โซเชียลเชื่อแค่มุมกล้อง องค์ประกอบแสงผิดพลาด ภาพอ้างถ่ายติดวิญญาณที่ภูหินร่องกล้า

ชาวเน็ตเชื่อภาพถ่ายติดวิญญาณที่ผาชูธง อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า แค่องค์ประกอบของแสงทำให้ภาพผิดเพี้ยน ยันไม่ใช่สิ่งลี้ลับ  

จากกรณีที่  นางกุลธิดา จรัสเกื้อกูลพงศ์ ข้าราชการของหน่วยงานแห่งหนึ่งใน จ.ยะลา ได้เปิดเผยภาพถ่ายที่อ้างว่าถ่ายติดวิญญาณ ขณะเดินทางไปท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เนื่องจากภาพดังกล่าวมีลักษณะคล้ายหน้าคนแก่ แทรกมาระหว่างศีรษะของตนด้วยนั้น

ภาพติดวิญญาณ, ผาชูธง, อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า, ข่าวสดวันนี้

ล่าสุดผู้คนจำนวนมากต่างได้เข้าไปแสดงความเห็นหลังจากที่ข่าวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป โดยส่วนใหญ่เชื่อว่าภาพดังกล่าวไม่ใช่วิญญาณ แต่เป็นเพียงภาพจากมุมกล้อง และความผิดพลาดระหว่างการกดชัตเตอร์ เพราะภาพที่ถ่ายเป็นการถ่ายจากมือถือจึงทำให้เกิดความผิดพลาดและเกิดภาพที่มีลักษณะคล้ายวิญญาณได้

โดยเฉพาะผู้ใช้เฟซบุ๊ก ไวรัสเอ๋ วงษ์จู ที่ระบุว่า  มันเป็นภาพจังหวะที่คุณก้มหน้า ส่วนอีกสองคนยืนนิ่งๆ เพื่อกดถ่ายภาพเพียงแค่นั้น องค์ประกอบของแสงมีผลต่อการถ่ายภาพ แล้วอีกอย่างหนึ่ง ทรงผมเอย แว่นเอย หน้าผากเอย ล้วนแต่มีส่วนคล้ายของคุณ หรือจะเรียกได้ว่าเป็นหน้าคุณเลยก็ว่าได้

ขณะที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Wisanu Shitrungring เผยว่า ถ่ายตอนกำลังเคลี่ยนไหวแล้วก็จะได้ประมาณนี้ ไม่เห็นแปลกหรือหลอนอะไร จะเอาแบบหัวหาย แขนหาย สองหัว แยกเป็นสองร่าง ทำได้หมด ไม่แปลกเลยสักนิด ยิ่งใช้มือถือกากๆความเร็วโคตรอืดยิ่งเห็นชัด กดถ่ายทีรอประมวลผลชาติกว่า เลยไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

ตร.สอบ ‘อาจารย์แดง’ – ‘เจ๊ดำ’ เร่งสางปมหวยอลเวง 30 ล้าน

ชุดสืบสวนคดีหวยอลเวง 30 ล้านบาท ลงพื้นที่สอบปากคำ “อาจารย์แดง” – “เจ๊ดำ” เร่งรวบรวมหลักฐานหาเจ้าของหวยตัวจริง

พลตำรวจตรี ชาญ วิมลศรี รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวนคดีหวยอลเวง 30 ล้านบาท ส่งพนักงานสอบสวน ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี วานนี้ เพื่อสอบปากคำพยานของฝั่ง นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือ ครูปรีชา จำนวน 7 ปาก / ขณะที่มีรายงานว่า ชุดสืบสวน ได้เชิญ “อาจารย์แดง” และ “เจ๊ดำ” มาสอบปากคำ ซึ่งจะเน้นเรื่องสลากฯ 3 ชุด ที่มีเลขท้าย 726 ว่ามีการขาย หรือซื้อจากใคร ซึ่งอาจารย์แดง คือ 1 ในบุคคลที่ซื้อหวยชุดที่มีเลขท้าย 726 แต่ไม่ถูกรางวัลด้านครูปรีชา ยืนยันว่า ไม่เคยรู้จักกับพยานใหม่ชื่อเจ๊ดำ มาก่อน ส่วนที่ตำรวจกองปราบฯตัดพยานฝั่งตัวเอง จากเดิมกว่า 40 ปาก เหลือเพียง 7 ปาก ก็ไม่ได้รู้สึกกังวล เพราะเป็นพยานที่เห็นเหตุการณ์จริง และพูดความจริงมาโดยตลอด

ทั้งนี้ ทีมข่าวตรวจสอบพบว่า เจ๊ดำ ที่พูดถึงก็คือเจ๊บ้าบิ่น โดยเมื่อสอบถามจากแม่ค้า, เพื่อนบ้าน หรือจากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ พบว่าเจ๊บ้าบิ่น มีหลายชื่อ เริ่มตั้งแต่เจ๊พวน / เจ๊แพนเค้ก และเจ๊ดำ ซึ่งทั้งหมดนี้ แล้วแต่คนในพื้นที่จะเรียกและวานนี้ หลังประชุมนานกว่า 4 ชั่วโมง รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวว่า ยังคงไม่มีหลักฐานเพียงพอจะออกหมายจับใครได้ และไม่สามารถระบุได้ว่า ใครเป็นเจ้าของลอตเตอรี่ตัวจริง เพราะต้องตรวจสอบพยานหลักฐานอีกจำนวนมาก

