บุกจับมารศาสนา ไม่เข็ดหลาบแต่งเลียนแบบพระสงฆ์ อ้างสนิทผู้ว่าฯ เมืองคอน และ มทภ.4 – ข่มขู่หลอกลวงเรียกเงินเหมืองแร่และนายก อบต.
วันที่ 28 ม.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีผู้อ้างว่าเป็นพระภิกษุสงฆ์ และพำนักประจำอยู่ที่สำนักสงฆ์นาคราช หมู่ 10 ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช และอ้างว่ามีความสนิทสนมกับนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และ พล.ท.ปิยะวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 และข่มขู่หลอกลวงเรียกเงินจากเหมืองแร่แห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.กรุงชิง จำนวน 3,000 บาท และยังข่มขู่เรียกเงินจาก นายก อบต.กรุงชิง เมื่อนายก อบต.กรุงชิง ไม่ให้ ก็แอบอ้างว่าตนสนิทกับผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และแม่ทัพภาค 4 จะเสนอให้ คสช.ใช้ ม. 44 ปลดนายก อบต.กรุงชิง พ้นจากตำแหน่งในเร็ว ๆ นี้
ทั้งนี้เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 ม.ค.61 หลังจากนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มอบหมายให้ นายวิรัตน์ รักษ์พันธ์ รอง ผวจ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วย ว่าที่ ร.ต.อุทัย ทาบทอง นายอำเภอนบพิตำ ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและประวัติอย่างละเอียด พบว่าบุคคลดังกล่าวอ้างว่าชื่อพระกัลยารัตน์ สุวัณโน หรือ นายวีรศักดิ์ ส่งแสง อยู่บ้านเลขที่ 95 หมู่ 1 ต.ลำสินธุ์ อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง และเคยบวชที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.พัทลุง จากนั้นในปี 2551 ได้ออกธุดงค์ปักกรดพำนักที่เจดีย์ควนหินแท่น อ.ป่าบอน จ.พัทลุง และมีพฤติกรรมใบ้หวยหลอกลวงชาวบ้านจำนวนมาก จนกระทั้งหลอกเด็กผู้ชาย อายุ 8 – 10 ขวบ จำนวน 3 – 4 คน ให้ฝึกนั่งสมาธิ หลับตา ห้ามลืมตาเด็ดขาด ก่อนที่ตัวเองจะสำเร็จความใคร่ เอาน้ำอสุจิใส่ใบหน้าและปากเด็ก ๆ และข่มขู่เด็ก ๆ นำเรื่องไปบอกใคร
แต่มีเด็กคนหนึ่งที่ถูกทำอนาจาร นำเรื่องไปเล่าให้พ่อแม่ ผู้ปกครองฟัง จนที่สุดชาวบ้านกว่า 50 คน รวมตัวกันขับไล่และจับตัวไปให้พระครูสังวรณ์ ธรรมวารี เจ้าอาวาสวัดทุ่งนารี และเจ้าคณะอำเภอป่าบอน จ.พัทลุง ทำการสึกจากพระ ก่อนควบคุมตัวส่ง พ.ต.ท.เมธาพงศ์ นาคปลัด พนักงานสอบสวน สภ.ป่าบอน เพื่อสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมาย
หลังพ้นโทษนายวีรศักดิ์ ส่งแสง หรือ อดีตพระกัลยารัตน์ ได้แอบนำจีวรมาห่มหลอกชาวบ้าน ว่าเป็นพระสงฆ์เหมือนเดิม และยังก่อเหตุลักทรัพย์พระพุทธรูปประจำวัดแห่งหนึ่งในเขต อ.เมือง จ.พัทลุง ตำรวจ สภ.เมือง พัทลุง ขออนุมัติต่อศาลจังหวัดพัทลุง ออกหมายจับที่ จ.369/2559 ลงวันที่ 20 ธ.ค.2559 หลังถูกออกหมายจับนายวีรศักดิ์ ได้หลบหนี และแต่งกายเลียนแบบสงฆ์ พำนักในพักสงฆ์สระนางหงส์ หมู่ 6 ต.พระพรหม อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช และมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายอย่าง รวมทั้งชอบแอบอ้างว่าสนิทสนมกับข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองชั้นผู้ใหญ่
กระทั้งเมื่อวันที่ 20 ก.ค.60 พ.ต.ท.เตโชทัย ขุนนัดเชียร สารวัตรกองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 (หัวหน้าตำรวจสันติบาลนครศรีธรรมราช) นำกำลังพร้อมหมายจับบุกจับกุมตัวนายวีรศักดิ์ ได้คาที่พักสงฆ์สระนางหงส์ หมู่ 6 ต.นาพรุ อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช และให้เปลื้องผ้าเหลือง ก่อนส่งตัวให้ สภ.เมือง จ.พัทลุง มารับตัวไปดำเนินคดีตามหมายจับ และคาดว่าหลังพ้นโทษออกมาในช่วงปลายปี 2560 นายวีรศักดิ์ ก็ยังใช้พฤติกรรมเดิม ๆ คือแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ และเดินทางไปพำนักในสำนักสงฆ์นาคราช หมู่ 10 ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช และยังมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายอย่าง โดยเฉพาะการข่มขู่หลอกลวงเรียกเงินจากบริษัทเหมืองแร่ และ นายก อบต.กรุงชิง โดยยังอ้างว่ารู้จักสนิทสนามกับผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และแม่ทัพภาคที่ 4 อีกด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังทราบข้อมูลของนายวีระศักดิ์ เป็นอย่างดีแล้ว นายวิรัตน์ รักษ์พันธ์ รอง ผวจ.นครศรีธรรมราช และ ว่าที่ ร.ต.อุทัย ทาบทอง นายอำเภอนบพิตำ จึงสั่งการให้นายพันธกานต์ รัชณรงค์ ปลัดอำเภอ นำกำลังเจ้าหน้าที่ อส.ฝ่ายปกครอง พร้อมกำลังตำรวจ สภ.นบพิตำ กำนัน ต.กรุงชิง และ ผญบ.หมู่ 10 ต.กรุงชิง เดินทางไปตรวจสอบภายในสำนักสงฆ์นาคราช พบพระกัลยารัตน์ ศิริวัณโน หรือ นายวีรศักดิ์ ส่งแสง ที่ห่มผ้าเหลืองคล้ายพระสงฆ์อยู่ภายในสำนักสงฆ์ ตรวจสอบเบื้องต้นไม่มีใบสุทธิ โดยอ้างว่าลืมใบสุทธิไว้ที่วัดใน จ.พัทลุง จะนำใบสุทธิพระมาแสดงกับเจ้าหน้าที่ในวันที่ 30 ม.ค.61 เจ้าหน้าที่ จึงโทรศัพท์สอบถามไปยังเจ้าอาวาสวัด ที่นายวีรศักดิ์ แอบอ้าง ก็ได้รับการยืนยันว่านายวีรศักดิ์ ไม่ได้บวชเป็นพระที่วัดดังกล่าวตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด
จนกระทั้งนายวีรศักดิ์ จึงยอมรับสารภาพว่าไม่ได้เป็นพระสงฆ์ แต่อย่างใดและยอมเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็นฆราวาส พร้อมวิงวอนขอร้องเจ้าหน้าที่ไม่ให้ดำเนินคดีใด ๆ โดยตัวเองจะหยุดพฤติกรรมการแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์อย่างเด็ดขาด และขอเดินทางกลับไปประกอบอาชีพโดยสุจริตที่บ้านเกิดใน จ.พัทลุง หากพบว่าตนมีการแต่กายเลียนแบบพระสงฆ์ อีกจะยินยอมให้เจ้าหน้าที่จับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่ จึงสอบถามไปยังฝ่ายบริหารของเหมืองแร่ และนายก อบต.กรุงชิง ที่ถูกข่มขู่ หลอกลวงเรียกเงิน ก็ไม่มีใครติดใจเอาความ จึงคุมตัวไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานกับ ร.ต.อ.สุรศักดิ์ อร่ามเรือง พนักงานสอบสวน สภ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ก่อนควบคุมตัวไปส่งกลับภูมลำเนาใน จ.พัทลุง ต่อไป