ประวิตร รับรายงานคดีหวย 30 ล้าน เผย รู้แล้วใครเป็นเจ้าของ

ประวิตร รับรายงานคดี หวย 30 ล้าน ยืนยัน รู้แล้วใครเป็นเจ้าของแต่ไม่ขอตอบ ชี้ ให้รอตำรวจแถลงชี้แจงพรุ่งนี้

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึง คดีลอตเตอรี่ รางวัลที่ 1 มูลค่า 30 ล้านบาท ที่ในวันนี้พรุ่งนี้ (28 ก.พ.61) ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะแถลงความชัดเจน ว่าเป็นของ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ (หมวดจรูญ) หรือ ของนายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนเทพมงคลรังสี (ครูปรีชา) ว่า

ขณะนี้ตนเองได้รับทราบรายงานแล้ว และทราบคำตอบแล้วว่าใครเป็นเจ้าของลอตเตอรี่ดังกล่าว แต่ไม่สามารถที่จะเปิดเผยรายละเอียดได้ เพราะเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ ดังนั้นขอให้รอทางเจ้าหน้าที่เป็นผู้ชี้แจงเอง ทั้งนี้ ยืนยันว่า ไม่ว่าจะเป็นของใคร เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามหลักฐาน ทั้งนิติวิทยาศาสตร์และพยานบุคคล ที่ได้มีการนำมาเปรียบเทียบทั้งหมด

ครม. ไฟเขียว ‘หยุดยาว 5 วัน สงกรานต์’ ให้ 12 เม.ย. เป็นวันหยุดเพิ่ม

ครม. ไฟเขียวให้ 12 เม.ย. เป็นวันหยุดเพิ่มเติมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ส่งผลให้มีวันหยุดติดต่อกัน 5 วัน

ที่ ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติประกาศให้วันที่ 12 เม.ย. 2561 เป็นวันหยุดเพิ่มเติมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ ส่งผลให้มีวันหยุดติดต่อกัน 5 วัน ตั้งแต่ 12เม.ย.-16เม.ย.61 ส่วนราชการที่มีหน้าที่บริการประชาชน ก็ต้องบริหารจัดการไม่ให้เกิดผลกระทบในช่วงวันหยุดยาว และเตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยให้ประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวจำนวนมาก

Kick Off แผนแม่แจ่มโมเดลพลัส สู่การพัฒนายั่งยืน

Kick Off แผนแม่แจ่มโมเดลพลัส สู่การพัฒนายั่งยืน

อดีตพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม จำนวนกว่า 1.5 ล้านไร่ต้องเผชิญกับความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ การลดลงของพื้นที่ป่าต้นน้ำ จนกลายเป็นเขาหัวโล้น รวมทั้งปัญหาหมอกควันไฟป่าที่ในอดีต เป็นพื้นที่ลำดับต้นๆ ที่เกิดค่าจุดความร้อนมากที่สุดและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนกว่า 5 หมื่น 9 พันคน แต่วันนี้ชาวบ้านบางกลุ่มหันมาปลูกพืชผสมผสาน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

หลายปีที่ผ่านมา หลายภาคส่วนระดมความเห็นในการแก้ไขปัญหาพื้นที่อำเภอแม่แจ่มเพื่อให้หลุดพ้นจากปัญหาหมอกควันไฟป่า และการจัดการพื้นที่ป่า จึงมีการกำหนด ยุทธศาสตร์ “แม่แจ่มโมเดล” ที่เน้นการจัดการป่า ลักษณะการใช้ดิน จนทำให้พื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นพื้นที่ที่เกิดจุดความร้อนน้อยที่สุดในช่วง 60 วันอันตรายของจังหวัดเชียงใหม่เมื่อปี 2559  ดังนั้นจึงพูดได้ว่า แม่แจ่มโมเดล ประสบความสำเร็จ และยกระดับเป็น ‘แม่แจ่มโมเดลพลัส’

ในวันนี้จากแผนต่างๆ ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายภาคส่วนออกเห็นตรงกันว่าควรนำไปสู่การลงมือปฏิบัติอย่างแท้จริง โดยกำหนด 6 ยุทธศาสตร์หลัก เช่น แก้ไขปัญหาเรื่องสิทธิ ที่มีการออกนโยบายจัดทำแผนขอใช้ประโยชน์ตามมาตรา 19 หรือจะเป็นการแก้ไขปัญหาหนี้สิน

ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์จะปล่อยเงินกู้ให้เกษตรกรที่หันมาปลูกพืชแนวทางใหม่ สร้างป่า สร้างรายได้ และสามารถพักชำระหนี้สูงสุดนานถึง 7 ปี และที่ดินกว่า 1 พัน 7 ร้อยไร่ในตำบลบ้านทับ เป็นหนึ่งตัวอย่างความร่วมมือร่วมใจของชาวบ้าน ในการเข้าร่วมแผนพัฒนาแม่แจ่มโมเดลพลัส ตามแนวคิด สร้างป่า สร้างรายได้

โดยชาวบ้านปรับเปลี่ยนระบบการผลิตของตนเอง เลิกการปลูกพืชเชิงเดี่ยว โดยเฉพาะข้าวโพด หันมาปลูกพืชผสมผสาน อย่างไผ่ กาแฟ และพืชเศรษฐกิจ รวมทั้งมีการจัดการพื้นที่ให้เหมาะสม ตามศาสตร์พระราชา เช่น พื้นที่ป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง พื้นที่ทำแนวซับน้ำ เป็นต้น

ปัจจุบันมีชาวบ้านเข้าร่วมแผนพัฒนาดังกล่าว 22 ครัวเรือน ในพื้นที่ 65ไร่ จึงทำให้เนื้อที่และจำนวนเกษตรที่ปลูกข้าวโพดลดลงอย่างเห็นได้ชัดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันจำนวนพื้นที่ป่าเพิ่มเป็น 5,410.2ไร่ จากเดิม 5,324.1 ไร่   แน่นอนว่าสาเหตุที่ชาวบ้านร่วมใจเข้าร่วมแผนแม่แจ่มโมเดลพลัส ก็เพราะต้องการหลุดพ้นจากหนี้สิน

โดยจำนวนครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการมีหนี้สินมากถึงร้อยละ 47 ขณะที่รายรับมีเพียงร้อยละ 34  ดังนั้น การสร้างรายได้ที่นอกเหนือจากการทำการเกษตรจึงเป็นคำตอบที่ดี สร้างศูนย์เรียนรู้ไผ่ เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ชาวบ้านมาเรียนรู้การสร้างมูลค่าเพิ่มจากไผ่

เช่นการทำเฟอร์นิเจอร์ การทำข้าวของเครื่องใช้จากไผ่ รวมถึงการรักษาอายุไผ่ให้อยู่ได้นานถึง 20 ปี ด้วยเทคนิคการทรีด ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้ไผ่มีราคาเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 3-5 เท่า ขณะเดียวกันศูนย์เรียนรู้แห่งนี้มีการติดต่อตลาดไว้รองรับให้แก่เกษตรกรด้วยเช่นกัน

แม้วันนี้ ความสำเร็จจากการต่อยอดแผนแม่แจ่มโมเดลพลัส ยังคงเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆแต่นี่ก็พอให้เราได้เห็นโอกาส ทางรอด และทางเลือกใหม่ของชุมชนที่จะทำให้ชุมชนกับป่าอยู่ด้วยกันได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

created by : ชุตินาฏ พงษ์ทองวัฒนา MONO รายงาน