เอาจริง! เตรียมคุมเข้ม ‘กล้วยทอด’ สีแยก จับ-ปรับ คนซื้อ – ขาย

เอาจริง! เตรียมคุมเข้ม ‘กล้วยทอด’ สีแยก จับ-ปรับ ทั้งคนซื้อ คนขาย ทำภาพลักษณ์ของประเทศไทยเสียหาย

วันนี้ (14 ก.พ. 61) มีรายงานว่า นายไพฑูรย์ ขัมภรัตน์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ได้เสนอญัตติให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) จัดระเบียบและกำหนดมาตรการไม่ให้บุคคลนำสินค้ามาขายบนถนนสาธารณะ เนื่องจากบริเวณถนนหลานหลวง ถนนนางเลิ้ง ถนนราชดำเนิน และถนนบริเวณโดยรอบ ซึ่งเป็นถนนสายสำคัญ มีบุคคลนำกล้วยทอด มันทอด ไปเร่ขายบนถนน และปัจจุบันเริ่มขยายพื้นที่เป็นวงกว้างไปยังบริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ แยกแม้นศรี และสะพานพระราม 8 ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายผิดพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) รักษาความสะอาดเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 เกิดผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้เส้นทางสัญจร และเกิดความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย

อีกทั้งบริเวณดังกล่าว เป็นพื้นที่โดยรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศจำนวนมากไปเที่ยวชมสถานที่สำคัญ อาทิ พระบรมมหาราชวัง วัดศรีรัตนศาสดาราม โบราณสถานสำคัญ ฯลฯ ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเสียหายจากการไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ดังนั้นจึงขอให้ กทม.เร่งจัดระเบียบ สำหรับ แนวทางแก้ไขคือ

1. กทม.ต้องจัดระเบียบผู้ค้ากล้วยทอด มันทอดให้ขายในพื้นที่เหมาะสม ซึ่งเห็นควรให้สนับสนุนเพราะเป็นอาชีพของคนไทยมาแต่อดีต

2. บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด หากพบมีการฝ่าฝืนปรับผู้ซื้อไม่เกิน 2,000 บาท และผู้ขายไม่เกิน 5,000 บาท

3. ให้ติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) โดยรอบบริเวณ เพื่อเก็บบันทึกภาพและดำเนินการตามกฎหมาย และ

4. ประกาศให้บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ควบคุมการจราจร หรือประกาศอื่นใดที่เกี่ยวข้อง” นายไพฑูรย์ กล่าวและว่า หากดำเนินการตามข้อเสนอข้างต้นเชื่อว่าจะช่วยแก้ปัญหาได้

ด้าน พล.ท.โชติพล จันทร์อยู่ ส.ก. กล่าวว่า กทม.เคยมีการควบคุมเรื่องดังกล่าว แต่ขาดความต่อเนื่อง ไม่มีการติดตามผลและไม่มีมาตรการเข้มข้น จึงเสนอให้ตั้งโต๊ะศูนย์บัญชาการบริเวณที่เกิดปัญหา เพื่อตรวจตรากลุ่มผู้ค้าและขอให้มีการบันทึกข้อมูลของผู้เร่ขายด้วย

ขณะที่ นายอัครวัฒน์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ส.ก. กล่าวว่า สาเหตุที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เพราะผู้ค้ารู้จักกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เช่น ถนนราชดำเนิน มีการแบ่งกล้วยทอดให้เจ้าหน้าที่ เพื่อขอให้ขายในพื้นที่และให้ปล่อยไฟสัญญาณจราจรเอื้อต่อการเร่ขาย

อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.ชินทัต มีศุข รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า จะเร่งประสานของรายละเอียดปัญหาในแต่ละพื้นที่จากสำนักเทศกิจ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เทศกิจประสานไปยังตำรวจ สน.ท้องที่ ดำเนินการเข้มงวดกับการบังคับใช้กฎหมายต่อไป

