ที่แท้คลิปเก่า! ฝุ่นละอองลอยฟุ้งที่สวนลุม

เผยแล้วคลิปทดสอบฝุ่นละอองที่สวนลุมพินี หลังปรากฏเป็นแสงลอยฟุ้งน่ากลัว ที่แท้คลิปเก่าปี 2560 ด้าน กรมควบคุมมลพิษ  ยังสั่งเฝ้าระวังใกล้ชิด 

จากกรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังปรากฏคลิปฉายสปอร์ตไลท์ทดสอบฝุ่นละอองที่สวนลุมพินี ก่อนที่เพจ Drama-addict ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปรากฏการณ์เกิดขึ้นคือปรากฏการณ์ทินดอลล์ หรือการกระเจิงของแสงทำให้เราเห็นเป็นลำแสง ซึ่งที่เห็นเป็นลำแสงคือฝุ่นควันที่ฟุ้งกระจายในอากาศที่คนกรุงเทพฯ กำลังหายใจเข้าไปในปอด จนสร้างความตระหนกตกใจให้ผู้ที่พบเห็นคลิปดังกล่าวนั้น

วันนี้ (13 ก.พ. 2561 ) สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบ @feelthai ได้ออกมาเปิดเผยพร้อมอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า จากการตรวจสอบคลิปวิดีโอดังกล่าว พบว่า เป็นคลิปเก่า ซึ่งเป็นการถ่ายและลงไว้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2560 ทั้งนี้แม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว

ฝุ่นละออง

แต่กระนั้นทางกรมมลพิษก็ยังแจ้งเตือนประชาชนให้ระวังและติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองอย่างใกล้ชิด เพราะขณะนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะทุเลาลง โดยได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก กรมควบคุมมลพิษ โดยระบุว่า กรมควบคุมมลพิษ ขอรายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองPM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประจำวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 ณ เวลา 8.00 น. ดังนี้

1. ปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ตรวจวัดได้ระหว่าง 48-64 มคก./ลบ.ม. เกินเกณฑ์มาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) 4 สถานี ที่บริเวณริมถนนพระราม 4 ริมถนนอินทรพิทักษ์ ริมถนนลาดพร้าว และเขตวังทองหลาง ปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกพื้นที่

2. กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์สภาพอากาศในพื้นที่ กทม. อากาศเย็นกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 20-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียสมีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ความชื้น 80% ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ฝุ่นละอองในบรรยากาศเพิ่มขึ้น

3. ประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง (ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ และผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด) ที่อยู่อาศัย หรือต้องเข้าในพื้นที่ที่ฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน หากจำเป็นต้องออกจากอาคาร ควรใส่หน้ากากอนามัย และหากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์

ทั้งนี้กรมควบคุมมลพิษยังคงขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการกำกับดูแลกิจกรรมต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดฝุ่นละอองในพื้นที่ เช่น การใช้ยานพาหนะ การเผา และโดยเฉพาะการก่อสร้าง ให้มีมาตรการป้องกันการฟุ้งกระจายของฝุ่นละออง รวมทั้งรถบรรทุกขนส่งวัสดุก่อสร้างให้มีการปิดคลุมให้มิดชิด เพื่อที่จะช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองลงได้

นวลนางในบานกระจก เปิดชีวิตรันทด ‘โสเภณี’ ซ่องเมืองศิวิไลซ์

เมื่อพูดถึงเมืองอัมสเตอร์ดัม เมืองหลวงของประเทศเนเธอร์แลนด์ แม้จะเป็นเมืองเล็ก แต่เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในระดับโลก ทั้งยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยยูเนสโก้

ท่ามกลางความเจริญก้าวหน้า และงานศิลปะที่เป็นไฮไลท์สร้างชื่อเสียงให้เมืองนี้ดังไปทั่วโลก เปรียบได้ว่า เมืองนี้เป็นเมืองสวรรค์ของคนรักการท่องเที่ยวท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่สวยงามก็ว่าได้

กระนั้นเองอีกมุมหนึ่งซึ่งเป็นด้านมืดของเมืองนี้ ที่หลายคนไม่คาดคิดว่า เมืองที่เต็มไปด้วยภาพลักษณ์ที่สวยงาม จะมีมุมเลวร้าย เป็นด้านมืดที่ใครหลายคนไม่คาดคิด

