ประจินยืนยัน! มีการเลือกตั้งแน่นอน รอความพร้อมของกฎหมาย

รองหัวหน้า คสช. ยืนยันมีการเลือกตั้งแน่นอน รอความพร้อมของกฎหมาย ย้ำรัฐบาล ไม่ได้จำกัดสิทธิในการแสดงความเห็น

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะรองหัวหน้า คสช. กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย เรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง ว่า เรื่องการเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการเห็น แต่ขึ้นอยู่ที่ความพร้อมของกฎหมายลูกต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งทยอยออกมาบังคับใช้ ถ้าพร้อมทั้งหมดก็ต้องเดินหน้าตามกระบวนการแน่นอน

ทั้งนี้ รัฐบาลไม่ได้จำกัดสิทธิในการแสดงความเห็นเรื่องนี้ แต่มีหลายประเด็นที่ทุกคนต้องคำนึงไม่ให้การกระทำสิ่งหนึ่งไปละเมิดอีกสิ่งหนึ่ง ต้องแยกให้ดีระหว่างประชาธิปไตย การเลือกตั้งและการละเมิดสิทธิ เพราะบางส่วนมีความคาบเกี่ยวกัน อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ารัฐบาลอยากให้บ้านเมืองสงบอยู่แล้ว

กลุ่มคัดค้านโรงไฟฟ้าฯอดอาหาร จนกว่ารัฐบาลจะยกเลิกโครงการฯ

กลุ่มคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่-เทพา ประกาศอารยะขัดขืนขั้นสูงสุด หน้าที่ทำการ UN อดอาหาร จนกว่ารัฐบาลจะยกเลิกโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน

วันนี้(12 ก.พ.) เวลา 11.00 น. ที่องค์การสหประชาชาติ หรือ UN ประจำประเทศไทย ตัวแทนชาวบ้านจากจังหวัดกระบี่และอำเภอเทพา จังหวัดสงขลา โดยเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา และเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน กว่า 70 คน เดินทางมาจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ และได้มีการอ่านแถลงการณ์ อารยะขัดขืนขั้นสูงสุด เพื่อให้ยกเลิกโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่-เทพา ทั้งเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จากตัวแทนชาวกระบี่และชาวอำเภอเทพา จังหวัดสงขลา เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลไทยประกาศยกเลิกการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่และที่อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา และยกเลิกการดำเนินคดีกับชาวบ้าน 17 คน ที่เดินเท้าเข้าพบนายกรัฐมนตรี ระหว่างประชุม ครม.สัญจรที่ภาคใต้เมื่อปลายปีที่แล้ว

นายประสิทธิชัย หนูนวล ตัวแทนกลุ่มปกป้องอันดามันจากถ่านหิน กล่าวว่า เครือข่ายพยายามสื่อสารและแสดงเจตนารมณ์ว่าไม่ต้องการโรงไฟฟ้าถ่านหิน ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา แต่รัฐบาลเพียงแค่ชะลอโครงการออกไปเท่านั้น แต่ยังจะมีการดำเนินการก่อสร้างอยู่ในนโยบาย ชาวเครือข่ายจึงจำเป็นต้องประกาศอารยะขัดขืนขั้นสูงสุด โดยการอดอาหารทุกอย่าง ดื่มเพียงน้ำเปล่า และไม่ลุกจากที่นั่งนับแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยจะเริ่มมาตรการจาก 10 คน จนถึง 100 คน เพื่อให้สังคมไทยและนานาชาติได้รับรู้ปัญหา และยอมรับหากฝ่ายความมั่นคงหรือตำรวจจะดำเนินการกับเครือข่ายจากกิจกรรมครั้งนี้

