เตือนนายจ้าง! หักเงิน ‘ค่าจ้าง-โอที’ ผิดกฎหมายแรงงาน

เตือนนายจ้าง! หักเงิน ‘ค่าจ้าง-โอที’ ผิดกฎหมายแรงงาน ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า กสร.ให้ความสำคัญกับการดูแลแรงงานไทย และแรงงานต่างด้าวในทุกด้าน เพื่อให้แรงงานทุกคนได้รับการคุ้มครองอย่างเท่าเทียม เข้าถึงสิทธิตามกฎหมาย ที่ผ่านมายังพบว่ามีสถานประกอบการบางแห่งมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในเรื่องของการหักค่าจ้าง โดยมีการหักค่าจ้างจากลูกจ้างเพื่อเป็นค่าอาหาร ค่าชุดทำงานเป็นต้น ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย

ในเรื่องนี้พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541ได้กำหนดห้ามนายจ้างหักค่าจ้าง ค่าทำงานล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดจากลูกจ้าง เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนด เช่น ชำระค่าภาษี ชำระหนี้สินสหกรณ์ออมทรัพย์ เป็นต้น กรณีที่นายจ้างไม่ปฏิบัติก็จะมีความผิดตามกฎหมายโดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ ได้สั่งการให้พนักงานตรวจแรงงานตรวจบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด หากพบว่ามีการฝ่าฝืนให้ดำเนินการตามกฎหมายทันที

อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับนายจ้าง ลูกจ้าง และที่มีข้อสงสัยสอบถามได้ที่ กองคุ้มครองแรงงาน โทรศัพท์ 0 2245 7020, 0 2246 3096 สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 ถึง 10 สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด หรือหมายเลขโทรศัพท์สายด่วน 1506 กด 3

ที่มา  กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

จำ! เพจดังเผยจอดรถแบบไหน ไม่ขวางหน้าบ้านโดยผิดกฎหมาย

ข้อควรจำ! เพจดังเผย จอดรถแบบไหน ไม่ขวางหน้าบ้านโดยผิดกฎหมาย หลังมีประเด็นถกเถียงป้าทุบรถ สาวจอดขวางหน้าบ้าน

กลายเป็นประเด็นดราม่าร้อนที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในขณะนี้ สำหรับเรื่องราวของป้า 2 คนใช้ขวานและเหล็กยาวทุบรถยนต์ที่จอดขวางบริเวณทางออกหน้าบ้าน เมื่อ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา จนเกิดเป็นกระแสที่ยังแชร์กระหน่ำในโลกออนไลน์

ล่าสุด(20 ก.พ.) เฟซบุ๊กเพจ “สถาปนิกขี้บ่น” ได้โพสต์ภาพข้อมูลความรู้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน จอดรถแบบไหนไม่ขวางหน้าบ้านโดยผิดกฎหมาย พร้อมข้อความ ระบุว่า

จอดรถแบบไหนไม่ขวางหน้าบ้านโดยผิดกฎหมาย หลายครั้งที่เรามักคิดว่าแค่จอดแป๊บเดียวห้านาที สิบนาที คงไม่เป็นไร…แต่รู้ไหมว่า สำหรับเรื่องเร่งด่วนนั้น เพียงนาทีเดียวก็คือความเป็นความตาย งั้นเรามาตีความกันตามกฎหมายก่อนละกัน

ปล.แอดตีความตามถ้อยคำของกฎหมายนะครับ และขอขอบคุณรูปแปลนประกอบทางอินเตอร์เน็ตด้วยครับ #จอดรถกีดขวาง #ทุบรถ #ขวางหน้าบ้าน #ขวางทางเข้าออก

ที่มา สถาปนิกขี้บ่น

สอบพยานแล้ว 2 ปาก คดี ‘เปรี้ยว’ กับพวกฆ่าหั่นศพ

สอบพยานแล้ว 2 ปากคดี “เปรี้ยว-เอิน-แจ้” ฆ่า “น้องแอ๋ม” ขณะ “เบนซ์” ให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา

หลังศาล จ.ขอนแก่น ได้นัดสอบคำให้การฝ่ายโจทก์ โดยมีอัยการจังหวัดขอนแก่นเป็นโจทก์ และฝ่ายจำเลย ประกอบด้วย น.ส.ปรียานุช หรือ เปรี้ยว พร้อมพวก ในข้อกล่าวหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตรตรองไว้ก่อน ตามคดีหมายเลขดำที่ อ.1957/60 โดยมีพยานฝ่ายโจทก์รวม 37 คน และทีมทนาย และฝ่ายจำเลย โดยฝ่ายโจทก์ พนักงานอัยการได้เบิกพยานรวม 2 ปาก ประกอบด้วย พ.ต.ท.วงศกร วันชัย สว.สส.สภ.เมืองขอนแก่น ให้การในเรื่องของที่มาในมูลเหตุของการก่อเหตุฆาตกรรม น.ส.วริศรา หรือ น้องแอ๋ม และ พ.ต.อ.ภาคภุมิ พิศมัย ผกก.สภ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น จากเหตุการณ์ของการพบศพจนนำไปสู่การจับกุม โดยมีทนายความฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลยซักค้านอยู่ตลอดเวลา

ด้าน นายนพดล สีดาทัน ทนายความของครอบครัวผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ในช่วงเช้าการสอบคำให้ปากฝ่ายโจทก์ผ่านไปแล้ว 2 ปาก จากที่กำหนดไว้รวม 37 ปาก ในช่วงก่อนการเริ่มการสอบคำให้การนั้น จำเลยที่ 3 คือ น.ส.จิดารัตน์ หรือเบนท์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีรับของโจร และขณะนี้อยู่ในช่วงของการประกันตัว ตามสิทธิ์ของกองทุนยุติธรรม ได้ให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา ซึ่งหากแนวทางการสอบคำให้การสาวไปถึงเบนซ์ พนักงานอัยการก็จะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มทันที ส่วนในช่วงบ่ายนอกจากการสอบคำให้การของ พ.ต.อ.ภาคภูมิแล้ว ยังคงมีการเบิกพยานเพิ่มอีก 2 ปาก คือ ผู้ให้เช่ารถยนต์คันที่ใช้ในการก่อเหตุและมารดาของน้องแอ๋ม

ทั้งนี้ พยานที่ฝ่ายโจทก์ได้ขอเบิกให้การต่อศาล ตามเวลาที่ศาลกำหนดนั้นรวม 37 ปาก ในจำนวนนี้ เป็นพยานสำคัญมากถึง 15 ปาก