จบด้วยดี! เหตุ 2กู้ภัยวางมวยในโรงพยาบาลโดนค่าปรับทั้งคู่

จับมือยุติปัญหา! เหตุ 2 กู้ภัยทะเลาะวิวาทกันให้โรงพยาบาลดังใน จ.ปทุมธานี ก่อนถูกเปรียบเทียบปรับทั้งคู่

จากกรณีที่มีคลิปเผยแพร่ในสื่อโซเชียลขณะเจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลเมืองบึงยี่โถ และเจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลนครรังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ชกต่อยกันภายในโรงพยาบาลบางปะกอกรังสิต2 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โดยไม่เกรงใจคนไข้หรือญาติๆคนไข้ คาดว่าคงมีการแย่งส่งคนเจ็บ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (ระทึกกลางโรงพยาบาล!! 2 กู้ภัยเมืองปทุมวางมวยกัน คนไข้วิ่งหนีกระเจิง)

ล่าสุดเวลา 13.00 น. วันนี้ (15 ก.พ.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายสมาน เพชรหาญ อายุ 33 ปี นายจตุพร อ่ำจิตร อายุ 47 ปี นายนพรัตน์ แซ่จิว อายุ 21 ปี นายตะวัน โพธิ์อุไร อายุ 22 ปี นายวิสันต์ น้ำเต้าทอง อายุ43ปี เจ้าหน้าที่กู้ภัยเทศบาลนครรังสิต และกู้ชีพเทศบาลเมืองบึงยี่โถ ได้เข้าพบร.ต.ท.(หญิง) กมลชนันท์ สุกใจ รองสารวัตรสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับ ในข้อหาทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย หรือจิตใจ เป็นเงิน1,000บาท และพกพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร ปรับเป็นเงิน500บาท ก่อนที่นายสมาน เพชรหาญ เจ้าหน้าที่ชีพเทศบาลเมืองบึงยี่โถ และนายจตุพร อ่ำจิตรเจ้าหน้าที่กู้ภัยเทศบาลนครรังสิตจะจับมือกันต่อหน้าสื่อมวลชนเพื่อยุติความขัดแย้งและบาดหมางกันและจะทำงานร่วมกันมีมิตรภาพที่ดีต่อกัน

นายสมาน เพชรหาญ กู้ชีพเทศบาลเมืองบึงยี่โถ เปิดเผยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเกิดจากการเข้าใจกันผิดเพราะก่อนเกิดเหตุตนเองและคู่กรณีได้ไปช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์รถกระบะชนต้นไม้จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย จึงได้ช่วยกันดำเนินการผู้ได้รับบาดเจ็บไปคนละ1 รายเพื่อเร่งนำส่งโรงพยาบาล จนเกิดปากเสียงกันเมื่อมาถึงโรงพยาบาลเรื่องพื้นที่รับผิดชอบกระทั่งเกิดการท้ากันไปมา

จนเกิดบันดาลโฑษะจนเกิดการทะเลาะวิวาท หลังจากนี้จะทำงานร่วมกันตามปกติ หากเกิดเหตุพบเหตุในพื้นที่รับผิดชอบคาบเกี่ยวจะต้องวิทยุแจ้งกัน ทางผู้ใหญ่จะออกมาตราการเกี่ยวกับหน่วยงานกู้ภัยอีกครั้งหนึ่งเพื่อไม่ให้เกิดข้อพิพาธกันอีก สำหรับทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการเปรียบเทียบปรับและยึดอาวุธที่ใช้ก่อเหตุของทั้งสองฝ่าย

นายจตุพร อ่ำจิตร เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องขอโทษประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้อง จดเกิดอารมย์วู่วามจึงเกิดการทำร้ายร่างกายกัน

เปิดภาพพราน-นายทุน ล่าเสือป่าตะวันตก เผยเป็นระดับคิงพินในไทย

เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า โพสต์เล่าชีวิตการทำงานเรื่องจริงไม่เหมือนนิยาย  ก่อนเปิดภาพพรานล่าเสือป่าตะวันตก หวังเร่งเร้าเอาจริงในการจัดการกับคนกลุ่มนี้ อย่าปล่อยให้ลอยนวล

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Polawee Buchakiet ซึ่งเป็นของเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่พิทักษ์ป่ารายหนึ่ง ได้มีการโพสต์ภาพเปิดเผยโฉมหน้าพรานล่าเสือ และนายทุนค้าสัตว์ป่า หวังปลุกเร้าให้มีการติดตามตัวกลุ่มบุคคลดังกล่าวมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด พร้อมกับมีข้อความระบุว่า  “การล่าและค้าสัตว์ป่าเป็นสงครามไม่รู้จบ แนวรบป่าตะวันตกเหตุการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง”

