สายการบินชื่อดังยังเงียบ หลังนักข่าวไทยรัฐทีวีร้องถูกเจ้าหน้าที่ขโมยทรัพย์สินจากเที่ยวบินสมุย- สุวรรณภูมิ ชี้แจงเพียงทุกอย่างมีขั้นตอนไม่สามารถอำนวยความสะดวกให้ได้ ขณะที่ตำรวจเร่งสอบปากคำผู้ต้องสงสัยที่ทำหน้าที่ขนถ่ายสัมภาระ พร้อมเก็บดีเอ็นเอส่งตรวจพิสูจน์
พันตำรวจเอกชูตระกูล ยศมาดี ผู้กำกับการตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยความคืบหน้าในคดีที่เจ้าหน้าที่สายการบินแห่งหนึ่ง ขโมยทรัพย์สินของผู้สื่อข่าวไทยรัฐทีวีที่โหลดใต้ท้องเครื่องบินกลับมาจากสนามบินสมุย เมื่อวันที่ 25 ม.ค. ว่าขณะนี้ตำรวจนำวัตถุพยานจากซองเอกสารเเละกระเป๋าทองคำของผู้เสียหายไปตรวจพิสูจน์ลายนิ้วมือเเล้ว
พร้อมทั้งเก็บลายนิ้วมือของพนักงานและผู้ต้องสงสัย รวมถึงเก็บดีเอ็นเอไปเเล้วทั้งหมด 11 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นคนที่เกี่ยวข้อง เเละทำหน้าที่ขนถ่ายสัมภาระผู้โดยสารในเที่ยวบินนั้น พร้อมเร่งรัดให้พนักงานสอบสวนเก็บหลักฐานเพื่อส่งตรวจไปเปรียบเทียบลายนิ้วมือโดยเร็ว

ขณะที่เจ้าหน้าที่อ้างว่าสาเหตุที่กระเป๋าของผู้เสียหายมาถึงล่าช้าเนื่องจากเจ้าหน้าที่หยิบไปผิดเทอมิมอลนั้น อยู่ระหว่างการสอบปากคำแต่ยังสงสัยเนื่องจากขั้นตอนการเคลื่อนย้ายกระเป๋าในประเทศเเละต่างประเทศเป็นคนละส่วนกัน เเต่เหตุใดกระเป๋าใบดังกล่าวจึงสามารถไปผิดได้ เเละทำให้ทรัพย์สินของผู้เสียหายสูญหายไป
อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุจนถึงขณะนี้ ผู้เสียหายยังไม่ได้รับการติดต่อกลับจากสายการบินเเต่อย่างใด โดยผู้เสียหายต้องเป็นฝ่ายที่โทรไปเร่งรัดติดตามกับฝ่ายประชาสัมพันธ์ของสายการบินเองเท่านั้น เเต่เจ้าหน้าที่ก็ใช้นำเสียงลักษณะไม่พอใจเเละบอกว่าทุกอย่างมีขั้นตอนการทำงานไม่สามารถไปเร่งรัดหรืออำนวยความสะดวกได้ก่อนจะวางสายไป
ต่อมาทีมข่าวไทยรัฐได้สอบถามผู้เชี่ยวชาญพบว่ารูปแบบของคนร้าย ได้รับข้อมูลว่าขั้นตอนของขบวนการขโมยสัมภาระของผู้โดยสาร พบว่าขบวนการนี้จะเริ่มตั้งเเต่การสเเกนกระเป๋าที่เจ้าหน้าที่จะพบเห็นทรัพย์สินของผู้โดยสารทุกคน ก่อนจะส่งสัญญาณให้กับเจ้าหน้าที่สายพานที่ลำเลียงว่ามีทรัพย์สินอยู่ภายในจุดใหนบ้าง

หลังจากนั้นเจ้าหน้าทีลำเลียงสัมพาระ( Loader) จะทำการรื้อกระเป๋าของผู้โดยสาร โดยใช้วิธีทั้งเปิดซิป ใช้ไขควงงัดกุญเเจ ใช้คัตเตอร์กรีดกระเป๋า เเละอีกหลายวิธีโดยทั้งหมดจะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเนื่องจากชำนาญ ถึงเเม้การท่าอากาศยานเเห่งประเทศไทยจะมีกล้องวงจรปิด
เเต่เจ้าหน้าที่เหล่านี้ที่ทำงานบริเวณนั้นทุกวัน จะรู้มุมกล้องว่าหากรื้อของผู้โดยสารบริเวณกล้องจะสามารถจับภาพได้ และอีกวิธีหนึ่งคือทำให้กระเป๋าดูล่าช้าที่สุด โดยใช้เหตุผลว่าขนส่งผิดเทอมินอลเพื่อที่จะสามารถมีเวลารื้อค้นสัมภาระได้นานที่สุด
ซึ่งถึงเเม้มีเจ้าหน้าที่คอยตรวจค้นอย่างรัดกุมเเต่ก็ยังสามารถเล็ดลอดออกไปได้
ขณะที่ขั้นตอนการโหลดสัมภาระผู้โดยสาร การท่าอากาศยานเเห่งประเทศไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ รวมถึงเจ้าหน้าที่ของ ทอท.ทุกคนไม่มีสิทธิ์ในการไปจับหรือเเตะสัมภาระของผู้โดยสาร เเต่เป็นสายการบินเองที่จ้างเจ้าหน้าที่จากส่วนนอกเข้ามาปฎิบัติหน้าที่
ขณะที่พลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจเเห่งชาติ มีความเป็นห่วงที่มีการลักขโมยทรัพย์สินของผู้เสียหายอย่างบ่อยครั้งเเละส่งผลให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเสียหาย จึงเตรียมลงพื้นที่กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูเเลทรัพย์สินของผู้โดยสาร เเละเร่งรัดคดีทั้งหมดในวันอาทิตย์นี้