ปอท. นัด ‘สายป่าน’ ส่งฟ้องอัยการคดีโพสต์ของลับแฟนหนุ่ม พรุ่งนี้

เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอท. นัด ‘สายป่าน’ ส่งฟ้อง อัยการ คดีโพสต์ของลับแฟนหนุ่ม พรุ่งนี้

ร.ต.อ.ปัสสิทธิ์ ศรีสุโพธิ์ รอง สว.(สอบสวน) กก.2 บก.ปอท. เปิดเผยว่า ตามที่ได้นัดหมายกับ น.ส.อภิญญา หรือ สายป่าน ไปพบพนักงานอัยการในวันที่ 15 ก .พ. 61 นั้น วันนี้ได้ติดต่อประสานกับทางผู้จัดการของสายป่านแล้ว ยืนยันว่าพรุ่งนี้จะไปตามนัด ในเวลา 10.30 น. โดยจะไปพบกันที่สำนักงานอัยการ ถ.รัชดาฯ เพื่อส่งฟ้อง ในความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ม.14(4) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนเข้าถึงได้

หลังจากนั้นก็เป็นหน้าที่ของพนักงานอัยการจะรับตัวผู้ต้องหาไว้ ส่วนจะต้องประกันตัวหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของอัยการ แต่ก็ได้แนะนำให้เตรียมหลักทรัพย์ไปด้วย สำหรับความผิด พ.ร.บ.คอมพ์ฯ ต้องใช้หลักทรัพย์แต่ละคดีไม่ต่ำกว่าแสนบาท ส่วนจะมีความเห็นสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องก็แล้วแต่อัยการจะพิจารณาต่อไป

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวจาก บก.ปอท. ระบุว่า ตัวสายป่านให้การรับสารภาพว่าเป็นคนถ่ายสตอรี่อินสตาแกรม ภาพของวุฒิ แฟนหนุ่ม เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ที่ผ่านมา จริง แต่ไม่เห็นว่ามีอวัยวะเพศติดเข้าไปด้วย เพราะขณะยกกล้องมือถือถ่ายอยู่นั้นนิ้วมือตัวเองปิดบังอยู่ จึงไม่สังเกตุเห็น จนคลิป สตอรี่ดังกล่าวขึ้นไปในระบบ แล้วในกลุ่มร่วมทั้งวุฒิแฟนหนุ่มเห็นได้แจ้งมาให้ทราบจึงได้รีบลบออก แต่มีคนเห็นและเซฟเอาไปเผยแพร่ต่อ จนกระจายทั่วไปหมด

ธรรมดาโลกไม่จำ! หนุ่มแหวกแนวให้ ‘พวงมาลัย’ แฟน แทนดอกกุหลาบ วันวาเลนไทน์

ธรรมดาโลกไม่จำ! นักเรียนหนุ่ม แหวกแนวให้พวงมาลัยแฟนแทนดอกกุหลาบ สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ วันวาเลนไทน์

14 กุมภาพันธ์ วันวาเลนไทน์ หลายๆ คู่ต่างมีของแทนใจกันมากมาย แต่ที่ฮิตสุดคงหนีไม่พ้นดอกกุหลาบ ซึ่งต้องยอมรับว่ามันเก่าไปแล้ว นี่มันยุคไทยแลนด์ 4.0 ต้องมีอะไรแตกต่าง ยกตัวอย่าง คลิปที่กำลังเป็นที่พูดถึงอยู่ในโลกออนไลน์ขณะนี้ หลังผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก Pliaw Watchara นักเรียนหนุ่มที่ตั้งใจมอบความรักให้กับแฟนสาวด้วยการซื้อพวงมาลัยให้

งานนี้ทำเอาชาวเน็ตที่ได้ชมคลิป ต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย โดยส่วนใหญ่ต่างหัวเราะให้กับความช่างคิดของนักเรียนหนุ่มรายนี้ และมองว่า เป็นการสร้างรอยยิ้มให้พูดพบเห็น