ทรัมป์ เตือนคู่ค้า สหรัฐฯ จะไม่ทนต่อการค้าไม่เป็นธรรม

ทรัมป์ กล่าวเตือนคู่ค้าสหรัฐฯ บนเวที WEF สหรัฐฯ จะไม่ทนต่อการค้าที่ไม่เป็นธรรมอีกต่อไป รวมถึงปัญหาการขโมยทรัพย์สินทางปัญญา

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวบนเวทีเวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรั่ม หรือ WEF ในเมืองดาวอส ของสวิตเซอร์แลนด์ วานนี้ ว่า สหรัฐฯ จะไม่ทนต่อการค้าที่ไม่เป็นธรรมอีกต่อไป เพราะการกระทำที่เหมือนการล่าเช่นนี้บิดเบือนระบบของตลาด โดยสหรัฐฯ จะไม่หลับตาข้างเดียวต่อการค้าที่ไม่เป็นธรรม

รวมถึงปัญหาการขโมยทรัพย์สินทางปัญญา และเราไม่สามารถมีการค้าเสรีและเปิดกว้างได้ หากบางประเทศหาประโยชน์ส่วนตัวจากระบบ โดยเอาเปรียบประเทศอื่น นอกจากนี้ เขายังกล่าวเชิญชวนนักลงทุนว่า ขณะนี้เป็นเวลาที่ดีที่จะลงทุนและเติบโตในสหรัฐฯ เพราะเราเปิดกว้างทางธุรกิจ โดยหากมาลงทุน เรารับรองว่าจะมีมาตรการลดหย่อนให้อย่างมากกว่าที่เคยเป็นมา

สำหรับประเด็นความมั่นคง นายทรัมป์ ได้กล่าวถึงประเด็นอาวุธนิวเคลียร์ว่า รัฐบาลของเขาภาคภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และอีกหลายประเทศ ร่วมกดกันให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดอาวุธนิวเคลียร์ และขอให้หุ้นส่วนของสหรัฐฯ ทั้งหลายร่วมกันกดดันอิหร่านต่อกรณีการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์เช่นกัน

นอกจากนี้ นายทรัมป์ ยังระบุว่า สหรัฐฯ ยังคงร่วมมือกับพันธมิตรที่จะทำลายกลุ่มก่อการร้ายอย่าง ไอเอส และสหรัฐฯ จะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องประเทศ ประชาชน และเขตแดนของสหรัฐฯ จากกลุ่มก่อการร้าย

คลัง เตือน ซื้อ-ขาย บิทคอยน์ เสี่ยงผิดกฎหมาย

คลัง แจ้งเตือน ซื้อ – ขาย สกุลเงินดิจิทัล หรือ “บิทคอยน์” อาจเข้าข่ายกระทำความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527

ตามที่กระทรวงการคลัง โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ได้เคยแถลงข่าวสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล หรือ“บิทคอยน์” แก่ประชาชน เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2561 ในข้อกฎหมายของพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 (พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินฯ) และที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่อาจจะเกี่ยวข้องกับการชักชวนซื้อ – ขาย สกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) จึงขอชี้แจงดังนี้

1. ปัจจุบัน “สกุลเงินดิจิทัล” อาจจะทำให้ประชาชนทั่วไปเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าเป็นสิ่งที่ชำระหนี้ได้และมีมูลค่าดังเช่นสกุลเงินสกุลหนึ่ง แต่แท้จริงแล้ว สกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) เช่น Bitcoin เป็นต้น เป็นหน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ใช่เงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายไทย ซึ่งปรากฏตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ฉบับที่ 8/2557 เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2557

2. มูลค่าของสกุลเงินดิจิทัลเกิดจากอุปสงค์และอุปทานของตัวมันเองที่ทำให้มูลค่าของมันเพิ่มขึ้น หรือลดลงโดยที่ตัวมันเองไม่มีกิจการใดที่ถูกต้องตามกฎหมายรองรับในการสร้างรายได้เพื่อการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทน

