องวิทยุคมนาคมที่ใช้ในอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (Drone)

สำนักงาน กสทช. จึงขอให้ประชาชนที่มีโดรนอยู่ในครอบครอง หรือใช้งาน รีบมาขึ้นทะเบียนที่สำนักงาน กสทช. ถนนพหลโยธิน 8 (ซอยสายลม) พญาไท กรุงเทพฯ สำนักงาน กสทช. ภาค และสำนักงาน กสทช. เขต ทั่วประเทศ สถานีตำรวจทั่วประเทศ หรือที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย สำหรับผู้ที่มีโดรนไว้ในครอบครอง หรือใช้งาน ที่ไม่มาขึ้นทะเบียน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 23 แห่ง พ.ร.บ. วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

“การขึ้นทะเบียนโดรนที่สำนักงาน กสทช. ดำเนินการนั้น เป็นไปเพื่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรือป้องกันราชอาณาจักร โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 6 ประกอบกับมาตรา 14 แห่ง พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หากประชาชนมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่ Call Center สำนักงาน กสทช. หมายเลขโทรศัพท์ 1200 ฟรี หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 2670 8888 ต่อ 7479” นายฐากร กล่าว