ท่ามกลางกระแสสังคมที่ตื่นตัวในเรื่องการอนุรักษ์สัตว์ป่า โดยเฉพาะคดีพรานบรรดาศักดิ์ล่าเสือดำที่ป่าทุ่งใหญ่ฯ ตะวันตก ดูเหมือนตัวพราน CEO จะไม่ค่อยเดือดร้อนเท่าไร เพราะมีพร้อมทั้งเงินทอง สมัครพรรคพวก ทนายแก้ต่างฝีมือดี

ที่สำคัญคนผ่านโลกมานานทำธุรกิจขนาดนี้คงจะเตรียมทางหนีทีไล่ไว้เรียบร้อยแล้ว แต่อย่างไรเสียก็ก็คงไม่พ้นขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมและกฎแห่งกรรมอยู่ดี สำหรับตัวเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็คงจะต้องใช้เวลา ใช้งบประมาณและกำลังคนเกี่ยวกับการสอบสวน งานเอกสารตามระเบียบขั้นตอนราชการตามปกติ

ชีวิตจริงของการทำงานพิทักษ์ป่าไม่เหมือนในนวนิยาย ที่จับกุมแบบบู๊ล้างผลาญกันเสร็จแล้วก็จบเรื่องไป แต่ชีวิตจริงจับผู้ต้องหาเสร็จจะต้องมานั่งอดหลับอดนอนรวบรวมพยานหลักฐานเขียนบันทึกจับกุม เขียนเอกสารรายงาน ขึ้นโรงขึ้นศาล สอบข้อเท็จจริง ถ้าเกิดความผิดพลาดก็สอบวินัยเป็นคดีความอีกยาวเป็นหนังชีวิตเรื่องยาวอีกเรื่องหนึ่ง แม้เกษียณไปแล้วคดีความก็ติดตัวไปด้วย ค่าใช้จ่าย การเดินทาง การดำเนินการทางเอกสาร ก็ต้องรับผิดชอบเอง

เมื่อเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าจับใครสักคนดำเนินคดี ผลกระทบย่อมเกิดกับตัวเอง ครอบครัว ผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน ฯลฯ แต่เมื่อเป็นหน้าที่ก็ต้องรับผิดชอบตามที่เราเลือกมาแล้วก็ต้องทำ เพราะเงินเดือนของเรามาจากภาษีของประชาชน

ซึ่งข้าราชการก็ต้องเสียภาษีเหมือนประชาชนทั่วไปด้วยเหมือนกัน เพราะเขาจ้างเรามาเฝ้าป่า ที่แน่ๆ งานพิทักษ์ป่า ตายจริงเจ็บจริง ตามที่ปรากฎเป็นข่าวอยู่เสมอ ที่เขียนอย่างนี้ไม่ต้องการให้เจ้าหน้าที่กลัวหรือไม่กล้าทำหน้าที่นะครับ ของอย่างนี้ต้องฝึกฝนให้มีความมั่นใจ และสร้างเครือข่ายการบังคับใช้กฏหมายให้มีประสิทธิภาพ

ผมคิดอยู่หลายวันเหมือนกันว่าจะโพสต์เรื่องนี้ดีหรือเปล่า หลังจากตรองดูแล้ว ก็คิดว่าหากสังคมได้รับรู้ไว้ ก็จะได้ร่วมด้วยช่วยกันในการป้องกันรักษาชีวิตของเสือโคร่งและรักษาชีวิตของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า เพราะเรื่องนี้เกินข้อจำกัดทางหน้าที่ของผม ตราบใดที่พรานล่าเสือยังไม่โดนจับ ชีวิตของเสือและชีวิตของเจ้าหน้าที่ก็ตกอยู่ในความเสี่ยงพอๆ กัน

โดยทั่วไปพรานล่าสัตว์ป่าที่พวกเราทราบกันมี 3 ประเภท บางครั้งก็ผสมปนเปกันไปแต่แยกไว้กว้างๆ ดังนี้
1.พรานท้องถิ่นหรือพรานชาวบ้าน ล่าเพื่อหาอยู่หากิน เจออะไรก็เอาหมด
2.พรานมืออาชีพ พวกนี้จะล่าไปขาย มีทั้ง พาร์ทไทม์และฟูลไทม์
3.พรานนายทุน เป็นพวกรับซื้อรวมทั้งพวกล่าเองเพื่อความบันเทิง เพราะมีทั้งเงินและอาวุธพร้อม

สิ่งที่ผมต้องการจะสื่อก็คือในขณะที่เราระดมสรรพกำลังทำเรื่องพรานล่าเสือดำ ซึ่งผมก็เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง(แต่ไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่จะไปโฟกัสในทางที่จะบั่นทอนกำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน) และจะดีไปกว่านี้หากเราใช้โอกาสในขณะที่สังคมตื่นตัวในการตามจับพรานล่าสัตว์ป่า

