กรมอุตุฯ เผยอีสาน ตะวันออก กลางอากาศร้อน-กทม.มีฝน 40%

กรมอุตุนิยมวิทยา เผยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีอากาศร้อนกับมีฝนฟ้าคะนอง ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น

กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีอากาศร้อนกับมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นบางพื้นที่ สำหรับภาคเหนือตอนบนยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 21-24 กุมภาพันธ์ 2561 ประเทศไทยจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียสกับมีลมแรง โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคอื่นๆ จะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่ง ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

รองโฆษกตำรวจโต้ เพจ CSI LA ยัน “ผบ.ตร.” บินให้กำลังใจนักกีฬาฯปัดใช้งบตำรวจ

รองโฆษก ตร.โต้เพจCSI LA ชี้ “ผบ.ตร.” บินเกาหลีให้กำลังใจนักกีฬาฯในฐานะที่ปรึกษา กก.โอลิมปิก ปัดใช้เวลาราชการและงบ ตร.โยนฝ่ายกฏหมายพิจารณาเอาผิด

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่เพจ CSI LA ลงข้อความเกี่ยวกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ในลักษณะบิดเบือนสร้างความสับสนให้กับสังคม ขอชี้แจง ดังนี้

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เดินทางไปให้กำลังใจนักกีฬาทีมชาติไทย ที่อยู่ระหว่างการแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิก ฤดูหนาว ครั้งที่ 23 ที่เมืองพยองชางประเทศเกาหลี เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 61 ที่ผ่านมา โดยการเดินทางดังกล่าวร่วมคณะไปกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ใช้งบประมาณของโอลิมปิกสากล โดยไม่ได้ใช้งบประมาณของสำนักงานตำรวจแห่งชาติแต่อย่างใด

นอกจากนี้ พล.ต.ต.สุรเชษ หักพาล รอง ผบช.ทท. ไม่ได้ร่วมเดินทางไปด้วยในครั้งนี้ ยังคงอยู่ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ การเดินทางไปยังใช้เวลาในช่วงวันหยุด เสาร์ อาทิตย์ เป็นระยะเวลาสั้น เพียงหนึ่งคืนไม่เสียเวลาราชการแต่อย่างใด และไม่ได้เป็นการเดินทางไปเที่ยวหรือพักผ่อนหรือผลาญงบประมาณตามที่ปรากฏในเพจดังกล่าวแต่อย่างใด พร้อมระบุการเดินทางไปครั้งนี้เพื่อให้กำลังใจนักกีฬาไทย ที่ได้สิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันในมหกรรมกีฬาระดับโลก คือนักเล่นสกีจำนวน 4 คน ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญในการให้กำลังใจและสนับสนุนผู้ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในฐานะที่เป็นคนไทยด้วยกันควรจะร่วมยินดีกับนักกีฬาตัวแทนประเทศไทยในครั้งนี้

นอกจากการให้กำลังใจนักกีฬาในครังนี้แล้ว ผบ.ตร.ยังถือโอกาสศึกษาการรักษาความปลอดภัยการจัดการแข่งขันกีฬาในครั้งนี้ซึ่งใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศเกาหลีจากหลายภาคส่วน ซึ่งถือได้ว่าเป็นประสบการณ์อันดีที่จะได้นำรูปแบบการรักษาคสามปลอดภัยและการคัดกรองบุคคลแลพยานพาหนะมาปรับใช้กับประเทศไทยในอนาคต

นอกจากนี้ ยังได้แนวคิดในการติดตั้งอุปกรณ์การปฐมพยาบาลเบื้องต้นในจุดสำคัญๆ ต่างๆ เช่น สถานีรถโดยสาร สถานีรถไฟฟ้า สนามบิน และสถานที่ๆมีประชาชนเข้าไปใช้บริการจำนวนมาก เพื่อนำแนวคิดมาปรับใช้ และยกระดับมาตรฐานด้านการรักษาความปลอดภัยของไทย ในการจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาระดับโลก

รองโฆษก ตร. ยังกล่าวต่ออีกว่า การลงข้อความที่มีลักษณะบิดเบือนในลักษณะนี้ไม่ทราบว่า ทางเพจมีเจตนาแอบแฝงอะไร ต้องการสร้างความสับสน ความแตกแยก หรือความเกลียดชัง เพื่อก่อให้เกิดการแตกความสามัคคีในสังคมหรืออย่างไร อยากให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะคนในวงการกีฬาร่วมกันร่วมกันประนามการกระทำดังกล่าว ที่มีลักษณะไม่สร้างสรรค์ ต่อสังคม และขอตั้งข้อสังเกตุว่ามีเจตนาอะไรในการลงข้อความที่บิดเบือนในลักษณะนี้ ขณะนี้กำลังให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานใดหรือไม่ เพื่อจะดำเนินการทางกฎหมายในทุกมิติต่อไป

สั่งพักงาน “ร.ต.ต.มานัส” แจกอั่งเปา รอสอบผิดวินัย-ตั้งกก.ดูปมขาดราชการ

ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 1 สั่งพักงาน “ร.ต.ต.มานัส” แจกอั่งเปา รอสอบผิดวินัย-ตั้งกก.ดูปมขาดราชการ เดินทางออกนอกประเทศเกือบ 100 ครั้ง

พล.ต.ต.นพดล ศรสำราญ ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 1 มีหนังสือคำสั่งเลขที่ 41/2561 แต่งตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณี ร.ต.ต.มานัส เติมธนะศักดิ์ รองสารวัตร(สอบสวน) กองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล กรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยร้ายแรง โดยไม่มาปฏิบัติหน้าที่ราชการ ระหว่างวันที่ 6-22 พ.ค.2559 รวมทั้งถูกกล่าวหาว่าละทิ้งหน้าที่ราชการ โดยเดินทางเข้าออกราชอาณาจักร จำนวน 96 ครั้ง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชา

จึงมีเหตุอันควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยฐานละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเกินกว่า 15 วัน โดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือมีพฤติกรรมอันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ จึงแต่งตั้งให้ พ.ต.ท.เอกนิรุจฒ์ วันสิริภักดิ์ รองผู้กำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 4 เป็นประธาน

และให้ พ.ต.ท.เชวง จันทร์วงษ์ สารวัตรกองกำกับการ 4/ ร.ต.ต.ธีระพัสตร์ บวรภัคบูรณี รองสารวัตร(สืบสวน)กองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 เป็นกรรมการดำเนินการสอบสวนพิจารณาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฏ ก.ตร.ว่าด้วยการสอบสวนพิจารณา พ.ศ.2547แล้วเสนอสำนวนการสอบสวนเพื่อพิจารณาต่อไป

พร้อมกันนี้ ได้มีหนังสือคำสั่งที่ 42/2561 มีคำสั่งให้พักราชการ ร.ต.ต.มานัส ไว้ก่อนเพื่อรอฟังผลการสอบสวนทางวินัย ตั้งแต่วันที่ 19 ก.พ.2560 เป็นต้นไป โดยในหนังสือระบุ ผู้ถูกสั่งพักราชการมีสิทธิ์ร้องทุกข์ต่อผู้บังคับบัญชา หรือ ก.ตร.ตาม พรบ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 106 ภายใน 30 วันนับแต่วันที่รับทราบคำสั่งและหากประสงค์จะฟ้องโต้แย่งคำสั่งหรือคำวินิจฉัยคำร้องทุกข์ ให้ทำคำฟ้องเป็นหนังสือยื่นต่อศาลปกครองได้ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งหรือรับทราบคำวินิจฉัยคำร้องทุกข์หรือภายใน 90 วัน นับแต่วันพ้นกำหนด 90 วัน นับแต่วันที่ผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือร้องขอทราบผลการวินิจฉัยคำร้องทุกข์