นายกรัฐมนตรี แจงซื้อลูกสุนัขบางแก้วจริง แต่ยังไม่ได้รับ ใครอยากได้ให้มาซื้อต่อ พร้อมที่จะขาย ด้าน “พล.อ.ประวิตร” ยังอุบเงียบเรื่องแจงที่มานาฬิกาฉาว
รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. พร้อมภริยา ได้นำคณะรัฐมนตรีและคู่สมรสร่วมพิธีทำบุญเจริญพุทธมนต์ ณ ตึกสันติไมตรี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2561 ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นการทำงานวันแรกของปีเพื่อความเป็นสิริมงคล
ทั้งนี้ก่อนพิธีผู้สื่อข่าวได้สอบถาม พล.อ.ประยุทธ์ ถึงกรณีที่ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เตรียมเข้าไปยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบนายกรัฐมนตรี ในกรณีการซื้อลูกสุนัขพันธุ์บางแก้ว จำนวน 3 ตัว ราคาตัวละ 6,000 บาท รวมเป็นเงิน 18,000 บาท
เนื่องจากเข้าข่ายความผิดรับประโยชน์ หรือ ทรัพย์สินที่มีมูลค่าเกิน 3,000 บาท ตามกฎหมายและประกาศของ ป.ป.ช. ในเรื่องการมอบทรัพย์สินและประโยชน์อื่นใดที่เจ้าหน้าที่รัฐควรได้กำหนด ว่า ยอมรับว่ามีการจ่ายเงินลูกสุนัขพันธุ์บางแก้วที่มีข่าวไปจริง แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับสุนัขพันธ์ุบางแก้วมาเลยซักตัว ซึ่งการซื้อลูกสุนัขในครั้งนี้ไม่ได้นำมาไว้เพื่อแจก แต่หากใครอยากได้ก็ให้มาจ่ายเงินซื้อต่อเอง เพราะตนก็พร้อมที่จะขายต่อ
ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมากล่าวช่วงหนึ่งถึงเรื่องเดียวกันว่า การจะยื่นก็เป็นเรื่องที่ทำได้ และหากนายกรัฐมนตรี จะมอบสุนัขให้ ก็ไม่ขอรับ เพราะทราบดีว่ารับสิ่งของที่มีมูลค่าเกิน 3,000 บาท เป็นสิ่งผิดกฎหมาย อีกทั้งตนเองก็มีสุนัขที่บ้านอยู่แล้ว

ด้านพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ก็ได้กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีจะมอบลูกสุนัขพันธุ์บางแก้วให้ ว่า ไม่กังวล และขณะนี้สุนัขดังกล่าวก็ยังส่งมาไม่ถึง
นอกจากนี้รายงานข่าวได้เผยว่า ก่อนพิธีผู้สื่อข่าวก็ได้สอบถาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมตอนหนึ่งถึงการชี้แจงเรื่องที่มาของนาฬิกาหรูกับทางคณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.แล้วหรือไม่ แต่ผู้สื่อข่าวก็ไม่ได้รับคำตอบในเรื่องจากพล.อ.ประวิตร แต่อย่างใด ก่อนจะเดินขึ้นเพื่อประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรกปี 2561 ทันที
สำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรี นัดแรกประจำปี 2561 คาดว่าที่ประชุมจะมีการพิจารณาผู้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจน เฟส 2 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับผู้มีรายได้น้อย ที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี ทั้งหมด 5.3 ล้านคน จากผู้ลงทะเบียนคนจน 11.4 ล้านคน ให้รายได้สูงกว่าเกณฑ์ และหลุดพ้นจากความยากจนในปี 61
โดยมาตราการบัตรคนจนเฟส 2 จะเป็นการร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและกระทรวงเกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อแก้ปัญหา ให้ประชาชนมีรายได้อย่างยั่งยืน รวมถึงส่งเสริมอาชีพ ขณะเดียวกันกระทรวงแรงงานเสนอที่ประชุมขยายเวลาการพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าว จากเดิมที่จะสิ้นสุดภายใน 31 มีนาคม 61 เป็นถึง 30 มิถุนายน 61







