คุมตัว ‘เสก โลโซ’ ถึงเมืองคอน เจ้าตัวอารมณ์ดียิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมยอมรับผิด

‘เสก โลโซ’ อารมณ์ดียิ้มแย้มแจ่มใส ลงจากรถ ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง พร้อมยอมรับผิดมอบช่อพวงมาลัยขอโทษผู้การและตำรวจเมืองคอน

วันนี้ (2 ม.ค. 60) เวลาประมาณ 17.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัว นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ เสก โลโซ มาถึง จ.นครศรีธรรมราช ด้วยความสวัสดิภาพ ซึ่งอารมณ์ดีและยิ้มแย้มแจ่มใสตลอดเวลา โดยเดินลงมาจากรถตู้พร้อมกับ ‘อีฟ’ แฟนสาว ก่อนเข้าไปพบ พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช และพนักงานสอบสวน สภ.พรหมคีรี ซึ่งเสกได้ยกมือไหว้และขอโทษที่ได้กระทำผิดลงไปในครั้งนี้

ทั้งนี้ ทนายความของ เสก ได้นำช่อพวงมาลัยมามอบให้กับเสก เพื่อให้เสก มอบทำการขอขมาต่อ พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.นครศรีธรรมราช และตำรวจนครศรีธรรมราช ที่ได้กระทำผิดลงไปในครั้งนี้ และยอมรับว่าได้ยิงปืนขึ้นฟ้าจริงจำนวน 10 นัด ตามที่ปรากฏในเฟซบุ๊กไลฟ์ส่วนตัวของตนและพร้อมที่จะรับโทษตามกฎหมายบ้านเมืองต่อไป

จากนั้นพนักงานสอบสวน จึงเริ่มสอบสวนปากคำ เสก โลโซ บริเวณหน้าห้อง ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช คาดว่าจะเวลาในการสอบสวนปากคำในคืนนี้ไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง ก่อนจะคุมตัวไปพิมพ์ลายนิ้วมือและคุมขังที่ สภ.พรหมคีรี ซึ่งอยู่ห่างประมาณ 20 กิโลเมตร เป็นเวลา 1 คืน และจะนำตัวไปฝากขังศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ในวันพรุ่งนี้ (3 ม.ค. 60) ต่อไป ขณะที่ทาง อีฟ แฟนสาวเผยว่า ตนเตรียมหลักทรัพย์เป็นจำนวนเงิน 1 แสนบาท เพื่อเตรียมขอประกันตัวเสกในชั้นศาลในวันพรุ่งนี้

ด้าน พระครูปิยะคุณาธาร เจ้าอาวาสวัดเขาขุนพนม เปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เป็นเรื่องส่วนตัวของ เสก ที่กระทำลงไปเอง ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับทางวัด คืนเกิดเหตุอาตมาก็ไม่ได้อยู่ที่เกิดเหตุ เพราะทราบว่าเกิดขึ้นช่วงตี 1 และมีฝนตกหนักด้วย อาตมาจำวัดอยู่ในกุฏิ และมาทราบเรื่องตอนเช้าแล้ว สำหรับ เสก ก็มาทำการแสดงคอนเสิร์ตให้กับทางวัด เป็นการแสดงให้ฟรี เพราะ เสก ศรัทธาในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช มานานแล้ว โดยครั้งนี้ เสก มาเป็นครั้งที่ 3 ส่วนสาเหตุที่ เสก ยิงปืนขึ้นฟ้านั้น หลังเกิดเหตุอาตมาได้สอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเสก และทราบว่า เสก ยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อแก้บน ซึ่ง เสก ได้บนบานกับพระเจ้าตากฯ ว่าขอให้ได้ลูกชาย เมื่อสมหวังก็มายิงปืนแก้บน

วอนหยุดแชร์! ภาพ ตร. ตั้งกล้องจับความเร็วช่วงปีใหม่ ไม่เป็นความจริง

วอนหยุดแชร์! ภาพ ตร. ตั้งกล้องจับความเร็วช่วงปีใหม่ ไม่เป็นความจริง ที่แท้ของปะเทศโคลอมเบีย

