วัชรพล ประธาน ป.ป.ช. ขอถอนตัว จากการพิจารณากรณีนาฬิกาหรู “ประวิตร”

เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. แถลงข่าวความคืบหน้าคดีตรวจสอบทรัพย์สิน พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ

จากกรณีมีการนำเสนอข่าวตามสื่อต่างๆ ว่าพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ สวมใส่นาฬิกาและแหวนเพชรราคาแพง แต่ไม่ได้แสดงไว้ในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินในกรณีเข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2557 จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ 24 ม.ค.61 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งหรือ ป.ป.ช. นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. แถลงข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีนาฬิกาหรู และแหนวเพชรของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี โดยเปิดเผยว่า ทาง ป.ป.ช. ได้ดำเนินการตรวจสอบโดยให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับนาฬิกาและแหวนเพชรตามที่ปรากฏเป็นข่าว ซึ่งพล.อ.ประวิตร ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงมาแล้ว แต่เนื่องจากข่าวเกี่ยวกับนาฬิกาและแหวนเพชรยังมีปรากฏตามสื่ออย่างต่อเนื่อง และล่าสุดในโลกออนไลน์พบนาฬิกาของ พล.อ.ประวิตร จำนวน 25 เรือนแล้ว

ซึ่งทาง ป.ป.ช. จึงจำเป็นต้องให้ พล.อ.ประวิตร เข้ามาขี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้เพิ่มเติม (ครั้งที่ 3) ประกอบกับพล.อ.ประวิตร ได้กล่าวถึงบุคคลนอกที่มีความเกี่ยวข้องกับนาฬิกาดังกล่าว ป.ป.ช. จึงต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากบุคคลนอกซึ่งได้มีการนัดหมายไว้แล้ว

รวมทั้งได้นำหนังสือไปยังบริษัทตัวแทนจำหน่ายนาฬิกาภายในประเทศที่ปรากฏเป็นจ่าว จำนวน 13 แห่ง เพื่อขอทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวด้วย คาดว่าจะตรวจสอบแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2561

นอกจากนี้ในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2561 พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. ได้แถลงต่อที่ประชุมว่า เมื่อสำนักงาน ป.ป.ช. ดำเนินการแล้วเสร็จและเสนอสำนวนการตรวจสอบทรัพย์สินครั้งนี้ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ก็จะขอถอนตัวจากการพิจารณาสำนวนการตรวจสอบทรัพย์สินคดีนี้

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ระหว่างที่นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. แถลงข่าวอยู่นั้น ได้มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามายังวงแถลงข่าวพร้อมระบุเพียงสั้นๆว่า จะมามอบของที่ระลึกให้กับทาง ป.ป.ช. เป็นโปสเตอร์หนังเรื่อง แอนนิมอลฟาร์ม ซึ่งเป็นรูปภาพของตัวแสดงที่อยู่ในเรื่อง

พร้อมระบุอีกว่าหากอยากทราบว่าทำไมต้องเป็นรูปของตัวแสดงดังกล่าวให้ไปลองชมหนังเรื่องนี้ดู ซึ่งคาดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องการตรวจสอบนาฬิกาหรูของพล.อ.ประวิตร ก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยเชิญตัวออกจาห้องแถลงข่าวโดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงแต่อย่างใด

อยู่ครบไม่มีหนี สุเทพ นำทีม กปปส. เข้ารับทราบข้อกล่าวหากบฏ ด้านอัยการสั่งฟ้อง 9 ราย

“สุเทพ” นำทีม กปปส. รับทราบข้อกล่าวหากบฏ หลังตั้งม็อบขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ลั่นพร้อมสู้อยู่ครบไม่มีใครหนี ด้านอัยการสั่งฟ้องแล้ว 9 ราย ขณะที่ทุกคนยื่นขอประกันตัวในวงเงินประกัน 6 แสนบาท

วันนี้ ( 24 ม.ค. 61 ) ที่ สำนักงานอัยการสุงสุด รัชดา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส.พร้อมด้วยแกนนำแนวร่วม กปปส.เดินทางมาฟังคำสั่งตามที่อัยการสูงสุดนัดฟ้องแกนนำ กปปส.และแนวร่วม รวม 58 ราย ในข้อหากบฏกรณีจัดการชุมนุมในช่วงเดือน พ.ย. 56-22 พ.ค. 57 เพื่อขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

โดยนายอิสระ สมชัย อดีตแกนนำ กปปส. เดินทางมาถึงเมื่อเวลา 08.00 น. ซึ่งถือเป็นคนแรกที่เดินทางมเพื่อรับฟังคำสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องจากอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ในคดีร่วมกันกระทำการกบฏ จากการชุมนุมปิดกรุงเทพฯ หรือชัตดาวน์ กทม. เมื่อเดือน พฤศจิกายน 2556- 22 พฤษภาคม 2557

สุเทพ เทือกสุบรรณ, กปปส, ข้อหากบฎ
สุเทพ เทือกสุบรรณ

โดย นายอิสระ เปิดเผยว่า การเดินทางมาวันนี้ เป็นตามที่อัยการนัดแกนนำและแนวร่วม กปปส. จำนวน 58 คน เพื่อฟังการสังงฟ้องหรือไม่ฟ้อง โดยในการเตรียมความพร้อมวันนี้ ตัวเองได้เตรียมหลักทรัพย์จำนวน 6 แสนบาท หากอัยการมีคำสั่งฟ้อง ซึ่งเป็นจำนวนหลักทรัพย์ที่เท่ากับ จำนวนการยื่นประกันตัวของผู้ต้องหาสี่คน ที่ศาลได้สั่งฟ้องไปก่อนหน้านี้ คือ นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ นายสกลธี ภัททิยกุล นายเสรี วงษ์มณฑา และนายสนธิญาณ ชื่อฤทัยในธรรม