3. มูลค่าของเงินสกุลดิจิทัลที่มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก เป็นแรงจูงใจทำให้ประชาชนสนใจที่จะซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล เพราะคิดว่ามีผลตอบแทนสูงและมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงอาจส่งผลให้มีการชักชวนให้ประชาชนเข้าร่วมลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลมากขึ้น

4. ตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินฯ ได้วางหลักข้อกฎหมายว่า ผู้ใดอยู่ในประเทศไทยโฆษณา หรือประกาศเชิญชวนให้ลงทุนใดๆ ที่มีพฤติกรรมจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนในอัตราสูง โดยไม่มีกิจการใดที่ถูกต้องตามกฎหมายรองรับ อาจมีลักษณะเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายนี้ ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปีและปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดระยะเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางดูแลสกุลเงินดิจิทัลอย่างเหมาะสม

สั่งพักราชการ ผู้อำนวยการโรงเรียน หลังมีพฤติกรรมเชิงชู้สาวกับเด็กนักเรียน

ศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา สั่งพักราชการ ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง หลังมีพฤติกรรมเชิงชู้สาวกับเด็กนักเรียน ชั้น ม.2 พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง เบื้องต้นพบความเคลื่อนไหว เช็คอินผ่านโซเชียลมีเดีย อยู่ที่ผาตรอมใจ จังหวัดนครนายก

ภาพจากกลุ่มไลน์ของกลุ่มบิ๊กไบค์กลุ่มหนึ่ง ถูกส่งต่อผ่านสื่อออนไลน์ อ้างเป็น ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ที่ถูกร้องเรียนว่ามีความสัมพันธ์กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

ผู้อำนวยการคนนี้ ได้ส่งข้อความเข้าไปในแชทไลน์ของกลุ่มบิ๊กไบค์ ระบุว่า “เหตุการณ์ใกล้ปกติ…เย็นนี้ที่ไหนดีครับ” พร้อมภาพถ่ายที่ “ผาตรอมใจ” ซึ่งเป็นจุดชมวิวในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครนายก

ขณะที่ นายศุภพงษาจันทรังษ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 เปิดเผยถึงการติดตามตัวผู้อำนวยการคนนี้ ว่า ได้เปิดโอกาสให้เข้ามารายงานตัว ชี้แจงหรือแก้ต่าง กับศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมาแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้ เนื่องจากไม่ยอมมาโรงเรียน และปิดโทรศัพท์มือถือ จึงได้สั่งพักราชการ พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงระดับจังหวัด เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง เอาผิดทางวินัยร้ายแรง ที่มีโทษถึงขั้นปลดออก หรือไล่ออกจากข้าราชการ

ด้านพันตำรวจตรี คารม บุญสด ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบัวใหญ่ เปิดเผยว่า ยังไม่ขอหมายจับผู้อำนวยการโรงเรียนคนนี้ โดยอยู่ระหว่างสืบสวนเพิ่ม เพื่อพิจารณาว่าจะเพิ่มข้อหาข่มขืนกระทำชำเราอีกข้อหาหนึ่งหรือไม่ หลังได้แจ้งให้มารับทราบข้อกล่าวหา พรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารแล้ว

ล่าสุด มีผู้ปกครองของเด็กหญิงรายหนึ่ง วัย 13 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมโรงเรียนเดียวกันกับเด็กหญิงชั้น ม.2 ที่เป็นข่าว ได้พาลูกสาวเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินคดีกับ ผู้อำนวยการโรงเรียนรายนี้ ในข้อหากระทำอนาจารลูกสาว โดยกล่าวหาว่า เมื่อช่วงก่อนปีใหม่ที่ผ่านมา ลูกสาวเคยถูก ผอ.โรงเรียนรายนี้ชักชวนขึ้นรถยนต์ และทำการลวนลามจับมือ จับแขน และลูบขาในรถยนต์ พร้อมชักชวนให้ไปมีเพศสัมพันธ์ โดยเสนอเงินค่าตอบแทนให้ จำนวน 2,000 บาท แต่ลูกสาวไม่ตกลงจึงไม่ตกเป็นเหยื่อของ ผอ.โรงเรียนรายนี้