สอดคล้องกับที่พลตำรวจโท ฐิติราช หนองหาญพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ย้ำว่า ยังไม่ได้มีการสรุปว่าลอตเตอรี่เป็นของร้อยตำรวจโท จรูญ วิมูล หรือ หมวดจรูญ ตามที่มีกระแสข่าวเมื่อช่วงค่ำวานนี้ เพราะยังอยู่ในขั้นตอนการเก็บรายละเอียดให้ได้สำนวนที่รัดกุม จากนั้น จะยื่นขอศาลพิจารณาออกหมายจับ ซึ่งคาดว่าจะรู้ผลวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ปิดท้ายด้วย นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ข่าวถูกขยายประเด็นทุกวัน และไม่ได้ข้อยุติ จนประชาชนเริ่มเอียน พร้อมขู่เลิกขายสลากกินแบ่งรัฐบาล หลังแก้ปัญหาลอบขายสลากฯเกินราคาไม่สำเร็จ แม้จะยกเลิกโควตาให้ 5 เสือกองสลากฯ แล้วก็ตามทั้งนี้ มีรายงานว่า ในวันนี้ (21 ก.พ.) ทางกองปราบฯ เตรียมประชุมสรุปสำนวนเพื่อออกหมายจับ จับอย่างน้อย 3 ราย โดย 1 ในนั้น เป็นตำรวจ

รุมด่าแม่ค้าเละ! หลังวิจารณ์เจ็บ เหน็บป้าทุบรถ ชี้คิดว่าบ้านเก่าเพราะราขึ้น !!

โซเชียลจวกเละ คลิปแม่ค้าให้สัมภาษณ์นักข่าว วิจารณ์ดุเดือด ปมป้าทุบรถ เผยมีชี้หน้าด่าด้วยคำหยาบ และทุกคนคิดว่าเป็นบ้านร้างเพราะมีเชือกกั้น ราขึ้น

เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อเพจ เฟซบุ๊ก จ๊อกปณีย์ ได้มีการนำคลิปจากรายการข่าวทางช่อง ONE31 มาเผยแพร่ต่อหลังจากที่นักข่าวได้ลงพื้นที่สัมภาษณ์แม่ค้าและผู้เห็นเหตุการณ์รายหนึ่งจากเหตุคุณป้าทุบรถที่มีลูกค้าในตลาดนำไปจอดขวางหน้าบ้าน จนเป็นข่าวโด่งดังอยู่ในขณะนี้

โดยคลิปได้เผยให้เห็นว่าแม่ค้ารายและผู้เห็นเหตุการณ์รายดังกล่าว ออกท่าทางและแสดงความเห็นอยากออรสออกชาติถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในทำนองโจมตีไปยังฝั่งของป้าเจ้าของบ้าน ว่า ป้าที่ทุบรถมีการก่นด่าใส่คู่กรณีด้วยถ้อยคำหยาบคาย และมีการชี้หน้าด่า พร้อมกับเชื่อว่าแต่ละคนคิดว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านร้างเพราะมีเชือกกั้นหน้าบ้าน รวมถึงเมื่อมองเข้าไปที่ตัวบ้านก็พบเชื้อราเป็นคราบเหลือง ๆ เต็มไปหมด

ซึ่งเมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นและส่งต่อเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ไม่พอใจพฤติกรรมของผู้ที่ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว อาทิ มองเห็นกระทั้งเชื้อราในบ้านแต่ทำไมบอกมองไม่เห็นตัวหนังสือฮ่าๆๆๆๆขำ ตัวหนังสือเขาเล็กกว่าเชื้อราอีกเหรอ

เรื่องแถยกให้เลยกูเข้าข้างใครกูจะช่วยแถให้ถึงที่สุด กลับมาคำถามเดิมหลักๆทางเข้าออกบ้านเขาตรงนั้นมันจอดได้จริงๆเหรอ ทางเข้าทางออกจอดได้จริงเหรอ?ตอบ ……………………. ตอบมาแค่นั้นจบไม่ต้องไปวิจารณ์เขาด่ายังไงทำท่ายังไงประเด็นไม่ได้อยู่ตรงกริยาท่าทางหรือนิสัยเขาเป็นยังไง

ตาบอดหรอ บ้างร้างห่าอะไร อย่ามาแหล ก่อนที่จะโดนคุณป้าขวานซิ่งจามรถ คุณป้าเค้าใช้กี่วิธี ทั้งบีบแตรยาวๆ โทรหาตำรวจ สุดท้าย เอดอกเสื้อดำเดินมาเอาของมาเก็บ แล้วก็นวยนาดไม่ยอมขยับรถ สมควรแล้วเอดอกทง อีปลาสลิดไหม้ อีหอยแครงเน่า จอดขวางหน้าประตูเค้านานมากแหลบอกไม่กี่นาที😡😡😡สันดานมักง่าย เห็นแก่ตัว ยกให้เลย #ทีมป้าขวานซิ่งจามให้ยับ เป็นต้น

สำหรับข้อความและการแสดงความเห็นถึงเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด สามารถเข้าไปติดตามได้ที่นี่ >> จ๊อกปณีย์