ป้าย “ระวังเจ้าสัว” โผล่ เหวปลากั้งเขาใหญ่ พบเป็นภาพตัดต่อล้อเลียนปมเสือดำ

ป้าย “ระวังเจ้าสัว” โผล่ เหวปลากั้ง เขาใหญ่ พบเป็นผลงานชาวเน็ตหัวใส ตัดต่อภาพล้อเลียนสถานการณ์ฆ่าเสือดำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก “คนอนุรักษ์” ได้แชร์ภาพของ “Arnut Purananda ” หรือ mao@muaklek ที่ทำการตัดต่อภาพ “ป้ายระวังช้างป่า” ที่ เหวปลากั้ง เขาใหญ่ โดยได้เพิ่มป้าย “ระวังเจ้าสัว” ซึ่งเป็นรูป คนตัวอ้วนถือปืนไรเฟิล ทำเอาชาวเน็ตแชร์ต่อกันเป็นจำนวนมาก คาดว่าภาพดังกล่าวเป็นการตัดต่อเพื่อเสียดสีคดีล่าสัตว์ป่า

ขณะที่ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้เปิดเผยถึงกรณีที่ตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ ปทส. สอบสวนเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่เกี่ยวข้องกับการจับกุมนายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย กับพวก รวม 4 คน ผู้ต้องหาคดีร่วมกันล่าสัตว์ป่า ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ว่า

ขณะนี้ เจ้าของสำนวนคดียังเป็นของ สภ.ทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี แต่ทาง ปทส. ได้ร่วมสอบสวนเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ที่เกี่ยวข้อง ในทางคู่ขนาน รวมทั้งสืบสวนในทางลับ ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้มาก ส่วนคดีนี้ ปทส. จะรับมาเป็นเจ้าของคดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่จะเป็นผู้พิจารณา ซึ่ง ปทส. เป็นหนึ่งในหน่วยงานของตำรวจสอบสวนกลาง มีอำนาจเป็นหน่วยงานกลางในการสอบสวนคดีทั่วประเทศ โดยยืนยันว่าหากมีการโอนคดีมา ก็พร้อมที่จะรับมาดำเนินการต่อ

บุกรวบ! พระมีสัมพันธ์สีกาคากุฏิ พบถุงยางอนามัยใช้แล้ว

ฝ่ายปกครองชัยนาท สนธิกำลังตำรวจทหาร บุกจับกุมพระวัดเขาท่าลาภวรจักร มีเพษสัมพันธ์กับสีกาคากุฏิวัด ผงะเจอถุงยางใช่แล้ว

วันที่ 11กุมภาพันธ์ 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา (22:00น.10ก.พ.)เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองชัยนาท สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ทหาร วางแผนเข้าบุกชาร์จเป้าหมายหลังรับแจ้งจากชาวบบ้านว่า มีพระสงฆ์บางรูปในวัดเขาท่าลาภวรจักร ใน ต.ธรรมามูล อ.เมืองชัยนาท ประพฤติตนไม่เหมาะสมโดยชักชวนหญิงสาวไปนอนร่วมกุฏิ ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงได้วิ่งเข้าชาร์จกุฏิตามที่สายข่าวแจ้ง

โดยพบหญิงสาวรายหนึ่งอายุ44ปี ได้หลบซ่อนอยู่ภายในห้อง เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้เปิดประตูเพื่อตรวจสอบ ขณะที่พระสมพร สิงห์ปรีชา พระฉาวอายุ48ปีไหวตัวทันกระโดดออกมานอกห้อง ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะบุกเข้าชาร์จ โดยอ้างว่าไม่ได้ทำอะไรหญิงสาวคนดังกล่าว เพียงแต่ให้มานอนที่กุฏิเพื่อคุยปรับทุกข์กันเท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อจึงเข้าตรวจค้นห้องที่พบหญิงสาวอย่างละเอียดก็ต้องผงะ เมื่อยกเสื้อกีฬาที่วางอยู่ข้างผนังพบถุงยางอนามัยที่ชัยแล้ววางอยู่

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งว่าจะต้องให้ลาสิกขา และประสานเจ้าคณะตำบลธรรมามูลมายังวัดที่เกิดเหตุ แต่เจ้าคณะตำบลเองก็บ่ายเบี่ยงที่จะจับพระสมพรสึกจากความเป็นพระโดยให้เหตุผลว่า พระสมพรอาจจะถูกใส่ร้ายจึงอยากให้นำถุงยางอนามัยไปตรวจ ดีเอ็นเอ เสียก่อน หากพบว่าทำผิดจึงค่อยมาว่ากัน ฝ่ายของชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ไม่ยอมเพราะมีพยานยืนยันว่าพระสมพรนอนในห้องเดียวกับหญิงสาวดังกล่าวมาแล้วถึง2ครั้ง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพระสมพรไปให้พระอุปัชฌาที่วัดศรีวิชัยวัฒนารามในตัวเมืองชัยนาท ทำพิธีลาสิกขาแก่พระสมพร เพื่อให้ขาดจากความเป็นพระป้องกันไม่ให้ไปสร้างความมัวหมองให้กับวงการสงฆ์ได้อีก