ธนาคารแจงแล้ว !โจ๋เปิดบัญชี 9,000 บาท แต่มีเงินในบัญชี 999 ล้าน

ธนาคารชี้แจงกรณีวัยรุ่นใน อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เปิดบัญชีธนาคารใหม่ ด้วยการฝากเงิน 9,000 บาท แต่พอตรวจสอบกลับพบยอดคงเหลือที่ถอนเงินได้อยู่ที่ 999,999,999 บาท แถมสามารถกดเงินออกมาได้จริงๆ จึงแจ้งเรื่องต่อธนาคารและดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง

วันที่ 27 ก.พ. ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Wuttichai Meemak โพสต์ภาพพร้อมข้อความเป็นใบบันทึกรายการถอนเงินจากตู้เอทีเอ็ม และสมุดบัญชีของธนาคารแห่งหนึ่ง พร้อมระบุด้วยว่า ได้เปิดบัญชีของธนาคารแห่งนี้ ด้วยเงิน 9,000 บาท จากนั้นได้ทำการตรวจสอบ พบว่ามีเงินในบัญชียอดคงเหลือที่ถอนได้ 999,999,999 บาท

ทั้งนี้เจ้าของเฟซบุ๊กคิดว่าเครื่องเสียในตอนแรก จึงลองเปลี่ยนไปใช้เครื่องอื่น และลองกดเงินออกมา 20,000 บาท กลับสามารถกดออกมาได้จริง ๆ จึงนำเรื่องดังกล่าวไปแจ้งกับธนาคาร คืนเงินทั้งหมด และแก้ไขให้ถูกต้อง

โดยข้อความระบุว่า “มีไรมาเล่าให้ฟัง วันนี้เรื่องมีอยู่ว่า ผมไปเปิดบัญชีที่ธนาคารมา ผมเปิดไป 9,000 แล้ว นำบัตรออกมาโอนข้างนอก แต่ผมลองกดไปดูยอดเงินคงเหลือ มันขึ้น ว่า 999,999,999 ผมก็นึกว่าเครื่องเสีย เลยย้ายตู้ มันก็ขึ้นมาแบบเดิม

ผมก็เลย ลองกดเล่นๆ ไม่คิดไรว่ามันรวนจริงป่าว กดมา 20,000 เงินออกมา 20,000 จริงๆ คือ ฝากไป 9,000 สลิปออกมา ยังเหลือ 999,999,999 ในใจ รูปรถบ้านขึ้นมาละ ตัดภาพไปอีกที มีแต่ คุก คุก คุก เลยเอาไปคืนเขา เขาก็ตกใจ คนนั่งเอ๋อทั้งธนาคารเลย แต่เงินที่ไม่ใช่ของเรามันก็อยู่กับเราได้ไม่นานหรอก ถือว่าดีที่สุดละ เอาไปคืนเขา #ถ้าเอามานี้คดีหวย 30 ล้าน นี่ดับเลย เจอ 99 ล้าน” ซึ่งต่อมาเจ้าของโพสต์ได้ลบภาพและข้อความดังกล่าวออกไป

อย่างไรก็ตาม ทางธนาคารกรุงไทยได้ออกมาชี้แจงว่า ตามที่ลูกค้าธนาคารกรุงไทยได้เปิดบัญชีที่สาขาชะอำ และพนักงานสาขาคีย์ยอดผิดนั้น ธนาคารขอขอบคุณลูกค้าเป็นอย่างสูงที่ได้กรุณาติดต่อประสานงานมาที่สาขา ซึ่งขณะนี้ธนาคารได้ปรับปรุงรายการให้ลูกค้าเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ได้กำชับไปยังผู้จัดการสาขาให้ดูแลและเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น ในการปฏิบัติงานของพนักงาน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีก

‘โจ-ธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์’ เจ้าพ่อวงการสื่อยักษ์ใหญ่ จ่อปิดบริษัทสื่อทั้งหมด

“โจ-ธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์” เจ้าพ่อวงการสื่อยักษ์ใหญ่ ตัดสินใจปิดบริษัทสื่อทั้งหมดในมือ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์

วันนี้(27 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “โจ-ธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์” ตัดสินใจปิดบริษัท ทรีแดนซ์ โฮลดิ้ง ผู้ผลิตสื่อทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อออนไลน์ ได้แก่ นิตยสาร Maxim, นิตยสาร Attitude, อินแมกกาซีน, อิมเมจ ออนไลน์, นิตยสารมาดามฟิกาโร และนิตยสาร Her World

ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการทยอยปิดสื่อสิ่งพิมพ์และปรับเป็นสื่อออนไลน์บ้างแล้ว โดยขณะนี้ สื่อสิ่งพิมพ์ 3 เล่มที่ยังเหลืออยู่ในบริษัท ได้แก่ นิตยสาร Maxim , นิตยสาร Attitude, มาดาม ฟิกาโร (ที่ผลิตสำหรับวางบนไฟลท์สายการบินแอร์เอเชีย) จะวางแผนฉบับสุดท้ายในเดือนเมษายน รวมไปถึงการปิดสื่อสิ่งพิมพ์ที่ปรับตัวไปทำในรูปแบบของออนไลน์ด้วย อย่างไรก็ตามจะมีการจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย

ผอ.สำนักศิลปากร แจงเข้าใจผิด ปมค้านประกาศเขตโบราณสถานพิมาย

ความคืบหน้า ชาวบ้านคัดค้านประกาศเขตโบราณสถานพิมาย ผอ.สำนักศิลปากรที่ 12 แจงชาวบ้านเข้าใจผิดยันสามารถซื้อขายได้

ความคืบหน้า กรณีที่มีชาวบ้านที่อาศัยในเขตเทศบาลตำบลพิมาย จ.นครราชสีมา หลายร้อยคน ได้ออกมาคัดค้นการประกาศเขตพื้นที่โบราณสถานพิมาย ของกรมศิลปากร ภายหลังจากที่ทางกรมศิลปากร ได้ทำหนังสือส่งถึงประชาชน จำนวน 1,665 ครัวเรือน ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ 2,658 ไร่ 25 ตารางวา ในเขตบริเวณโดยรอบอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย เพื่อให้เจ้าของหรือผู้ครอบครอง ได้ทราบว่า ทางกรมศิลปากร จะอาศัยอำนาจตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติโบราณสถานโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 เพื่อประกาศให้พื้นที่ดังกล่าว เป็นเขตโบราณสถาน

โดยหนังสือระบุวันที่แจ้งมาตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2560 แต่หนังสือเพิ่งมาถึงชาวบ้านเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 ซึ่งมีกำหนดให้ชาวบ้านที่ไม่เห็นด้วย สามารถไปใช้สิทธิ์ฟ้องร้องต่อศาลปกครองภายใน 30 วันนั้น ได้สร้างความแตกตื่นให้กับประชาชนในพื้นที่ อ.พิมายเป็นอย่างมาก จนได้มีการออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านเพราะเกรงจะได้รับผลกระทบที่อยู่อาศัยและการประกอบธุรกิจต่างๆ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันนี้ (27 ก.พ. 2561) นายจารึก วิไลแก้ว ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 12 จ.นครราชสีมา ชี้แจงว่า จากกรณีที่ชาวบ้านคัดค้านการประกาศเขตพื้นที่โบราณสถานรอบปราสาทหินพิมาย ของกรมศิลปากร เนื่องจากชาวบ้านส่วนหนึ่งเกรงว่าหากประกาศเป็นเขตพื้นที่โบราณสถานไปแล้ว พื้นที่ครอบครองของตนจะเกิดปัญหาต่างๆ ขึ้นมากมาย เช่น

1. สิ่งปลูกสร้างและที่ดินดังกล่าวจะไม่สามารถขายเปลี่ยนมือได้

2. จะไม่สามารถต่อเติมอาคารบ้านเรือนได้

3. ในการทำธุรกิจของชาวบ้านจะมีปัญหาในเรื่องของการกู้เงิน ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวบ้านบางส่วนยังเข้าใจผิด โดยทางกรมศิลปากรได้มีการชี้แจงไปแล้วว่า สิ่งปลูกสร้างและที่ดินดังกล่าวยังสามารถขายเปลี่ยนมือได้ตามปกติ และสามารถปลูกบ้านหรืออาคารแทนหลังเก่าได้ อีกทั้งยังสามารถต่อเติมบ้านและอาคารได้ เพียงแต่กรมศิลปากรจะเข้ามาควบคุมดูแลเรื่องความสูงของสิ่งปลูกสร้างเท่านั้น โดยความสูงห้ามเกินตึก 2 ชั้น หรือประมาณ 9 เมตร เหมือนกับพื้นที่ประกาศเป็นโบราณสถานในเขตจ.สุโขทัย จ.อยุธยา และจ.กำแพงเพชร เป็นต้น

ซึ่งในพื้นที่ที่ประกาศไปแล้วนั้น ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ได้ยื่นเรื่องขออนุญาตก่อนทำการก่อสร้างมาเรื่อยๆ ไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใด นอกจากกลุ่มคนที่เสียผลประโยชน์ ต้องการออกเอกสารสิทธิ์บริเวณสระน้ำเมืองโบราณ ซึ่งปกติไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ ให้บุคคลใดครอบครองได้ และในอ.พิมายก็มีสระน้ำเมืองโบราณเช่นกัน อยู่ทางทิศใต้ของเมือง ขนาดความกว้าง 750 ม. ความยาว 1,800 ม. อีกทั้งในเรื่องที่ชาวบ้านกังวลใจ ปัญหาที่จะเกิดขึ้นในการกู้เงินเพื่อทำธุรกิจนั้น เป็นความเข้าใจผิดและคิดกันไปเองซึ่งไม่เกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด และหากชาวบ้านยังยืนยันจะคัดค้านการประกาศเขตพื้นที่โบราณสถานรอบปราสาทหินพิมาย ของกรมศิลปากรนั้น ก็ต้องว่ากันตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป