ฝูงโลมากว่า20ตัวโผล่เล่นน้ำเกาะไข่ทะเลพังงา

ฝูงโลมากว่า 20 ตัวโผล่เล่นน้ำทะเลพังงา ขณะนักท่องเที่ยว เดินทางไปชมความงามของเกาะไข่

นายพิษณุ ชูเชิด เจ้าของทัวร์นำเที่ยวเขาหลักแมมโมรี่ทัวร์ เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้นำนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวน 8 คน เดินทางจากแหล่งท่องเที่ยวเขาหลัก เพื่อไปชมความงามภายใต้ท้องทะเลของเกาะระ อ.คุระบุรี จ.พังงา ซึ่งพบว่าหลังจากที่นั่งเรือออกไปจากท่าเทียบเรือคุระบุรีสักระยะหนึ่ง ระหว่างเกาะไข่ และเกาะระ ก็ได้พบเห็นฝูงโลมากว่า 20 ตัว ว่ายมาเล่นน้ำรอบๆ เรือประมาณ 10 นาที ก่อนที่จะว่ายลับตาออกไป ระหว่างนั้นตนเองและนักท่องเที่ยวจึงได้นำกล้องวีดีโอมาถ่ายภาพความประทับใจเก็บเอาไว้

โดยพบว่าโลมาส่วนใหญ่เป็นโลมาปากขวด และมีอยู่ 1 ตัว เป็นสีชมพูแต่ไม่สามารถเก็บภาพได้ทัน ในช่วงไฮซีซั่นพบว่าโลมาฝูงนี้มักจะเข้ามาว่ายเล่นหากินอยู่บริเวณนี้เป็นประจำ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติแถบนี้ ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์

ซึ่งจะเห็นได้ว่าการนำนักท่องเที่ยวผ่านเกาะไข่จะสามารถพบเห็นโลมา ได้ 5 ใน 10 ครั้ง

ซึ่งเกาะไข่ เป็นเกาะเล็กๆ อยู่ห่างจากฝั่งไม่ไกลนัก นั่งเรือหางยาวจากท่าเทียบเรือคุระบุรี จ.พังงา เพียง 40 นาที เป็นเกาะที่สามารถท่องเที่ยวได้ทั้งปี รอบเกาะนักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นกัลปังหาและปะการังเป็นจำนวนมากตั้งแต่อยู่บนเรือ สามารถใช้สน๊อกเกิ้ลดำดูได้จากผิวน้ำเนื่องจากมีความลึกเพียง 5-6 เมตร มีฝูงปลายนานาชนิดว่ายไปมาให้นักท่องเที่ยวได้ชมความงามอย่างเต็มอิ่ม บนฝั่งมีชายหาดทอดตัวเป็นแนวยาว

ม้าน้า ชีวิตสุดรันทน รอดจากปาก “ปลา” …แต่มาตายในปาก “คน!”

ม้าน้ำ สัตว์ทะเลที่มีชีวิตสุดรันทด การใช้ชีวิตและรอดจากอันตรายทั้งจากปลาด้วยกันเองและจากคนยาก และหากตัวผู้ตาย ตัวเมียจะต้องเป็นหม้ายไปตลอดชีวิต !!

หลังจากเกิดกรณีที่มีการรายงานว่ามีนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวตลาดน้ำสี่ภาคพัทยา จ.ชลบุรี ได้เก็บภาพแล้วเผยแพร่กรณีที่มีร้านค้าขายอาหารจำพวกปลาหมึกย่างและอาหารทะเลย่างแห่งหนึ่งภายในตลาดน้ำ ได้นำ “ม้าน้ำ” มาเสียบไม้ย่างขายแก่นักท่องเที่ยว โดยมีการจำหน่ายในราคาไม้ละ 150 บาท ซึ่งพบว่ามีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจและถ่ายรูปจำนวนมาก ซึ่งต่อมาตลาดน้ำ 4 ภาคสั่งปิดกิจการ ร้านขายม้าน้ำย่างทำเสียภาพลักษณ์ท่องเที่ยว ขณะที่เจ้าตัวเผยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ทั้งนี้ปกติ “ม้าน้ำ” เป็นสัตว์ที่มีผลพลอยได้จากการทำประมง โดยเมื่อได้ตัวขึ้นมาเป็นจำนวนมากก็จะนำมาตากแห้งและรวมเพื่อส่งออกจำหน่ายครั้งละมากๆ ซึ่งตามตำราการแพทย์จีนเป็นยาบำรุงกำลังและเสริมสมรรถภาพทางเพศ บ้างก็ถูกนำมาทำขายเป็นของที่ระลึก รวมถึงถูกนำมาเป็นสัตว์เลี้ยงในตู้ปลา

