สาวโวย! ข้างบ้านเผาอ้อย ไฟลามควันโขมง บ้านหวิดไหม้

สาวโอด! ข้างบ้านเผาอ้อย ไฟลามควันโขมง บ้านหวิดไหม้  โทรตามดับเพลิงมาตอนไฟมอด

กลายเป็นเรื่องราวที่ถูกแชร์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ สำหรับคลิปที่เผยให้เห็นภาพเหตุการณ์ไฟไหม้ไร่อ้อยข้างบ้านหลังหนึ่ง ไฟลุกลาม ควันโขมง โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ Kanokporn Janon ได้โพสต์คลิปดังกล่าว พร้อมข้อความบอกเล่า ระบุว่า

เมื่อข้างบ้านเผาอ้อย เอาจริงๆนะ พวกม_งแม่งไม่เจริญหรอก ทำมาหาแดกแล้วคนอื่นเดือดร้อน ปีที่แล้วปลูกฟักทองไม่ได้กินสักลูก ไฟอ้อยลามมาไหม้หมด ไม่ว่าสักคำ มาปีนี้ ไหม้มะพร้าวกูอีก มะพร้าวกำลังจะออกลูก ไฟไหม้ดอกร่วงหมด ไหนจะเขม่าอีก รั้วยังสร้างไม่เสร็จที่ค้างไว้เอาผ้าเขียวล้อมไว้ก็ไหม้หมด  ต้นไม้ต้นใหญ่ก็ไหม้ เจ้าของไม่โผล่หัวมาดูว่าสร้าง_อะไรไว้บ้าง โทรตามดับเพลิง ดับเพลิงมาตอนไฟดับแล้ว ขอบคุณค่ะ ขอบคุณไฟที่ไม่ลามมาไหม้บ้าน 

ภาพจาก Kanokporn Janon 

คลังหนุนเซเว่นฯ เป็นตัวเเทนแบงก์ เปิดบริการรับฝาก-ถอนเงิน

คลังหนุนแบงก์ชาติให้ 7-11 เปิดบริการรับฝาก-ถอนเงิน ให้ประชาชน ชี้ช่วยอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงระบบธนาคารได้มากขึ้น

วันนี้(18 ก.พ.) นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กรณีที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เตรียมออกใบอนุญาต ให้ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น เปิดบริการรับฝากเงิน ถอนเงินกับประชาชน ทางกระทรวงคลังเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้รับฝากถอนเงิน เพราะปัจจุบันประชาชน ถอน โอนเงินฝากมือถือมากขึ้นอยู่แล้ว

ดังนั้น เพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชนในการเข้าถึงบริการทางการเงินมากขึ้น เนื่องจากการขออนุญาติจาก ธปท. กำหนดให้บริษัทเอกชนดำเนินธุรกิจ “Banking Agency” ต้องมีคุณสมบัติในหลายด้าน ทั้งจำนวนเงินทุนตั้งสำรองดำเนินธุรกิจ จำนวนสาขา บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และหากเอกชนรายใดไม่พร้อม จะไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากเป็นบริการทางการเงิน

อีกทั้งรัฐบาลมีนโยบาย E-Payment อำนวยความสะดวกบริการทางการเงินให้กับประชาชน เพื่อให้เกิดเงินทุนหมุนเวียนในระบบมากขึ้น ขณะที่แบงก์รัฐ หรือธนาคารอื่นต้องปรับตัวรองรับบริการลักษณะดังกล่าวด้วยเช่นกันในยุคไทยแลนด์ 4.0

‘ไอ้ชิต สายเบิร์น’ เครียด! นอนคุกคืนแรก ให้เมียหาทนายสู้

“ไอ้ชิต สายเบิร์น” ชวดประกันเหตุหลักทรัพย์ไม่พอ ต้องนอนคุกคืนแรกสุดเครียด เจ้าตัวบอกเมียให้หาทนายสู้

หลังเจ้าหน้าที่จับกุมตัว นายทิษณุ หรือ ชิต สายเบิร์น อายุ 29 ปี ชาวอำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ ผู้ต้องหาคดีพยามฆ่านักศึกษาชายและข่มขืนนักศึกษาหญิง มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ซึ่งหลังจากตำรวจทำแผนประกอบคำรับสารภาพไปแล้วได้นำตัวไปส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด มีรายงานว่า ญาติพยามนำหลักทรัพย์มาประกันตัวแต่ไม่เพียงพอ เนื่องจากตำรวจได้ตั้งถึง 7 ข้อหาหนัก ประกอบด้วย 1.พยามฆ่าผู้อื่น 2.ข่มขืนใจผู้อื่นไม่กระทำการโดยมีอาวุธ 3.พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือมีเหตุอันสมควร 4.ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรืออยู่ในภาวะที่ไม่ขัดขืน 5.ยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร 6.กักขังหน่วงเหนี่ยว 7.ปล้นทรัพย์ ที่ต้องใช้หลักทรัพย์หลายแสนบาทมาประกันตัว ทำให้เมื่อคืนนี้ ชิต สายเบิร์น ต้องนอนอยู่ในคุกเป็นคืนแรก ที่เรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์

ทั้งนี้ ผู้คุมต้องแยกออกจากผู้ต้องขังทั่วไปเนื่องจากคนร้ายรายนี้ จัดเป็นบุคคลอันตรายเพราะมีสภาพจิตใจไม่ปกติ และมีรายงานว่า ชิต สายเบิร์น ได้บอกภรรยาให้จัดหาทนายความเพื่อต่อสู้คดี โดยจะใช้ข้ออ้างว่าตนเองมีจิตไม่ปกติเพราะเคยไปรับการบำบัดที่โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่น

ส่วนความเคลื่อนไหวที่มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ยังคงทำการเรียนการสอนตามปกติ แต่นักศึกษาสาว ชั้นปีที่ 2 ยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านตนเอง แต่สุขภาพจิตเริ่มดีขึ้น ด้านชาวบ้านในชุมชนก็ยังคงพากันจับกลุ่มวิพากวิจารณ์ โดยเฉพาะมาตรการความปลอดภัยบนท้องถนน โดยเฉพาะถนนในหมู่บ้าน ตั้งแต่ทางเข้ามหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ชาวบ้านเรียกร้องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นผู้รับผิดชอบเข้ามาจัดให้มีไฟแสงสว่างมากขึ้นพร้อมกับมาตรการความปลอดภัยในมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ด้วย