ปี 2017 ที่ผ่านมา ถือได้ว่าเป็นปีแห่งการ ‘ก่อการร้าย’ วันนี้ทีมข่าว MThai จะพามาย้อนรอยเหตุสะเทือนใจคนทั่วโลกตลอด 1 ปีที่ผ่านมา
1 มกราคม มือปืนในชุดซานตาคลอสบุกกราดยิงไนท์คลับกลางนครอิสตันบูลของตุรกี
เปิดศักราชมาด้วยเหตุการณ์ร้าย ในวันที่1 มกราคม มือปืนบุกกราดยิงไนท์คลับกลางนครอิสตันบูลของตุรกี โดยมือปืนสวมชุดซานตาคลอส บุกใช้อาวุธปืกราดยิงคนไม่เลือกหน้า ในสถานเริงรมย์ ไนรา ไนท์คลับ กลางนครอิสตันบูล เหตุครั้งนั้นทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 39 ศพ และบาดเจ็บอีกกว่า 69 คน

หลังจากเกิดเหตุกลุ่มรัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย หรือ กลุ่มไอเอส ออกมาอ้างความรับผิดชอบ พร้อมทั้งมีการระบุด้วยว่า ไนท์คลับดังกล่าว เต็มไปด้วยกลุ่มคนชาวคริสต์ และชาวต่างชาติที่มารวมตัวกันเพื่อฉลองงานปีใหม่ รวมถึงผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่จากเหตุการณ์ครั้งนี้ ก็เป็นชาวต่างชาติอีกด้วย….
22 มีนาคม คนร้ายขับรถพุ่งชนคนบนสะพานเวสต์มินสเตอร์ ก่อนเข้าไปแทงตำรวจดับในรัฐสภา

ในปี 2017 ลอนดอน ถือเป็นเป้าโจมตีจากกลุ่มก่อการร้ายอย่างหนัก เพราะผ่านไปยังไม่ถึงครึ่งปี ก็มีเหตุการณ์สะเมือนขวัญมากมายหลายครั้ง โดยหนึ่งในนั้นคือเหตุการณ์ขระที่นายคาลิด มาซูด วัย 52 ปี ได้ขับรถพุ่งชนผู้คนที่เดินอยู่บนสะพานเวสต์มินสเตอร์ จากนั้นเขาได้ขับรถมุ่งหน้าไปทางอาคารรัฐสภา และชนเข้ากับรั้ว ก่อนที่จะวิ่งเข้าไปใช้มีดจ้วงแทงเจ้าหน้าที่ตำรวจจนเสียชีวิต ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ยิงได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเช่นกัน ทว่าผู้ก่อเหตุรายนี้ถือได้ว่าเป็นผู้ก่อการร้ายที่มีอายุมากที่สุดเท่าที่เคยก่อเหตุมาในยุโรป
อ่านข่าวต่อที่…เกิดเหตุกราดยิงใจกลางกรุงลอนดอน ใกล้อาคารรัฐสภา
3 มิถุนายน รถตู้พุ่งชนคน ก่อนลงมาจ้วงแทงเหยื่อที่ลอนดอนบริดจ์ และโบโรห์มาร์เก็ต
เมื่อเวลา 22.30 น. (05.30 น. ตามเวลาในประเทศไทย) กลุ่มคนร้ายได้ขับรถตู้สีขาวความเร็ว 50 ไมล์ต่อชั่วโมง (หรือ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) พุ่งเข้าชนคนที่เดินเท้าบนสะพานลอนดอนบริดจ์ จากนั้นคนร้ายได้ขับรถไปถึงย่านโบโรห์มาร์เก็ตที่มีบาร์และร้านอาหารจำนวนมาก แล้วลงจากรถไล่แทงผู้คน ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 48 คน เสียชีวิตทั้งหมด 10 คน ในจำนวนนี้เป็นประชาชน 7 คน และเป็นผู้ก่อการร้ายซึ่งถูกตำรวจยิงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 3 คน โดยหนึ่งในคนร้ายได้สวมเสื้อกั๊กที่มีระเบิดปลอมอยู่ด้วย

