รถจักรยานยนต์ ราคาจ่อขยับ สรรพสามิตเล็งเก็บภาษีเพิ่ม

รถจักรยานยนต์ ราคาจ่อขยับ สรรพสามิตอยู่ระหว่างศึกษาข้อมูลเก็บภาษีเพิ่ม ตามปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า หลังจากมีการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ จัดเก็บจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ซึ่งมีผลบังคับใช้ไปวันที่ 1 ม.ค.2559 ขณะนี้จึงได้นำแนวคิดดังกล่าวมาศึกษาถึงการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสินค้าชนิดอื่น เช่น การจัดเก็บภาษีรถจักรยานยนต์ตามปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ (CO2) จากปัจจุบันที่ยังจัดเก็บตามความจุเครื่องยนต์ (CC)

ทั้งนี้ เนื่องจากเห็นว่ารถจักรยานยนต์วิ่งตามท้องถนนเป็นจำนวนมาก และปล่อยมลภาวะสู่ชั้นบรรยากาศไม่ต่างจากรถยนต์ โดยเรื่องดังกล่าวขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดว่าควรกำหนดมาตรฐานการยกเว้นรถจักรยานยนต์ขนาดกระบอกสูบเท่าใด อย่างไรก็ตามเชื่อว่าอัตราใหม่จะไม่กระทบผู้มีรายได้น้อยแน่นอน

ลูกสาวป้าทุบรถ โพสต์แฉสาวจอดขวางหน้าบ้านได้ยินแตร แต่ซื้อของยังไม่เสร็จ

ลูกสาวป้าทุบรถ โพสต์ระบายเดือดร้อนหนัก แฉสาวจอดขวางหน้าบ้าน ได้ยินแตรแต่ซื้อของยังไม่เสร็จ

จากกรณีที่คลิปดังป้าทุบรถกระบะ หลังสาวนำมาจอดขวางทางหน้าบ้าน ทั้งที่มีป้ายติดอยู่อย่างชัดเจน ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวกลายเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์นั้น

ล่าสุด ลูกสาวของป้าที่ทุบรถ ได้โพสต์คลิปผ่านเฟซบุ๊ก “Debbie STrakarn” พร้อมข้อความ ระบุว่า

“เสียใจที่สุดคือการที่ครอบครัวมาสร้างบ้านไว้ที่นี่…เราเลือกที่ดินแล้ว เลือกหมู่บ้านไว้ดีแล้ว เลือกสถานที่ที่ไม่มีโอกาสที่จะกลายเป็นชุมชนพลุกพล่าน ต้องการความสุขใจ ความร่มเย็น ความสงบ ก็เลยเลือกหมู่บ้านหน้าสวนหลวง ร.9 ไม่นึกเลยว่าหลังจากอาศัยอยู่อย่างสงบได้เพียงไม่กี่ปี จะมีตลาดมาเปิด ทั้งซ้าย ขวา หน้าบ้าน และที่ดินหลังบ้านถูกทำให้กลายเป็นลานจอดรถสำหรับผู้มาเที่ยวตลาด

จากบ้านที่สงบร่มเย็น ทุกวันนี้มีตลาดใหญ่ในหมู่บ้านรายล้อมบ้านหลังนี้ของเรา ถึง 9 ตลาด… #ผู้ถ่ายคลิปทั้งหมดคือพ่อค้าแม่ค้าในตลาด แน่นอนล่ะพวกคุณถึงได้เห็นด้วยว่าใครที่จะมาจับจ่ายซื้อของในตลาดสามารถที่จะจอดรถหน้าบ้านคนอื่นไปทั่วสินะ #ภายใต้คำพูดของคนจอดขวางหน้าบ้านว่า “ได้ยินเสียงเเตรตั้งนานแล้ว แต่พอดีว่ายังซื้อของไม่เสร็จ”

ภาพจาก Debbie STrakarn

อุทยานกุยบุรี ระบุ ไม่พบช้างป่าถูกยิงล้ม ปี 57 ปม ‘เปรมชัย’

อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ระบุปี 2557 ไม่พบช้างป่าถูกยิงล้ม เผยตรวจสอบยาก “เปรมชัย” เข้าพื้นที่ช่วงเวลาดังกล่าวหรือไม่

แหล่งข่าวจาก อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยถึงกรณี ทางตำรวจพบว่าอาวุธปืนที่ยึดได้ในบ้านของ นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และอาวุธปืนที่ยิงช้างในอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เมื่อปี 2557 เป็นชนิดเดียวกัน ว่า เมื่อตรวจสอบย้อนหลังเบื้องต้นในปี 2557 ยังไม่พบว่ามีช้างที่กุยบุรีถูกยิงตาย มีเพียงช้างป่าถูกวางยาพิษล้มไป 1 ตัวและถูกไฟฟ้าซ็อต 1 ตัว

อย่างไรก็ตาม จะมีการตรวจสอบอย่างละเอียดในเรื่องนี้อีกครั้ง ส่วนในกรณีที่ว่านายเปรมชัยได้เดินทางมาที่ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ในช่วงเวลาดังกล่าวหรือไม่นั้น ทั้งนี้ แหล่งข่าวกล่าวว่า การตรวจสอบเป็นไปได้ยาก เพราะลักษณะของอุทยาน เปิดให้ประชาชนเข้าไปท่องเที่ยว การเข้าออกไม่ได้ตรวจสอบอะไรมากนัก ต่างจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่ต้องขออนุญาตเป็นกิจจะ เพราะมีพื้นที่อนุรักษ์ที่ห้ามบุคคลทั่วไปเข้าไป

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในปี 2557 ช้างป่ากุยบุรีตาย 2 ตัว เพราะฝีมือมนุษย์ ครั้งแรก เมื่อ 13 พฤษภาคม 2557 ช้างตายพราะถูกวางยาพิษ (แลนเนท) เพศผู้ อายุราว 6 ปี บริเวณใกล้สำนักงานโครงการฟื้นฟูสภาพป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านรวมไทย หมู่ 7 ตำบลหาดขาม อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ส่วนครั้งที่ 2 เมื่อ 22 สิงหาคม 2557 ช้างป่าเพศผู้ มีงา อายุกว่า 20 ปี ตายเพราะไฟฟ้าช็อต ในไร่มะม่วงติดชายป่า พบว่ามีการขึงเส้นลวดไฟฟ้า 2 เส้นล้อมรอบพื้นที่ไร่มะม่วง 50 ไร่ ที่ บ้านหนองแหน หมู่ที่ 3 ตำบลศาลาลัย อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์