ทั้งนี้มั่นใจว่าหากอัยการมีคำสั่งฟ้องก็จะไม่กระทบกับพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากตัวเองได้ขาดความเป็นสมาชิกภาพไปแล้วในช่วงที่ตัวเองไปบวช และการกระทำที่เกิดขึ้นก็เป็นเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวกับพรรค

สุเทพ เทือกสุบรรณ, กปปส, ข้อหากบฎ
สุเทพ

ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. ได้กล่าวตอนหนึ่งระหว่างนำทีมแกนนำ กปปส. เข้ารับทราบข้อกล่าวหากบฎ ว่า  ตนพร้อมสู้คดี วันนี้เตรียมตัวมาแล้ว อัยการคงสั่งฟ้องแน่นอน รับสภาพเป็นจำเลยเตรียมตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม พวกตนอยู่กันครบไม่หนีไปไหน

จากนั้นเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ที่ผ่านมา อัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้องแกนนำ กปปส. 9 ราย ประกอบด้วย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ  นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายชุมพล จุลใส  นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นายอิสระ สมชัย นายวิทยา แก้วภราดัย นายถาวร เสนเนียม  นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ และนายสกลธี ภัทธิยกุล

ในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ , ยุยง หรือจัดให้เกิดการร่วมกันปิดงาน หยุดงาน , กระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใดฯ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลฯ , อั้งยี่ , ซ่องโจร , มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย

กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ผู้กระทำคนหนึ่งคนใด มีอาวุธ หรือผู้มีหน้าที่สั่งการ , เมื่อเจ้าพนักงานสั่งผู้ที่มั่วสุมให้เลิกไปแล้วไม่เลิก , ร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้ายร้ายหรือขู่เข็ญฯ โดยมีอาวุธหรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปในเวลากลางคืน

และร่วมกันขัดขวางการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง และร่วมกันกระทำการโดยไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมายเพื่อมิให้สามารถใช้สิทธิได้ หรือขัดขวางการเลือกตั้ง การลงคะแนนเลือกตั้ง

นอกจากนี้นายสุเทพ เทือกสุวรรณ จำเลยที่ 1 และนายชุมพล จุลใส จำเลยที่ 3 ถูกแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มฐานร่วมกันก่อการร้ายด้วย

นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า คดีนี้มีผู้ต้องหา 58 ราย ขณะที่ชั้นสั่งคดีก่อนหน้านี้มีสั่งไม่ฟ้อง 1 ราย และอัยการยื่นฟ้องไปแล้ว 4 ราย กับมี 7 รายเป็นข้อหาที่ไม่เกี่ยวข้องกัน

ส่วนอีก 3 ราย กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ยังไม่ส่งตัวให้อัยการ และล่าสุดมีคำสั่งฟ้อง 9 คน ส่วนอีก 34 คนได้ทำการส่งเอกสารขอเลื่อน ซึ่งอยู่ในช่วงของการพิจารณาและยังไม่สามารถออกหมายจับได้เนื่องจากต้องพิจารณาเหตุผลของการเลื่อนก่อน

ทั้งนี้หลังจากอัยการได้มีการสั่งฟ้อง ทางผู้ต้องหาทั้ง 9 คน ยื่นขอประกันตัวในวงเงินประกัน 6 แสนบาท ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

ตำรวจแจ้งข้อหา เก๋งดำซิ่งชนสนั่น แท็กซี่คว่ำหงายท้อง

ตำรวจแจ้งข้อหาแล้ว เก๋งดำซิ่งชนสนั่น บนถนนวิภาวดี ทำแท็กซี่คว่ำหงายท้อง

วานนี้(23 ม.ค. 61) พ.ต.ท.มานิต จันทร์ประสิทธิ์ รอง ผกก.สอบสวน สน.วิภาวดี เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีเก๋งดำขับปาดแท็กซี่จนเสียหลักพลิกคว่ำ บนถนนวิภาวดีรังสิต หน้าวัดเสมียนนารีว่า ขณะนี้ นายพงษ์ศักดิ์ พงษ์ไพโรจน์ อายุ 37 ปี ผู้ขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีดำ ทะเบียน พษ 4708 กทม. ที่ปรากฏภาพในคลิปบนโลกออนไลน์ ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนแล้ว

ทั้งนี้ เบื้องต้นให้การอ้างว่า ทำอาชีพเป็นพนักงานบริษัทประกันภัยรถยนต์แห่งหนึ่งย่านรังสิต ยอมรับว่าได้ขับรถมาด้วยความเร็วและน่าหวาดเสียวจริง เนื่องจากเร่งรีบจะไปที่ทำงาน ประกอบกับสวมใส่รองเท้าบูท ซึ่งมีพื้นที่รองเท้าสูงและค่อนข้างหนา จึงทำให้ความสามารถในการควบคุมคันเร่ง และเบรกรถไม่ดีเท่าที่ควร กระทั่งเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา ขับขี่รถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส หากการตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดนอกเหนือจากนี้ ก็จะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มตามกฎหมายต่อไป

ภาพจาก Sakda Kaewbuadee Vaysse