ด้าน กลุ่มไอเอส หรือรัฐอิสลาม ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบอ้างตัวว่าอยู่เบื้องหลังการก่อเหตุโจมตี ตรงกับที่ได้ส่งข้อความผ่านทางเทเลแกรมมาก่อนหน้านั้นว่า ให้สาวกปฏิบัติการโจมตีด้วยรถบรรทุก มีด ปืน กับผู้ที่ศรัทธาในศาสนาคริสต์ในช่วงเดือนรอมฎอน และให้มุ่งเป้าไปที่สถานที่พลุกพล่าน เช่น ตลาด ถนนสายสำคัญ เป็นต้น
19 มิถุนายน รถตู้พุ่งชนคนใกล้มัสยิดในกรุงลอนดอน เพราะคนร้ายต้องการ ‘แก้แค้น’
กรุงลอนดอนพบความบอบช้ำอีกครั้ง กับเหตุก่อการร้ายกรณีคนร้ายบุกเดี่ยว ขับรถตู้สีขาวพุ่งชนคนใกล้กับมัสยิดฟินสเบอรี พาร์ก บนถนนเซเว่น ซิสเตอร์ส ทางตอนเหนือของกรุงลอนดอน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บ 10 คน ผู้เห็นเหตุการณ์เผยว่า ผู้ต้องสงสัยลงจากรถแล้วร้องตะโกนว่า “พวกมุสลิมไปอยู่ไหน? ฉันอยากจะฆ่าพวกมันให้หมด”

ซึ่งขณะนั้นมีผู้สัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีชาวมุสลิมที่มาร่วมศาสนกิจในคืนวันศุกร์และถือศีลอดในช่วงเดือนรอมฎอน โดยคนร้ายก่อเหตุไปเพื่อแก้แค้นชาวมุสลิม หลังเกิดเหตุก่อการร้ายบนสะพานลอนดอนบริดจ์ รวมทั้งระเบิดในเมืองแมนเชสเตอร์ ทำให้ชาวมุสลิมออกมาประณาม โศกนาฏกรรมครั้งดังกล่าว พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการรักษาความปลอดภัยบริเวณมัสยิดและชุมชนมุสลิมอย่างเข้มงวด
15 กันยายน คนร้ายซุกระเบิด โจมตีรถไฟใต้ดินกลางกรุงลอนดอน
คนร้ายได้อาศัยช่วงเวลาเร่งด่วนที่ผู้คนกำลังเดินทางไปทำงาน ซุกซ่อนระเบิดแสวงเครื่องในถุงพลาสติกบรรจุถังสีขาว แล้วจุดระเบิดด้วยการตั้งเวลา ทำให้ผู้โดยสารรถไฟใต้ดินที่ สถานีพาร์สันส์ กรีน (Parsons Green) ได้รับบาดเจ็บจำนวน 29 ราย ส่วนใหญ่มีบาดแผลไฟไหม้ เคราะห์ดีไร้ผู้เสียชีวิต

ต่อมากลุ่มไอเอสเจ้าประจำ ออกมาแสดงความรับผิดชอบว่าอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ ในขณะนั้นรัฐบาลอังกฤษถึงขั้นต้องยกระดับเตือนภัยก่อการร้ายเป็น “วิกฤต” หลังจากมีการประเมินแล้วว่าอาจมีการโจมตีครั้งต่อไปตามมาจนต้องมีการจัดมาตรการเฝ้าระวังภัยอย่างรัดกุม
7 พฤศจิกายน กลุ่มคนร้ายก่อเหตุกราดยิงโจมตีสถานีโทรทัศน์อัฟกานิสถาน
กลุ่มรัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย หรือ กลุ่มไอเอส ออกมากล่าวอ้างว่า เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุบุกโจมตีสถานีโทรทัศน์ “ชามชัด” ที่ตั้งอยู่ในกรุงคาบูล ของอัฟกานิสถาน กลุ่มคนร้ายได้ปลอมตัวเป็นตำรวจ และบุกเข้าไปในอาคารของสถานีโทรทัศน์ดังกล่าว ก่อนที่จะก่อเหตุกราดยิงใส่เจ้าหน้าที่และพนักงาน

ทว่ากองกำลังหน่วยพิเศษของอัฟกานิสถาน ก็ใช้วิธีระเบิดกำแพง ก่อนที่จะบุกเข้าไปด้านในและสังหารคนร้ายที่ก่อเหตุได้ทั้งหมด ยุติเหตุอุกอาจที่เกิดขึ้นนานราว 3 ชั่วโมงลงได้สำเร็จ ทำให้สถานีโทรทัศน์แห่งนี้กลับมาออกอากาศได้อีกครั้ง
อ่านต่อที่…‘กลุ่มไอเอส’ อ้างเหตุกราดยิงโจมตีสถานีโทรทัศน์อัฟกานิสถาน
31 ธันวาคม คนร้ายก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตายในพิธีฝังศพเขตเบห์ซุด เมืองจาลาลาบัด อัฟกานิสถาน
ส่งท้ายปีแห่งการก่อการร้ายคนร้ายก่อเหตุจุดชนวนระเบิดฆ่าตัวตายในพิธีฝังศพอดีตผู้ว่าการเขตฮาสกา มีนา ซึ่งจัดขึ้นในเขตเบห์ซุด เมืองจาลาลาบัด ทางภาคตะวันออกของประเทศอัฟกานิสถาน แรงระเบิดส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 15 ราย บาดเจ็บกว่า 14 คน