แสงสีแดงสาดส่งไปทั่วทั้งพื้นที่ ในถนนที่เต็มไปด้วยธุรกิจค้าน้ำกาม อดีตหญิงที่ตกเป็นเหยื่อในวงการค้าบริการในย่าน Red light District  หรือที่ชาวไทยมักเรียกว่า ‘หมู่บ้านโคมแดง’ เมืองอัมสเตอร์ดัม ที่โด่งดังจากรูปแบบการค้าประเวณี ผ่านมุมมองสตรีในชุดวาบหวิวด้านในบานกระจกหน้าต่าง ที่ยืนโยกย้ายไปมาอวดโฉมยั่วยวนแขกผู้ชายที่ผ่านไปผ่านมาในย่านนี้ ที่พวกเธอสามารถเปิดกระจกออกมาคุยกับลูกค้า และหากตกลงราคากันได้ ก็สามารถเดินเข้าไปปฏิบัติกิจหลังม่านด้านในด้านทันที

แม้เบื้องหน้าจะดูสวยงาม ชวนมองสำหรับลูกค้าผู้ชายมากหน้าหลายตาที่แวะเวียนเข้ามา แต่ใครจะรู้ว่า เบื้องหลังของผู้ค้าบริการทางเพศในย่านนี้จะโหดร้ายเพียงใด

แองเจลิกา วัยรุ่นชาวโรมาเนียวัยเพียง 22 ปี เผยเรื่องราวในระยะเวลา 5 ปี หลังจากที่เธอทิ้งชีวิตตัวเอง เดินทางมายังกรุงลอนดอน ขณะที่มีอายุได้เพียง 17 ปี ตามคำแนะนำของแฟนหนุ่ม ที่หลอกล่อให้เธอทิ้งบ้านเกิดมาเพื่อเป็นนักออกแบบทรงผม แต่เมื่อถึงที่หมาย เธอกลับถูกหักหลังและส่งตัวไปขายให้นายหน้าค้าเซ็กส์ในย่านที่เรียกกันว่า ใน Red light District ในอัมสเตอร์ดัม

แองเจลิกา เล่าถึงชีวิตในซ่องโสเภณีแห่งนี้ว่า เธอเป็นหนี้ 27,000 ปอนด์ หรือราว 1,100,000 บาท เนื่องจากนายหน้าจ่ายเงินปิดปากครอบครัวของเธอเพื่อปิดปาก ไม่ให้เผยแพร่ข่าวคราวที่เธอหายตัวไป ทั้งยังบอกว่าแองเจลิกายินยอมค้าประเวณีด้วยความเต็มใจ เธอถูกบังคับให้รับลูกค้าไม่หยุด และต้องทำแท้งหลังจากรู้ว่าตั้งครรภ์ ทั้งยังป่วยเป็นกามโรค นอกจากความเลวร้ายในการเป็นทาสขบวนการค้ากามแล้ว เหยื่อบางคนยังถูกนำพาไปสู่การเสพยาเสพติด อีกด้วย

นอกจากนี้เธอยังต้องจ่ายเงินถึง 350 ปอนด์ หรือวันละ 15,000 บาทให้ชายที่ทำหน้าที่ดูแลเธอ และได้รับเงินเพียงวันละ 9 ปอนด์ หรือราว 400 บาทเป็นค่าอาหาร ส่วนค่าตัวเธอนั้นจะอยู่ที่ 35 ปอนด์ หรือ 1,500 ต่อครั้ง แต่ถ้าเธอยินยอมจะขายบริการโดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย จะได้รับค่าตัวเพิ่มขึ้นเป็น 90 ปอนด์ หรือราว 4,000 บาททันที

นอกจากนี้ หากเธอปฏิเสธลูกค้า ขายที่ทำหน้าที่ดูแลเธอ จะข่มเหงด้วยการข่มขืนเธอ และอาจถูกกรีดใบหน้าด้วยมีด

