ชื่นชม ‘น้องแบม’ ต้นแบบขอนแก่นโมเดล แฉโกงเงินสงเคราะห์

เครือข่ายอนาคตไทย ยก “น้องแบม” ต้นแบบขอนแก่นโมเดล หลังแฉขบวนการทุจริตเงินสงเคราะห์ พม.

นายเข็มชาติ สมใจวงษ์ ประธานหอการค้า จ.ขอนแก่น ในฐานะประธานเครือข่ายอนาคตไทย จ.ขอนแก่น ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า การที่ น.ส.ปณิตฃดา ยศปัญญา นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะมนุษศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้เข้าร้องเรียนต่อเลขาธิการ คสช.และ ป.ป.ท. หลังถูกผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งขอนแกน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้นักศึกษาฝึกงานและตนเองทำการปลอมแปลงเอกสารและปลอมลายมือชื่อ ตลอดระยะเวลาของการฝึกงานรวมกว่า 2,000 ราย คิดเป็นยอดเงินรวมกว่า 6,900,000 บาท

จากการกระทำของน้องแบมนั้น ถือเป็นต้นแบบขอนแก่นโมเดลที่ทำดีและทำถูกต้อง กล้าที่จะออกมาเปิดเผยข้อมูลความผิด เพราะจากการเคลื่อนไหวของนักศึกษารายนี้และครอบครัวนั้นสู้ในสิ่งที่ถูกต้อง จนนำไปสู่การสอบสวนอีกสะเทือนไปทั้งประเทศไทย ในนามของเครือข่ายอนาคตไทย จ.ขอนแก่น ได้มีการหารือกันในการยกย่องให้น้องแบมเป็นต้นแบบของการทำความดี ทำความถูกต้อง โดยจะมีการมอบเกียรติบัตรเพื่อยกย่องความดี รวมทั้งของรางวัลต่างๆ เพื่อให้กำลังใจแก่ครอบครัวของน้องแบม และยังคงเชื่อมั่นว่าหลังสำเร็จการศึกษาไปแล้วน้องแบมจะเป็นหนึ่งในบุคลากรที่สำคัญของไทยที่หลายหน่วยงานต้องการตัวเข้าร่วมทำงาน แต่ขณะนี้คงต้องดูแลเรื่องความปลอดภัยให้กับน้องเพราะเป็นพยานปากสำคัญในคดีนี้ โดยการยกย่องประกาศเกียรติคุณครอบครัวของน้องแบมและตัวของน้องแบมนั้นจะมีขึ้นในวันที่ 2 มี.ค.61

ขณะที่แนวทางการสืบสวนสอบสวนนั้น ตนอยากให้ ป.ป.ท.,รวมทั้ง คสช.และรัฐบาล เร่งสรุปมูลความผิดและเอาผิดกับผู้ร่วมขบวนการในคดีดังกล่าวที่เกิดขึ้นได้ให้ทั้งหมดทุกคน เพราะจะได้คลายข้อสงสัยในเรื่องการทุจริตดังกล่าวนี้ให้กับสังคมนั้นได้รับทราบ

ผอ.รร.เซนต์คาเบรียล ประกาศลาออก หลังถูกประท้วงกดดัน

ผอ.รร.เซนต์คาเบรียล ประกาศลาออก หลังถูกประท้วงกดดัน พร้อมให้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง

วันนี้ ( 19 ก.พ.61 ) จากกรณีเครือข่ายผู้ปกครอง ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน โรงเรียนเซนต์คาเบรียล รวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการบริหารงานที่ไม่โปร่งใส และพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม โดยได้มีการตะโกนขับไล่ผู้อำนวยการเสียงดัง “วินัยออกไป” อย่างต่อเนื่อง

ต่อมาเวลา 10.00 น. ภราดา ผศ.ดร.วินัย วิริยวิทยาวงศ์ ผู้อํานวยการโรงเรียนเซนต์คาเบรียลได้เปิดห้องแถลงชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว แต่ไม่สามารถแถลงได้ เนื่องจากผู้ปกครอง ศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบัน ตะโกนขับไล่ตลอดเวลา

จากนั้นในเวลา 11.00 น. ภราดา ผศ.ดร.วินัย ได้ขอให้ผู้ปกครอง ศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบันหยุดตะโกนขับไล่ โดยกล่าวว่าวันนี้เมื่อเกิดปัญหาลักษณะแบบนี้ ต้องหาทางยุติให้มันดีขึ้น พร้อมทั้งเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และคิดว่าต้องแก้ไขปัญหา และนี่คือบทบาทของผู้ปกครอง และได้ตอบข้อซักถามถึงข้อมูลที่ผู้ปกครองหามา ขอยืนยันว่าที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียล ประกาศมาเสมอว่าบริหารงานโรงเรียนด้วย management open door มากว่า 40 ปี ทั้งในหลายๆ โรงเรียนที่เคยบริหารงานมาก็ใช้การบริหารจัดการแบบนี้

