Xiaomi ขึ้นแท่นเบอร์ 1 สมาร์ทโฟนในอินเดีย แซงหน้า ซัมซุง

Xiaomi ขึ้นแท่นเบอร์ 1 สมาร์ทโฟนในอินเดีย แซงหน้า ซัมซุง ด้วยยอดส่งมอบทั้งหมด 8.4 ล้านเครื่อง 

รายงานข่าวแจ้งว่า หลังไตรมาส 3 ปีที่แล้ว Xiaomi ได้ขึ้นเป็นแบรนด์ผู้นำตลาดสมาร์ทโฟนในอินเดีย ซึ่งแซงหน้า Samsung ไปเป็นที่เรียบร้อย ด้วยยอดส่งมอบทั้งหมด 8.4 ล้านเครื่อง ครองส่วนแบ่งที่ 27% Canalys ระบุว่า ซัมซุงเสียส่วนแบ่งในตลาดสมาร์ทโฟนราคาถูกให้กับ Xiaomi ขณะที่การแข่งขันระหว่างสองแบรนด์นี้จะยังคงเข้มข้นต่อไปในปีนี้ เพราะซัมซุงจะพยายามเอาคืนในเซกเมนต์ที่เสียไปให้ได้

ส่วนซัมซุงถึงแม้จะเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 17% แต่ส่งมอบน้อยลงจากไตรมาสก่อนหน้าเหลือ 7.3 ล้านเครื่อง ครองส่วนแบ่ง 25% ซึ่งเท่ากับ Xiaomi และซัมซุงรวมกันครองตลาดเกิน 50% ของอินเดีย ขณะที่ตลาดสมาร์ทโฟนอินเดียโดยรวมยังคงเติบโตที่ 6% ส่งมอบไปทั้งหมดราวๆ 30 ล้านเครื่อง โดยมี Vivo, Oppo และ Lenovo ตามมาในท็อป 5

ขอบคุณข้อมูล  canalys

ภาพจาก  www.mi.com

มติ สนช. ยืดบังคับใช้ พ.ร.ป.ส.ส. 90 วัน ชี้ อาจส่งผลให้ต้องเลื่อนเลือกตั้ง

สนช. มีมติเห็นชอบประกาศใช้ พ.ร.ป.ส.ส. นับจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา 90 วัน ชี้ อาจส่งผลให้ต้องเลื่อนเลือกตั้ง

การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ประชุมใช้เวลาในการอภิปรายในวาระ 2 – 3 นานเกือบ 14 ชั่วโมง ก่อนมีมติเอกฉันท์ 213 เสียง เห็นชอบให้ประกาศใช้ประกาศใช้เป็นกฎหมาย โดยจะมีผลใช้บังคับหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา 90 วัน ซึ่งอาจจะส่งผลให้ต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไปเป็นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ หรือ มีนาคม 2562

ทั้งนี้ ในส่วนของสำหรับสาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้ที่ผ่านความเห็นชอบของ สนช. ผู้ที่จะลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส. ทุกคน จะต้องแสดงหลักฐานการเสียภาษีเงินได้ย้อนหลัง 3 ปี พรรคการเมือง ยังสามารถจัดมหรสพในการหาเสียงได้ แต่จะมีการกำหนดค่าใช้จ่ายพรรคการเมืองไม่ให้เกินร้อยละ 20 ของงบหาเสียง และยังขยายระยะเวลาการเข้าคูหากาบัตรเลือกตั้ง เป็นตั้งแต่ 07.00 น. ถึง 17.00 น.

นอกจากนั้น สนช. ยังมีมติเสียงข้างมาก ตัดสิทธิผู้ที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ในการรับแต่งตั้งเป็นข้าราชการการเมือง ข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง รวมถึงผู้บริหารท้องถิ่นบางตำแหน่งเพิ่มเติม เป็นระยะเวลา 2 ปี ไว้อยู่ เว้นแต่มีเหตุอันสมควร

อึ้ง!! ไข่แมงมัน กิโลละ 1,800 บาท ชาวบ้านขุดขายได้วันละเกือบหมื่น

อึ้ง!! ไข่แมงมัน กิโลละ 1,800 บาท ชาวบ้านขุดขายได้วันละเกือบหมื่น ชี้ เป็นอาหารจากธรรมชาติตามฤดูกาลที่มีเพียงปีละครั้ง

ชาวบ้านในตำบลสันผีเสื้อ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พากันไปขุดเอา “ไข่แมงมัน” จากโพรงใต้ดิน เพื่อนำไปวางขายตามตลาดสด ซึ่งมีความยากลำบากในการหาและขุดเอาไข่แมงมันออกมา ทำให้ไข่แมงมันมีราคาสูงและทำให้บางคนมีรายได้เกือบหมืนบาทต่อวัน มากน้อยตามแต่ประสบการณ์

โดยหากเป็นไข่เม็ดทรายหรือไข่ขนาดเล็ก ราคากิโลกรัมละ 1,200 บาท แต่หากเป็นไข่ลูกใหญ่ ราคาจะเพิ่มสูงขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 1,800 บาท ช่วยสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านตามฤดูกาลได้เป็นอย่างดี ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าตามตลาดที่รับซื้อ จะนำไปแบ่งขายในถ้วยขนาดเล็ก ราคาถ้วยละ 20 – 30 บาท เพื่อให้ลูกค้าพอซื้อหาไปประกอบอาหารรับประทานได้

สำหรับไข่แมงมันเป็นอาหารจากธรรมชาติตามฤดูกาลที่มีเพียงปีละครั้ง ชาวบ้านจะนำทำอาหารเป็นเมนูพื้นบ้านภาคเหนือได้หลากหลาย โดยไข่เม็ดทรายนำไปทำแมงมันจ่อม ส่วนไข่ลูกโตจะนำไปตุ๋นใส่ไข่ หรือ ทำเป็นไข่เจียว ถือเป็นอีกสุดยอดเมนูของปีที่ชาวบ้านชื่นชอบ และต้องหารับประทานให้ได้ปีละครั้ง

นางจุรีพร ศิริวงศ์จันทร์ อายุ 45 ปี แม่ค้าในตลาดสดป่าข่อยใต้ ต.สันผีเสื้อ อ.เมืองเชียงใหม่ บอกว่า ไข่แมงมันขายดีมาก ได้มาเท่าไหร่ขายหมดทุกวัน นอกจากจะขายไข่แมงมันให้ลูกค้านำไปทำอาหาร ยังทำยำไข่แมงมันขาย ใส่ทั้งผักชี พริก และ เครื่องปรุง ขายถุงละ 20 บาท ชาวบ้านนิยมซื้อไปรับประทานเป็นอาหารยอดนิยม

ซึ่งไข่แมงมันจะมีให้รับประทานในช่วงนี้ไปถึงเดือนมีนาคม จากนั้นไข่จะฟักตัวกลายเป็นแมงมันมีปีกและออกมาผสมพันธุ์ในช่วงเดือนพฤษภาคม ชาวบ้านก็จะดักจับและนำไปคั่วเกลือและนำไปขายได้ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 2,000 – 2,500 บาท