ตำรวจสอบ ‘ครูปรีชา-เจ๊บ้าบิ่น’ ยังให้การปฏิเสธ-จ่อรื้อคดีสลากกินแบ่ง

ตำรวจสอบ “ครูปรีชา-เจ๊บ้าบิ่น” ยังให้การปฏิเสธ – ผบก.ป. เตรียมรื้อคดีสลากกินแบ่ง ย้ำ แก๊งตกหวยต้องไม่มีอีก

พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. ได้ลงมาจากอาคารกองบังคับการกองปราบปราม ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนที่จะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่มาดักรอการทำข่าว คดีหวย 30 ล้านบาท ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำ ครูปรีชา และเจ๊บ้าบิ่น เพื่อประกอบสำนวน การสอบสวน โดยเบื้องต้นหลังจากที่ทั้งสองได้เดินทางมาที่กองปราบปราม และได้พูดคุยซักถามในเบื้องต้น ทั้งสองยังคงให้การปฏิเสธ ซึ่งในส่วนนี้เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา

ในส่วนเรื่องของการยื่นประกันตัวนั้นเท่าที่ทราบขณะนี้ทั้งสองยังไม่ได้มีการยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งหากจะยื่นประกันตัวในชั้นสอบสวนจริงตนก็ไม่ได้มีอำนาจในการอนุมัติการให้ประกัน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ทำงานในรูปแบบองศ์คณะ ซึ่งจะต้องมีการหารือในรูปแบบของคณะทำงานว่าจะมีความเห็นอย่างไร อีกทั้งต้องดูว่าทางทีมทนายความของทั้งสองได้ทำเรื่องขอประกันตัวหรือไม่ ซึ่งขั้นตอนขณะนี้ต้องคุมตัวชั่วคราวอยู่ที่กองปราบปรามเพื่อที่จะนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญารัชดาในวันศุกร์นี้

ผบก.ป. กล่าวอีกว่า ในส่วนของสำนวนทางตำรวจมั่นใจว่าพยานหลักฐานที่มีอยู่ขณะนี้สมบูรณ์ แต่ต้องขอระยะเวลาในการทำสำนวนให้รัดกุมเพื่อส่งฟ้องต่ออัยการ เนื่องจากเพิ่งได้ตัวผู้ต้องหา ทั้งนี้ได้ชี้แจงทั้งสองรายว่าหากมีพยานอะไรเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นพยานบุคคล พยานเอกสาร หรือคลิปเสียงใดๆ ก็สามารถนำมามอบให้พนักงานสอบสวนเพิ่มเติมได้ เพื่อที่จะนำมาประกอบสำนวน อย่างไรก็ตาม ทางผบช.ก.ได้สั่งการให้กองปราบปรามเตรียมรื้อคดีเกี่ยวกับสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่สร้างความเสียหายในหลายพื้นที่ ซึ่งคดีลักษณะประเภทนี้ ถ้าภาษาชาวบ้านก็คือแก๊งตกหวย จากนี้ไปต้องไม่มีอีก

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังสัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามว่าหายโกรธและหายเว้นวรรค ดีกับสื่อมวลชนหรือยัง ซึ่งทาง พล.ต.ต.ไมตรี กล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า ทำไมต้องดี ยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่เคยโกรธผู้สื่อข่าวแต่อย่างใด พร้อมระบุว่าในวันพรุ่งนี้ หากมีข้อมูลอะไรให้สอบถาม พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี และ พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบก.ป.

ฟ้าทีม ‘ครูปรีชา’ ร่ำไห้ ผิดหวังผลแถลง ลั่นมีคลิปเด็ด แต่รอเปิดชั้นศาล

ฟ้าทีม ‘ครูปรีชา’ ร่ำไห้ ผิดหวังผลแถลงคดีหวย 30 ล้าน ลั่นมีคลิปเด็ด ไม่ให้ตำรวจดู แต่รอเปิดชั้นศาล 

จากกรณีที่ศาลอนุมัติออกหมายจับนายปรีชา ใคร่ครวญ ครู และนางรัตนาภรณ์ สุภาทิพย์ หรือเจ๊บ้าบิ่น ผู้ต้องหาในคดีสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 มูลค่า 30 ล้านบาท ขณะนี้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามกำลังนำตัวทั้ง 2 คน มาสอบปากคำที่กองปราบปรามต่อ ทางด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. แถลงสรุปคดีหวย 30 ล้านแล้วนั้น