ด้านนายมัธยม ชายเต็ม ผู้ประสานงานเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา กล่าวว่า เครือข่ายต่อสู้กับโรงไฟฟ้าถ่านหินมาอย่างยาวนาน และจะไม่ยอมจำนนต่อการทำลายล้างทรัพยากรธรรมชาติและชีวิตมนุษย์ที่มาจากการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ทำให้วิถีชีวิตชาวบ้าน อารยธรรม ทั้งชุมชน โรงเรียนสอนศาสนาหรือปอเนาะ สุสานหรือกุโบ และมัสยิดต้องถูกทำลาย ที่ผ่านมาได้เรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบและยกเลิกการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน แต่รัฐบาลกลับไม่สนใจเสียงของประชาชน ปล่อยให้เดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้า วันนี้ตน ชาวเทพาและชาวกระบี่เดือดร้อน สูญเสียที่อยู่อาศัย และอากาศบริสุทธิ์ ที่ทำมาหากิน จะนั่งอยู่หน้า UN จนกว่ารัฐบาลจะประกาศยกเลิกโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งสองแห่ง

อย่างไรก็ตาม บริเวณโดยรอบ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจนครบาล หรือ สน.นางเลิ้งกว่า 20 นายและตำรวจควบคุมฝูงชน หรือ คฝ.อีก 20 นายมาอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ดูแลความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย

กรมควบคุมฯ เผยเช้านี้พบค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน 2 พื้นที่ในกทม.

กรมควบคุมมลพิษ เผยค่าฝุ่นละอองในกรุงเทพมหานคร เกินเกณฑ์มาตรฐาน 2 พื้นที่ บริเวณริมถนนอินทรพิทักษ์ และริมถนนลาดพร้าว และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

วันนี้ ( 12 ก.พ. 61) กรมควบคุมมลพิษ เผยค่าฝุ่นละอองในกรุงเทพมหานคร เกินเกณฑ์มาตรฐาน 2 พื้นที่ บริเวณริมถนนอินทรพิทักษ์ และริมถนนลาดพร้าว และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น แจงอยู่ระหว่างปรับปรุงการคำนวณค่าดัชนีคุณภาพอากาศ พร้อมเร่งสื่อสารทำความเข้าใจต่อประชาชน

โดยกรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประจำวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 ณ เวลา 8:00 น. ปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ตรวจวัดได้ระหว่าง 46-59 มคก./ลบ.ม. เกินเกณฑ์มาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) 2 สถานี ที่บริเวณริมถนนอินทรพิทักษ์ และริมถนนลาดพร้าว ปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกพื้นที่ จากที่กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์สภาพอากาศในพื้นที่ กทม. มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ความชื้น 94%

ทั้งนี้หลังเกิดปัญหาค่าฝุ่นละออง PM2.5 เกินมาตรฐานในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชนกรุงเทพฯ ทางกรมฝนหลวงและการบินเกษตร จึงเริ่มสั่งการหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็ว เริ่มภารกิจสลายหมอกควันในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยให้พิจารณาแนวเส้นทางการบินในเขตปริมณฑลที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการจราจรทางอากาศ

ด้านนายสุรสีห์ เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ ( 9 -11 ก.พ.61) กรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ติดตามกรณีปัญหาค่าฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพฯ มีค่าเกินมาตรฐาน 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตรในหลายพื้นที่ โดยค่าปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ที่ตรวจวัดได้ระหว่าง 38-70 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตรตลอด 3 วันที่ผ่านมา จึงได้รายงานไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และได้รับการมอบหมายให้เร่งทำฝนเพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยได้สั่งการให้หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็ว ขึ้นบินปฏิบัติภารกิจทำฝนสลายหมอกควัน โดยใช้เครื่องบินแบบคาราวานจำนวน 2 ลำ เพื่อติดตามและเตรียมความพร้อมสำหรับการปฏิบัติการฝนหลวงบรรเทาปัญหามลพิษ

เนื่องจากหมอกควันปกคลุมในพื้นที่กรุงเทพฯ และภาคกลาง และได้ประสานการทำงาน 2 หน่วยปฏิบัติการ ทั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงภาคกลาง และหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออก โดยให้ความสำคัญของเขตเส้นทางการบินบริเวณเขตปริมณฑลที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการจราจรทางอากาศ และแนวพัดสอบของลมที่จะส่งผลให้เกิดการเบียดตัวเข้าหากันของลมใกล้พื้นโลก ทำให้อากาศบริเวณแนวเบียดตัวลอยขึ้น ซึ่งอาจมีโอกาสเกิดฝนตกมากขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตามกรมฝนหลวงฯ จะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน