โพล เผย นักการเมืองยังขัดแย้งเช่นเดิม ชี้ มองภาพอนาคตประเทศไม่ชัด

โพล เผย ประชาชนชี้นักการเมืองยังขัดแย้งเช่นเดิม มองภาพอนาคตประเทศไม่ชัดเจน สภาพคล่องในช่วงยุคนักการเมืองเป็นรัฐบาล

สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPERPOLL) เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง อนาคตประเทศ กับ คุณภาพนักการเมือง กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวนทั้งสิ้น 1,299 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่าง วันที่ 10 -27 มกราคม พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 60.90 ยังมองไม่เห็นความชัดเจนในอนาคตของประเทศ ขณะที่ร้อยละ 35.0 เห็นชัดเจนแล้ว และร้อยละ 4.1 ไม่แน่ใจ ทั้งนี้

เมื่อถามถึงความชัดเจนของความขัดแย้งเดิมๆ จากนักการเมือง พบว่า ร้อยละ 67.1 ระบุ เห็นชัดเจน ร้อยละ 29.9 ระบุไม่ชัดเจน และร้อยละ 3.0 ไม่แน่ใจ ส่วนคุณภาพนักการเมืองปัจจุบันกับความสุขของผู้ตอบแบบสอบถาม พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 58.0 ระบุ คุณภาพนักการเมือง ทำให้มีความสุขน้อยถึงไม่สุขเลย ในขณะที่ร้อยละ 30.8 ระบุทำให้สุขปานกลาง และร้อยละ 11.2 ระบุ คุณภาพนักการเมืองปัจจุบันทำให้สุขมาก ถึงมากที่สุด

แต่ที่น่าพิจารณา คือ เมื่อถามถึงเงินในกระเป๋า กับสภาพคล่องของผู้ตอบแบบสอบถามในช่วงยุคนักการเมืองเป็นรัฐบาล พบว่า ร้อยละ 21.7 ระบุ มีมากกว่า ในขณะที่ ร้อยละ 29.4 ระบุมีน้อยกว่า อย่างไรก็ตาม จำนวนมากเกือบครึ่งหนึ่งหรือร้อยละ 48.9 ระบุไม่แตกต่างกันกับยุคนี้

ผอ.ฉาว กิ๊กเด็กนักเรียน ม.2 ติดต่อขอมอบตัว 31 ม.ค.นี้

ผอ.ฉาว แชทหลุดสัมพันธ์เด็กนักเรียน ม.2 ติดต่อขอมอบตัวกับ ตำรวจบัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ในวันพุธ ที่ 31 ม.ค. 61 นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนบ้านป่าตองท่าเนินสามัคคี ต.บัวใหญ่ อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ร้องเรียน นายณฐาภพ บุญทองโท อายุ 51 ปี ผอ.โรงเรียน มีความสัมพันธ์ชู้สาวกับเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.2 ของโรงเรียน หลังพบหลักฐานการพูดคุยทางแชทไลน์โทรศัพท์มือถือ ข้อความหวานซึ้ง ต่างฝ่ายต่างเรียกกันว่า “ที่รัก” และ ผอ.เรียกนักเรียนหญิงว่า “เมีย”

และล่าสุดได้มีผู้ปกครองพาเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.2 อายุ 13 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมโรงเรียนเดียวกันกับนักเรียน เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บัวใหญ่เพื่อให้ดำเนินคดีเอาผิด ผอ.ฉาว ในข้อหากระทำอนาจารลูกสาว โดยกล่าวหาว่า เมื่อช่วงก่อนปีใหม่ที่ผ่านมา ลูกสาวเคยถูก ผอ.ฉาว รายนี้ได้ชักชวนขึ้นรถยนต์ และกระทำการลวนลามจับมือ จับแขน ลูบขาในรถยนต์ของ ผอ. พร้อมชักชวนให้ไปมีเพศสัมพันธ์ โดยเสนอเงินค่าตอบแทนให้เป็นจำนวน 2,000 บาท แต่ลูกสาวไม่ตกลง

ล่าสุด พ.ต.อ.พ.ต.อ.คารม บุญสด ผกก.สภ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมาเปิดเผยว่า นายณฐาภพ บุญทองโท ได้ติดต่อผ่านทางพนักงานสอบสวนว่าจะขอเข้าพบตำรวจ ในวันพุธ ที่ 31 มกราคม 2561 นี้ แต่ยังไม่ได้ระบุเวลา ซึ่งถ้า นายณฐาภพ เข้ามาพบพนักงานสอบสวนจริงถือว่าเป็นเรื่องที่ดีจะได้มีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามกระบวนการของกฏหมายซึ่งตนเองก็พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ส่วนที่มีผู้ปกครองนำเด็กนักเรียนชั้น ม.2 อีกคนเข้าแจ้งความเอาผิดกับ นายณฐาภพ ข้อหาอนาจารนั้น พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานไปหลายปากแล้วรวมถึงตัวเด็กนักเรียนและพ่อแม่เด็กซึ่งในสัปดาห์หน้านี้น่าจะมีความชัดเจนของรูปคดีมากยิ่งขึ้น

องอาจ ฉะ ยืด พ.ร.ป.ส.ส. ทำเลื่อนเลือกตั้ง ยันประชาธิปัตย์ พร้อมทำไพรมารี

“องอาจ” ฉะ ยืด พ.ร.ป.ส.ส. ทำเลื่อนเลือกตั้ง ยันประชาธิปัตย์ พร้อมทำไพรมารี แนะประชาชนมีส่วนร่วม ชี้กระทบเชื่อมั่นนายกฯ หลัง ยืด พ.ร.ป.ส.ส. 90 วัน จี้เลิกเล่นเล่ห์เพทุบาย ขอลุยแก้เศรษฐกิจปากท้อง

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการที่ สนช. มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ให้ขยายเวลาบังคับใช้ออกไป 90 วันโดยนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า การแก้ไขร่างกฎหมายเป็นเรื่องของ สนช. ไม่สามารถก้าวล่วงได้ มองว่า ถึงแม้นายกรัฐมนตรี จะประกาศว่า ไม่ได้ก้าวล่วงกับการแก้ไขกฎหมาย

เพื่อขยายเวลา แต่คำกล่าวอ้างของ สนช. เพื่อขยายเวลานั้น มาจากคำสั่งที่ 53/2560 ซึ่งเป็นคำสั่งที่ออกโดยนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้า คสช. และเกรงว่า พรรคการเมืองจะดำเนินการตามกฎหมายพรรคการเมืองไม่ทันนั้น ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นชัดเจนว่า หากนายกรัฐมนตรี ไม่ออกคำสั่งดังกล่าว สนช. ก็จะไม่มีข้ออ้างมาขยายเวลาออกไป 90 วันได้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ไม่ได้ก้าวล่วง แต่พฤติกรรมต่างๆ ที่แสดงออก ก็พอจะบอกความนัยได้ว่าสมคบคิดกันหรือไม่

ส่วนที่ สนช. บางคน ระบุว่า พรรคการเมืองไม่เห็นด้วยกับการขยายเวลา 90 วัน เพราะไม่อยากทำไพรมารีนั้น ก็ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด พรรคประชาธิปัตย์พร้อมทำไพรมารีแต่ควรเป็นไพรมารีที่ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างแท้จริง ไม่ใช่ทำไพรมารีเป็นเพียงแค่พิธีกรรมเท่านั้น

นายองอาจ กล่าวว่า การที่กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ขยายเวลาบังคับใช้ออกไป 90 วัน ย่อมทำให้การเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไปอีก 90 วัน เช่นกัน จากที่นายกรัฐมนตรี เคยให้สัญญาว่า จะให้เลือกตั้งเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2561 ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อความเชื่อมั่นที่มีต่อนายกรัฐมนตรี อันไม่ค่อยเกิดผลดีต่อการทำหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรี และในฐานะหัวหน้า คสช. แต่อย่างใด เพราะเมื่อใดก็ตามที่ความน่าเชื่อถือลดลง ก็ย่อมทำให้ศรัทธาที่ประชาชนลดลงตามไปด้วย ซึ่งจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อการทำงานของนายกรัฐมนตรีที่กำลังเดินหน้าแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องในขณะนี้

พร้อมหวังว่า การใช้เล่ห์เพทุบายทางกฎหมาย เพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเมืองของกลุ่มผู้มีอำนาจจะไม่เกิดขึ้นอีก ขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย และทางที่ดีที่สุดคือปล่อยให้การปฏิบัติตามกฎหมายต่างๆ เป็นไปตามครรลองปกติ ก็จะช่วยให้ทุกอย่างเดินหน้าไปได้ด้วยดี