จากกรณีที่มีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก “คืนลับฟ้า เคียงข้างสร้างฝัน” ได้โพสต์ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งกล้องตรวจจับความเร็วในเพจ “เกรียงไกร ไทยอ่อนและเพื่อน” ซึ่งมีสมาชิกบางส่วนที่เข้าไปแสดงความคิดเห็นว่าเป็นการตรวจจับความเร็วรถในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ศูนย์โซเชียลมีเดีย ศปก.ตร. ได้ตรวจสอบแล้วพบว่า ภาพดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศไทย และไม่ได้เป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจตามที่ถูกกล่าวอ้างแต่อย่างใด โดยเป็นภาพที่เกิดขึ้นในถนนสาย Cota – Siberia ประเทศโคลอมเบีย ซึ่งเว็บไซต์ “REVISTA ENFOQUE” ได้นำเสนอภาพนี้เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 60 ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม จึงขอแจ้งเตือนผู้ที่แชร์ภาพดังกล่าวโปรดหยุดแชร์ และตั้งสติในการเสพข้อมูลบนโซเชียลมีเดีย ในส่วนของผู้โพสต์นั้นทางศูนย์ฯ จะได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

หนุ่มใหญ่วัย 47 ผูกคอดับ บอก ‘จะไปสวรรค์ชั้น7’

หนุ่มใหญ่ วัย 47 ปี ป่วยจิตเวช หายออกจากบ้าน แขวนคอเป็นศพอยู่กลางป่า ทิ้งคำพูดสุดท้ายไว้ “กูจะไปสวรรค์ชั้น 7”

พ.ต.ท.ไกรสิทธิ์ แท่นแก้ว สว. (สอบสวน) สภ.โนนนารายณ์ อ.โนนนารายณ์ จ.สุรินทร์ ได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนผูกคอตายบริเวณป่าริมถนน ต.คำผง อ.โนนนารายณ์ จ.สุรินทร์ จึงเดินไปยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยสุรินทร์ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นป่าริมถนนสายโนนนารายณ์-อ.ศีขรภูมิ โดยร่างของผู้ตายญาติๆ ได้ช่วยกันปลดเชือกที่ใช้ผูกคอ นำร่างของผู้ตายลงมาจากต้นไม้แล้ว ทราบชื่อต่อมาคือ นายสุทัศน์ อายุ 47 ปี ซึ่งจากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้ใดๆ และตามร่างกายก็ไม่มีบาดแผล  มีแต่เพียงรอยเชือกรัดที่คอเท่านั้น

จากการสอบถามญาติผู้ตาย  ทราบว่าผู้ตายเป็นโรคจิตเวชมานาน  แต่ก็ได้ไปรับการรักษาอยู่อย่างต่อเนื่อง  โดยก่อนเกิดเหตุเมื่อวานนี้ตอนบ่าย  ผู้ตายได้หายออกจากบ้านไป ซึ่งชาวบ้านที่ได้พบผู้ตายก่อนจะหายตัวไปได้บอกว่า เห็นผู้ตายเดินเหม่อลอยอยู่ในหมู่บ้าน  จึงได้ถามว่าจะไปไหน  ซึ่งผู้ตายก็ได้ตอบว่า “กูจะไปสวรรค์ชั้น 7”  ซึ่งก็ไม่ได้มีใครเอะใจอะไร  เนื่องจากทราบว่าผู้ตายเป็นโรคจิตเวชอยู่ จนกระทั่งตอนเย็นก็ไม่เห็นกลับมาบ้าน  ลูกชายของผู้ตายก็ได้ออกติดตามหาทั้งคืน  จนกระทั่งรุ่งเช้าวันนี้เวลา 07.00  ญาติผู้ตายก็ได้เข้าแจ้งความคนหายต่อร้อยเวร สภ.โนนนารายณ์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยออกติดตามให้อีกแรง  จนกระทั่งต่อมาจึงพบศพดังกล่าว