วันนี้(28 ก.พ.) น.ส.กนกพรรณ หมวกไสว หรือฟ้า เพื่อนสนิทครูปรีชา ใคร่ครวญ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีแจ้งความเท็จกรณีหวย 30 ล้าน ได้เดินทางมาที่กองปราบฯ พร้อมเปิดใจกับสื่อทั้งน้ำตานองหน้าว่า เดินทางมาเพื่อรอให้กำลังใจ นายปรีชาและนางรัตนาภรณ์ ซึ่งรู้สึกผิดหวังกับการทำงานของตำรวจสอบสวนกลางเป็นอย่างมาก แต่ยังเชื่อว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นของนายปรีชาอยู่ แม้จะมีการออกหมายจับก็ตาม

โดยหลังจากนี้นายปรีชา และนางรัตนาภรณ์ จะต่อสู้คดีในชั้นศาลตามกระบวนการ ยืนยันตนเองมีคลิปเป็นหลักฐานสำคัญที่ชี้ชัดว่า สลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นของนายปรีชาจริง แต่จะไม่เปิดให้สื่อมวลชนและตำรวจดู เพราะไม่มีประโยชน์ และอาจจะถูกนำมาหักล้างได้

สุดรันทด! 2 ตายายอ่างทอง เผาถ่านเลี้ยงหลานพิการ-ลูกฟั่นเฟือน

สุดรันทด! 2 ตายายวัย 80 ปี ที่ จ.อ่างทอง ดิ้นรนเผาถ่านหาเลี้ยงหลานพิการลูกชายสติฟั่นเฟือนเพื่อประทังชีวิต

วันนี้(28 ก.พ.) ที่ จ.อ่างทอง พบชีวิตสุดรันทดสองตายายวัย 80 ปี ที่ต่อสู้ชีวิตหาเลี้ยงชีพด้วยการนำไม้มาเผาถ่านขาย หาเงินเลี้ยงหลานชายที่พิการและลูกชายที่มีสติฟั่นเฟือน ทั้งครอบครัวมีรายได้จากผู้พิการและคนชรา เป็นเงินเพียงเดือนละ 2,300 บาท แต่ต้องนำไปส่งดอกเบื้ยเงินที่กู้ยืมมาประมาณ 90,000 บาท ส่วนอาหารการกินนั้นได้อาศัยทางเทศบาลส่งปิ่นโตข้าวเลี้ยงประทังชีวิต 1 มื้อ โดยครอบครัวดังกล่าว อาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 27 หมู่ 1 ตำบลศาลาแดง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง มีนายกล่ำ มีสุข อายุ 82 ปี สามี นางละออ มีสุข อายุ 75 ปี ภรรยา นายวินัย มีสุข อายุ 58 ปี ลูกชายที่สติฟั่นเฟือน และนายเฉลิมชัย อุระเพ็ญ อายุ 27 ปี หลานชาย พิการทางสติปัญญาไม่สมประกอบตั้งแต่เกิด

ด้าน นางละออ เปิดเผยว่าที่ผ่านมานั้น ลูกชายตนเองมีอาชีพเป็นพระเอกลิเก มีลูกชาย ชื่อ นายเฉลิมชัย ส่วนเมียของนายวินัยพอคลอดลูกชายก็ได้เสียชีวิตไป ต่อมานายวินัยได้หลงแสงสีเมื่อมีเงินทองมากขึ้นได้เดินผิดทางติดยาเสพติด กระทั่งสติฟั่นเฟือน ต้องจำนองบ้านนำไปขายเพื่อเป็นค่ายารักษาจนเงินหมดเนื้อหมดตัว นายวินัย ลูกชายกลับอาการหนักขึ้น ทำให้เป็นหนี้เป็นสินถึง 90,000 บาท ต้องส่งดอกเบี้ยทุกเดือน ใช้เงินคนชรากับเงินคนพิการส่งดอกเบี้ยจึงไม่พอใช้จ่ายเลี้ยงดูครอบครัวทั้ง 4 ชีวิตได้ ส่วนการทำมาหากินต้องนำไม้มาเผาถ่านนำเงินมาเป็นค่าน้ำค่าไฟและอาหารประทังชีวิต

ทั้งนี้ หากผู้มีจิตเมตตาต้องการช่วยเหลือ สามารถช่วยได้ที่หมายเลขบัญชีธนาคาร 020090330094 ชื่อบัญชี นายกล่ำ มีสุข ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ สาขาอ่างทอง บัญชีออมทรัพย์