ซึ่งในส่วนของผู้ปกครอง นักเรียน ครู สามารถไปสอบถามโรงเรียนอื่นๆ ได้ ผมเป็นคนที่ไม่เคยทำอะไรแบบนั้น และส่วนที่กล่าวว่ามีการส่งหนังสือร้องเรียนมาหลายครั้ง ถ้ามีการพูดว่าทำหนังสือไปหลายครั้งแล้วไม่ได้รับคำตอบ ถ้าเป็นจริงก็ขออภัยไม่ได้เจตนา ซึ่งถ้าเป็นจริง แต่ไม่น่าเป็นจริง เพราะถ้าเป็นจริงหนังสือต่างๆ คำร้องเรียนต้องเข้าในที่ประชุมของคณะกรรมการบริหารโรงเรียน ทุก 2 สัปดาห์ ในการที่จะถกถึงปัญหาต่างๆ และวิธีแก้ ซึ่งในโรงเรียนมีคณะกรรมการที่ร่วมแก้ปัญหา

กระทั่งเวลา 12.50 น. ที่บริเวณโถงอาคารเดอร์ ภราดาวินัย วิริยวิทยวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเซนต์คาเบรียล ลงมาพบกับคณะผู้ปกครอง ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน พร้อมกล่าวว่า อยากบอกนักเรียน ครู และผู้ปกครองทุกท่านที่อยู่และไม่อยู่ ตลอดเวลาที่ผ่านมามีความหวังดีมาตลอด และไม่หวังว่าที่เราทำดีที่สุดจะถูกใจทุกคน ซึ่งมีข้อเสนอให้ตน 2 ประการ คือ ชี้แจงการบริหารงาน และข้อเรียกร้องให้ยุติบทบาท

ทั้งนี้ ยินดีให้ตรวจสอบทุกเรื่องแต่ขอเรื่องแต่ขอฝากให้ตัวแทนทั้ง 7 คนทำหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการด้วย ขณะเดียวกันจะทำหนังสือถึงมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย เพื่อขอยุติบทบาท และแจ้งขอให้ยุติบทบาทชั่วคราวจนกว่าการตรวจสอบจะแล้วเสร็จ

ตำรวจจ่อเอาผิดทั้งคู่ ปมทุบรถยนต์ จอดขวางหน้าบ้าน

ผิดทั้งคู่ !! ตำรวจจ่อเอาผิดทั้งเจ้าของรถ และเจ้าของบ้าน ในคลิปใช้ขวานและเหล็กยาวทุบทำลายรถยนต์ เหตุไม่พอใจจอดขวางหน้าบ้าน ทั้งๆ ที่มีป้ายเตือน 

จากกรณีสื่อโซเชียลแชร์คลิปเหตุการณ์หญิงสูงวัย 2 คน ใช้ขวานและเหล็กยาวทุบทำลายรถยนต์ที่จอดขวางบริเวณประตูทางออกหน้าบ้านหรูหลังหนึ่ง ย่าน ซ.หมู่บ้านเสรีวิลล่า แยก 2 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ ทำให้รถยนต์คันดังกล่าวได้รับความเสียหาย กระจกข้างรถฝั่งด้านหลังผู้โดยสารแตก ฝากระโปรงและกันชนรถได้รับความเสียหายนั้น

ล่าสุด พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกก.สน.ประเวศ เปิดเผยถึงความคืบว่า เจ้าของรถได้มาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับผู้ที่ปรากฏตามคลิป ในข้อหาร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท ซึ่งจากการประเมินรถยนต์คันดังกล่าวมีความเสียหายมูลค่า 50,000 บาท ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน

อย่างไรก็ตาม สถานที่ดังกล่าวมีการห้ามจอดรถในช่วงเวลา 06.00-10.00 น. ซึ่งเหตุการณ์ตามคลิปที่ปรากฏเกิดขึ้นเวลาประมาณ 11.00 น. ตามกฎหมายพรบ.จราจรไม่ได้มีความผิด แต่การจอดรถหน้าบ้านบุคคลอื่นเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เจ้าของบ้านสามารถแจ้งความร้องทุกข์ในความผิดลหุโทษ ในข้อหาก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท

นอกจากนี้เตรียมจะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ที่ถือขวานในข้อหาพกพาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต

ด้าน น.ส.รชนิกร เลิศวาสนา ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า หน้าบ้านหลังดังกล่าวมีป้ายประกาศติดไว้ พร้อมทั้งมีการกั้นลวดสลิงและมีกุญแจล็อคเอาไว้ จึงทำให้เข้าใจว่าเป็นบ้านร้างและถูกบังคับคดี จากนั้นจึงได้ลงจากรถไปซื้อของที่บริเวณใกล้เคียงประมาณ 10 นาที

ก่อนกลับมาพบ จึงได้เดินไปยกมือไหว้พร้อมขอโทษผู้หญิงทั้ง 2 คน แต่ผู้หญิงทั้ง 2 คนไม่ยอม และผู้หญิงอีกคนได้ยกขวานขู่จะทำร้าย พร้อมทั้งบอกว่า โง่เหรอ อ่านหนังสือไม่ออกเหรอ ไม่เห็นป้ายที่เขียนไว้เหรอ แล้วมีพลเมืองดีมาดึงตัวตนออกจากที่เกิดเหตุ

ทั้งนี้ ยอมรับผิดที่ไปจอดรถขวางหน้าบ้านจริง และปกติตนเป็นคนที่จอดรถแล้วจะล็อคเบรคมือตลอด อีกทั้งไม่ใช่คนในพื้นที่ จึงไม่รู้ว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นอย่างไร แต่ก็ไม่ควรที่จะทำแบบนั้นกับคนอื่น ยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้กับใครอีก