ซึ่งเป็นพรานมืออาชีพและนายทุนรับซื้อเสือระดับ King Pin ของไทย โดยเฉพาะการล่าเสือโคร่งในพื้นที่ป่าทุ่งใหญ่ห้วยขาแข้ง ผืนป่าตะวันตกมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของประเทศไทย

ตั้งแต่ปี 2554 หลังจากการสืบสวนและไล่ล่าพรานล่าเสือร่วมกับพี่ๆ น้องๆ ทีมงานผู้พิทักษ์ป่านักล่าพราน จนสามารถออกหมายจับและจับกุมพรานไปได้หลายคดี แต่ก็ยังมีพรานอีกหลายคนยังติดตามตัวไม่ได้ ทุกวันนี้ก็ยังหวั่นใจว่าพรานล่าเสือจะกลับมาอีก เพราะพวกนี้เป็นพรานมืออาชีพ บางคนเคยสังหารและยิงเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ

พวกเขาจะก่ออาชญากรรมในที่ๆ เขาคุ้นเคยเสมอ ผมจึงรวบรวมรายชื่อพรานล่าเสือและนายทุนที่อยู่เบื้องหลับระดับคิงพินที่มีหมายจับเก่าๆ เพื่อทบทวนความทรงจำและให้หน่วยงานที่มีขีดความสามารถติดตามจับกุม บางคนหลบหนีมานานอีกไม่กี่ปีก็จะหมดอายุความ ซึ่งในอดีตก็ก่อคดีล่าเสือปรากฎเป็นข่าวครึกโครมมาแล้ว ที่สำคัญ มีดังนี้

1.นายก๊ะและนายฟู(ไก่เว้า)พรานล่าเสือโคร่งป่าทุ่งใหญ่ห้วยขาแข้งhttps://goo.gl/iFRMU6
2.นายคำหลิน พรานวางยาเสือโคร่งที่ห้วยขาแข้ง https://goo.gl/KWpPQ9
3.นายยูซุฟ นายทุนแม่สอดรับซื้อเสือโคร่งจากพรานล่าเสือห้วยขาแข้ง http://www.nationtv.tv/main/content/378478631/ และมีคดีค้างเก่าที่มีนบุรี https://www.thairath.co.th/content/236812
4.นายแสงลี พรานล่าเสือและอยู่ในทีมยิงเจ้าหน้าที่เสียชีวิต2นายที่ทุ่งใหญ่ตะวันออก http://www.thairanger.com/tigercrime-season-iii/

หวังไว้เป็นอย่างยิ่งว่าการตายของเสือดำที่ทุ่งใหญ่ตะวันตกตัวนั้น จะสามารถรักษาชีวิตเสือและชีวิตเจ้าหน้าที่พิทักษ์อีกหลายชีวิต ด้วยการจุดกระแสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามจับพรานและนายทุนเหล่านี้พร้อมสืบสวนเส้นทางการค้าสัตว์ป่าไปจนถึงตัวการใหญ่ต่อไป

ข้อมูลจาก Polawee Buchakiet

“พล.ต.อ.สมยศ” ให้ปากคำปมยืมเงิน 300 ล้าน เชื่อมั่นรัฐให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

“พล.ต.อ.สมยศ” เข้าให้ปากคำต่อ DSI กรณียืมเงิน 300 ล้านตามนัด เผยเชื่อมั่นรัฐให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

วันนี้(15 ก.พ.) เวลา 11.00 น. พลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย และอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางมายังกองคดีการค้ามนุษย์ เพื่อให้ข้อมูลกรณียืมเงิน 300 ล้านบาท จาก เสี่ยกำพล วิระเทพสุภรณ์ ผู้ต้องหาสำคัญ คดีค้ามนุษย์สถานบริการอาบอบนวด-วิคตอเรีย ซีเคร็ท หลังจากที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ออกหมายเรียกให้เข้ามาให้ถ้อยคำในฐานะพยาน คดีค้ามนุษย์สถานอาบอบนวด ซึ่งถือเป็นพยานปากแรกที่เข้าให้ข้อมูลในประเด็นเกี่ยวกับธุรกรรมการเงิน

ต่อมาเวลา 13.45 น. พล.ต.อ.สมยศ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน หลังออกมาจากการให้ข้อมูลกับดีเอสไอว่า ตนมาให้การในฐานะพยาน ยินดีและพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน และเชื่อมั่นว่าหน่วยงานรัฐที่ตรวจสอบจะมีความเป็นมืออาชีพ และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายได้