ช็อก! มือปืนกราดยิงเด็กโรงเรียนมัธยมในสหรัฐฯ ตายแล้ว 17 ราย

ช็อก! มือปืนกราดยิงเด็กโรงเรียนมัธยมมาจอริตี้ สโตนแมน ดั๊กลาส ในสหรัฐฯ เสียชีวิตแล้ว 17 ราย บาดเจ็บ 50 ราย

เกิดเหตุมือปืนกราดยิงในโรงเรียนมัธยมมาจอริตี้ สโตนแมน ดั๊กลาส รัฐฟลอริดา ในสหรัฐฯ เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 17 ราย บาดเจ็บ 50 ราย โดยนักเรียนคนหนึ่งเล่าว่า ได้ยิงเสียงปืนดังขึ้น 6 นัด หลายคนคิดว่าเป็นการซ้อมอพยพหนีไฟ จนกระทั่งมีนักเรียนเริ่มวิ่งหนีออกจากอาคารเรียนด้วยความแตกตื่น ขณะที่บางส่วนหลบอยู่ภายในห้อง จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปช่วยเหลือออกมาได้อย่างปลอดภัย

ด้าน นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ทวิตข้อความแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของเหยื่อที่ถูกยิง และบอกด้วยว่า ไม่ควรมีเด็กนักเรียน ครู หรือใครก็ตามที่รู้สึกไม่ปลอดภัยในโรงเรียนของสหรัฐฯ ขณะที่ ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุถูกตำรวจรวบตัวได้แล้ว และทราบว่าเป็นอดีตนักเรียนของโรงเรียนแห่งนี้ แต่ยังไม่ทราบเหตุจูงใจของการก่อเหตุกราดยิง

เพจดังแฉ! คนใจอำมหิต ยิงแม่หมาลูกอ่อนสี่นัดซ้อนไม่ตาย คว้าจอบทุบหัวซ้ำ

เพจดังแฉ! คนใจอำมหิต ยิงแม่หมาลูกอ่อน สี่นัดซ้อนไม่ตาย คว้าจอบทุบหัวซ้ำ แถมโชว์กร่างอ้างเป็นเพื่อนตำรวจไม่มีใครทำอะไรได้

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 จากกรณีที่สื่อโซเชียลจากเพจดัง WATCHDOG THAILAND ได้โพสต์ภาพสุนัขนอนตายพร้อมข้อความ “ยิงแม่หมาสี่นัดซ้อนไม่ตาย คว้าจอบทุบหัวซ้ำอย่างโหดเหี้ยมจนสิ้นใจโชว์กร่าง อ้างรู้จักเป็นเพื่อนตำรวจไม่มีใครทำอะไรได้ ประกาศจะฆ่าหมาแมวให้หมดบ้าน มะ ชาวอิสลามผู้ฝ่าฟันความเชื่อด้วยความเมตตาสูงสุด อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง จากวันคืนที่ครอบครัวชาวอิสลาม ต้องสู้อดทนด้วยความเมตตา จนในที่สุดก็สามารถฟันฝ่าก้าวข้ามความเชื่อและความแตกต่างทางความคิด ของชุมชนท้องถิ่นในเรื่องเลี้ยงหมาด้วยรักและเมตตา

แต่ในที่สุดก็ต้องมาถูกความโหดเหี้ยมอำมหิตของเพื่อนบ้าน ยิง ฆ่าวางยาเบื่อหมาแมว แม้กระทั่งห่านพ่อแม่ลูก ที่มะเลี้ยงไว้ก็ยังมาเอาไปฆ่ากินจนหมดสิ้น 10 กุมภาพันธ์ 2561 เรื่องราวทั้งหมดจึงถูกเปิดเผยจากเหตุการณ์สุดท้ายขึ้นไปหาจุดเริ่มต้น เริ่มจากลูกๆ ของมะไปซื้อพุดเดิ้ลมาเลี้ยง ความน่ารักน่าเอ็นดูของหมาน้อยกล่อมเกลาจิตใจอ่อนโยนที่เป็นพื้นฐานดั้งเดิมในหัวใจ จนพ่อแม่รับได้ ญาติๆ รอบข้างก็เริ่มรับได้ ในที่สุดพ่อกับพี่สาวก็ไปเก็บหมาจากโรงขยะมาอีก 2 ตัว คือแม่แดงกับพ่อขาว จากนั้นก็ซื้อปอมน้อยมาเลี้ยงได้เพียง 3 วัน ก็ไม่สบาย คาดไม่มีวัคซีนมาจากผู้ขาย จึงต้องส่งรักษาที่คลินิคสัตว์สตูลหมดไปเป็นหมื่น หายแล้วก็ให้แม่เลี้ยงต่อ จนกระทั่งป่วยตายจากไป

มะถูกคนอื่นๆ และญาติประนามในช่วงแรก ญาติพี่น้องไม่คบ ก็ต่อสู้ดิ้นรนกันมาจนทุกวันนี้ ใครๆ ก็เปิดใจยอมรับ กระทั่งเอาห่านมาเลี้ยงคู่หนึ่ง คลอดลูกมาได้ 3-4 ตัว โดนคนตีเอาไปแกงกินจนเหลือตัวเดียว WDT ประสาน พล.ต.ต. สมพงษ์ ทองใบ ผบก.ภ.จว.ตรัง พร้อม พ.ต.อ.ทรงเกียรติ ทองสง ผกก.สภ.ปะเหลียน ช่วยดูแลกำกับการร้องเรียน คดีฆ่า “อ้วน” แม่หมาที่เพิ่งคลอดลูกอ่อนยังไม่ลืมตา เพียงเพราะเข้าไปงับขาบุคคลที่บุกรุกเข้ามาในบ้าน ผู้บุกรุกบันดาลโทสะกลับไปเอาปืนมายิงรวดสี่นัดยังไม่ตาย คว้าจอบทุบหัวจนสิ้นใจ

สุดที่มะและครอบครัวจะทนรับการทารุณกรรมโหดเหี้ยมนี้ได้อีกต่อไป มะเข้าแจ้งความด้วยความกล้าหาญหลายครั้ง จนสำเร็จในครั้งที่สาม! พร้อม WDT เข้าช่วยเหลือดูแลคดีให้เป็นไปอย่างยุติธรรมพร้อมพยานผู้เห็นเหตุการณ์โหด เนื่องจากผู้กระทำเคยประกาศไว้และถูกสงสัยตลอดมาในเหตุการณ์ครั้งเก่าๆ ตั้งแต่ยิงขาวพ่อหมา วางยาเบื่อแม่แดงแม่หมา และลูกหมาซึ่งเป็นพี่น้องของอ้วน จนกระทั่งมาถึงอ้วนซึ่งเพิ่งให้กำเนิดลูกน้อยก็ยังต้องมาตายอย่างโหดเหี้ยมอีก รวมถึงแมวน้อยอีกหลายชีวิตของมะ ก็ถูกวางยาเบื่อตายทิ้งซากสังเวชไว้ในป่ายาง

13 กุมภาพันธ์ 2561 อาสาประชาชนชาวตรัง พามะเข้าแจ้งความเรื่องราวต่างกรรมต่างวาระครั้งเก่า เพื่อมอบหน้าที่ดำเนินการสืบสวนและสอบสวนต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากเจ้าหน้าที่ตำรวจปฎิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นธรรม ออกสืบสวนหาพยานหลักฐานแวดล้อมอย่างยุติธรรม ก็จะไม่ใช่เป็นเพียงแค่คดีของอ้วนซึ่งประกอบด้วยข้อกล่าวหาหลายข้อ ได้แก่ ทารุณกรรมสัตว์อันเป็นอาญาแผ่นดิน พ.ร.บ.อาวุธปืน บุกรุกและทำให้เสียทรัพย์อาญา การกระทำผิดต่างกรรมต่างวาระครั้งเก่า ก็ต้องเอามารวมด้วย

มาดูกันครับว่าคดีทารุณกรรมสัตว์โหดเหี้ยมต่อเนื่องหลายกรรมหลายวาระ จะได้รับการดำเนินการอย่างเอาใจใส่แค่ไหน ขอบคุณพล.ต.ต. สมพงษ์ ทองใบ ผบก.ภ.จว.ตรัง พ.ต.อ.ทรงเกียรติ ทองสง ผกก.สภ.ปะเหลียน พ.ต.ท.ชุมพล ด้วงคง สว.สอบสวน สภ.ปะเหลียน ประชาชนผู้ร้องเรียนเหตุทารุณกรรม อาสาประชาชนจังหวัดตรัง มูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย”

จากโพสต์ดังกล่าว ทำให้เป็นเรื่องสะเทือนขวัญจนชาวโซเชียลต่างร่วมกันแชร์และร่วมกันคอมเมนต์ประณามขอให้จับตัวคนร้ายมาลงโทษอย่างเร่งด่วน ล่าสุดทางผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามไปยัง พ.ต.ท.ชุมพล ด้วงคง สว.สอบสวน สภ.ปะเหลียน ถึงความคืบหน้าของคดี (ทางโทรศัพท์) ซึ่งเหตุเกิดที่บริเวณ ม.3 ต.ลิพัง อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ตอนนี้ในทางคดี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งเฉย และได้เรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนผู้ต้องหาจะเป็นใครนั้น ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังรอผลตรวจสอบจากอาวุธปืนก่อน

ขอบคุณภาพจาก เพจ WATCHDOG THAILAND

เฝ้าระวัง 4 โรคเสี่ยง หลังพบค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน

เฝ้าระวัง 4 โรคเสี่ยง หลังพบค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน แนะ 5 มาตรการ “หลีก ปิด ใช้ เลี่ยง ลด” ป้องกันฝุ่น

ศาสตราจารย์คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันแถลงข่าวเรื่องมาตรการป้องกันมลพิษและการดูแลสุขภาพของประชาชนในช่วง ฝุ่นละอองขนาดเล็กที่กำลังมีปัญหาอยู่ในขณะนี้ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า จากรายงานของกรมควบคุมมลพิษที่ตรวจพบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน ในอากาศกรุงเทพฯและปริมณฑลมีค่าเกินมาตรฐาน กระทรวงสาธารณสุขได้สั่งเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ฝุ่นละออง

รวมถึงเฝ้าระวังประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบฝุ่นละออง จนอาจเกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งขณะนี้จากการตรวจสอบยังไม่พบผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจที่มีอาการรุนแรงหรือผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อนหรือการเสียชีวิตขณะที่โรคไข้หวัด ใหญ่มีแนวโน้มลดลงส่วนโรคปอดอักเสบมีแนวโน้มคงที่

ทางด้านของนายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กรมควบคุมมลพิษได้มีการติดตามตรวจสอบเฝ้าระวังสถานการณ์ของค่าฝุ่นละอองพร้อมทั้งแจ้งเตือน และแจ้งข้อแนะนำในการป้องกันผลกระทบจากฝุ่นละอองผ่านเว็บไซต์ของกรมควบคุมมลพิษและสื่อออนไลน์ต่างๆ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าสาเหตุหลักมาจากยานพาหนะ พร้อมกันนี้ยังได้ขอความร่วมมือ กับประชาชนในการงดเผา และมาตรการบังคับใช้กฎหมายในการตั้งจุดตรวจจับรถควันดำ

ส่วนนางสุวรรณา จุ่งรุ่งเรือง รองปลัดกรุงเทพมหานคร ระบุว่า การลดฝุ่นในพื้นที่ก่อสร้างในปี 2560 มีกว่า 100 โครงการที่ขออนุญาต ก่อสร้างอาคาร ซึ่งทางโยธาเขตได้ออกตรวจพื้นที่มากขึ้นเพื่อแนะนำและกำชับให้ทำความสะอาดพื้นที่ก่อสร้าง ไม่ให้เกิดฝุ่นฟุ้งกระจาย และห้ามก่อสร้างในช่วงกลางคืนเพราะจะทำให้ฝุ่นตกค้างสะสมมารวมกับฝุ่นจากการจราจรในช่วงเช้า

ขณะที่ นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ได้เสนอ 5 มาตรการ “หลีก ปิด ใช้ เลี่ยง ลด” ในการดูแลสุขภาพของประชาชน หลีกเลี่ยงการสัมผัสฝุ่นละออง ไดัแก่ ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิดป้องกันฝุ่น, ใช้หน้ากากป้องกันฝุ่น, เลี่ยงการออกกำลังกาย ทำงานกลางแจ้งเป็นเวลานาน และลดการใช้รถยนต์ รวมถึงการเผาขยะ พร้อมกันนี้ได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดเฝ้าระวังเสี่ยงโรคสำคัญ ได้แก่ โรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจ หลอดเลือดโรคเยื่อบุตาอักเสบ และโรคผิวหนัง ที่อาจเกิดจากฝุ่นละอองขนาดเล็กด้วย