เมื่อชีวิตตกต่ำถึงขีดสุด เธอถูกกระทำอย่างไร้มนุษยธรรมราวกับไม่ใช่คน จึงรวบรวมความกล้าที่จะแจ้งความกับพนักงานของหน่วยงานสนับสนุน ว่าเธออยากจะหลบหนี เธอเผยความลับทุกอย่างจนเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำตัวเธอไปซ่อนตัวเพื่อความปลอดภัย โดยขณะนี้แองเจลิกา เดินทางกลับมายังโรมาเนียและกลับไปหาครอบครัวของตัวเอง

จากเสียงร่ำลือที่ระบุว่า ในทุกซอกซอยในย่าน Red light District แห่งนี้จะเต็มไปด้วยขาใหญ่เป็นชายร่างใหญ่ ผิวสีที่ยืนคุมอยู่ นักท่องเที่ยวจะไม่สามารถหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายภาพได้ เพราะหากลักลอบเก็บภาพเมื่อใด อาจถูกขาใหญ่เข้ามาประกบตัวได้ นอกจากธุรกิจขายบริการในรูปแบบทั่ว ๆไป ยังมีร้าน Sex shop และ Sex museum ซึ่งเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

นับได้ว่า วงจรค้าบริการทางเพศในย่านดังกล่าวเกิดขึ้นมาเป็นเวลานาน ซึ่งรายงานจาก ‘เดอะ ซัน’ เปิดเผยว่า ในย่านนี้มีเครือข่าย-ขบวนการในการหลบหลีกความผิดและการกวาดล้างผ่านกระบวนการทางกฎหมาย แต่เนื่องด้วยกระแสสังคม ที่ออกมาต่อต้านกระบวนการค้ามนุษย์ ทั้งการล่อลวงหญิงสาวจากยุโรปตะวันออกโดยนักต้มตุ๋นที่ทำกันเป็นเรื่องเป็นราว รวมถึงการใช้ความรุนแรงต่อเหยื่อค้ามนุษย์ที่ไม่ปฏิบัติตามความต้องการของกลุ่มนายหน้าเหล่านี้

อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้มีการเสนอกฎหมายฉบับใหม่ ที่กำหนดบทลงโทษทางวินัย เป็นโทษจำคุก 4 ปี ที่ใช้กับผู้ที่ฝ่าฝืนมีเซ็กส์กับโสเภณีที่พวกเขารู้จักหรือสงสัยว่าอยู่ในวงจรค้ามนุษย์

เรียบเรียงเนื้อหาโดยสำนักข่าว MThai

รัฐมนตรีศึกษาธิการ ขอโทษประวิตรแล้ว หลังวิจารณ์เรื่องนาฬิกา

“นพ.ธีระเกียรติ” แถลงยอมรับเป็นเสียงตนเองวิจารณ์ “พล.อ.ประวิตร” ขอโทษนายกฯ ที่เสียมารยาท ยังไม่มีการยื่นลาออก มั่นใจไร้ปัญหาการทำงาน

นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แถลงข่าวภายหลังเข้าพบนายกรัฐมนตรีเพื่อหารือถึงประเด็นคลิปเสียงตนเองวิพากษ์วิจารณ์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยยอมรับว่าคลิปเสียงดังกล่าวเป็นเรื่องจริง ซึ่งเป็นช่วงที่นักข่าวมาขอสัมภาษณ์ความคิดเห็นส่วนตัว และวันนี้ได้ขอโทษนายกรัฐมนตรีที่เสียมารยาท และยืนยันว่าตนเองยังคงมั่นใจในตัวของนายกรัฐมนตรี

พร้อมทั้งไม่มีการยื่นหนังสือลาออก เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวข้องความมั่นคงของรัฐบาลจะทำอะไรต้องหารือกับนายกรัฐมนตรีก่อน ขณะที่ พล.อ.ประวิตรได้พยักหน้ารับแต่ไม่ได้พูดอะไร

ส่วนเรื่องนี้จากกระทบต่อการทำงานระหว่างตนเองกับ พล.อ.ประวิตร หรือไม่นั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่า เมื่อสักครู่เจอกันก็ยังมองหน้ากันได้ไม่มีปัญหาอะไร แต่จะเป็นบทเรียนให้รู้ว่าแม้จะเป็นความคิดเห็นส่วนตัว แต่เมื่ออยู่ในฐานะคณะรัฐมนตรีก็ถือว่าเสียมารยาท