โดยตามกฎหมายในประเทศไทย ห้ามนำเข้าและส่งออกม้าน้ำ แต่สามารถซื้อขายในประเทศได้ ทำให้มีนักท่องเที่ยวที่นิยมบริโภคม้าน้ำเข้ามาในไทยเพิ่มมากขึ้น

เมื่อพูดถึงชีวิตม้าน้ำ ที่ทั่วโลกมีทั้งหมด 35 ชนิด ส่วนในประเทศไทยมีราว 4 ชนิด ได้แก่ม้าน้ำดำ ม้าน้ำหนาม ม้าน้ำแคระ และม้าน้ำ 3 จุด เป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ เพราะกว่าจะเกิดและโตและโตเป็นเรื่องที่ยาก เพราะมักตกเป็นเหยื่อของปลาได้ง่าย นอกจากนี้ยังว่ายน้ำช้ามากจึงลอยมาติดอวนอยู่บ่อยครั้ง

อย่างไรก็ตาม ชีวิตของม้าน้ำ เป็นการดำรงชีวิตแบบผัวเดียวเมียเดียว หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตายจากไป ก็จะไม่หาคู่ใหม่ ซึ่งม้าน้ำตัวผู้เป็นฝ่ายอุ้มท้องใช้เวลาฟักไข่ 14-21 วัน แม้จะคลอดลูกออกมาเป็นจำนวนครั้งละมาก ๆ แต่รอดและดำรงชีวิตอยู่ยาก

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ใครหนอช่างกล้ากิน?? สั่งปิดกิจการแล้ว ร้านขายม้าน้ำย่าง

แห่ประณาม! กระบะขับสวนเลนส์-เบียด จยย.พ่อลูกล้ม ซิ่งฝ่าไฟแดงหนี

โลกออนไลน์ประณาม รถกระบะ ปฏิบัติผิดกฎจราจร ขับสวนเลนส์ ก่อนเบียดรถจักรยานยนต์ที่มีเด็กนั่งมาด้วยล้ม ก่อนฝ่าไฟแดงหนี

ผู้คนบนโลกออนไลน์แชร์เรื่องราว กรณีเหตุรถกระบะโตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ สีดำทะเบียน กฉ 7222 ปทุมธานี ขับสวนเลนส์ก่อนมีรถขับสวนตรงมายังเลนส์เดียวกัน ทำให้ต้องเปลี่ยนมาเลนส์เดิมอย่างรวดเร็ว ไม่เช่นนั้นอาจเกิดการชนประสานงา ขณะเดียวกันนั้นเองได้มีรถจักรยานยนต์คู่พ่อ-ลูก ที่ขับมาในเลนส์ตามปกติแล่นอยู่ ทำให้กระบะสีดำขับเบียดรถจักรยานยนต์จนล้มลงกับพื้น รวมทั้งเด็กที่ซ้อมจักรยานยนต์มาได้ล้มลงกับพื้นเช่นกัน แต่ทันใดนั้นกระบะกลับไม่ลงมาแสดงความรับผิดชอบ พร้อมทั้งขับฝ่าไฟแดงหนีไปอย่างรวดเร็ว

เหตุการณ์นี้ถูกบันทึกภาพไว้ได้โดยกล้องติดหน้ารถของรถคันหลังที่ตามมา ซึ่งมีการเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง พร้อมกับเกิดการวิจารณ์ ด่าทอคนขับกระบะคันดังกล่าว ที่ขับรถผิดกฎจราจร และสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น ทั้งยังไม่แสดงความรับผิดชอบใด ๆ ทั้งที่รถจักรยานยนต์ผู้เสียหายมีเด็กที่ยังเล็กซ้อนมาด้วย