บุกจับคลินิกทำฟันเถื่อนกลางเมืองเชียงใหม่ อึ้ง!! ใช้ต่างด้าวเป็นช่างทำฟัน

สืบภาค 5 บุกจับคลินิกทำฟันเถื่อนกลางเมืองเชียงใหม่ อึ้งใช้แรงงานต่างด้าวเป็นช่างทำฟัน ลูกค้าวัยรุ่นแห่ใช้บริการเพียบ

นี่คือคลิปภาพขณะเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 นำหมายศาลเข้าตรวจค้นภายในร้านดีเทนเนอร์ (Detainner) (อาคารธานินทร์พลาซ่า) ถนนเวียงบัว ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ หลังได้รับการร้องเรียนว่าลักลอบเปิดคลินิกดัดฟันเถื่อน มีกลุ่มวัยรุ่นที่นิยมดัดฟันมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ขณะเข้าตรวจค้นเจ้าหน้าที่พบบนชั้น 3 ของร้านดังกล่าวมีลูกค้ากำลังมาใช้บริการดัดฟัน และมีพนักงานทั้งชายและหญิงกำลังให้บริการลูกค้าและนั่งทำงานอยู่ 4 – 5 คน เมื่อเห็นเจ้าหน้าบุกเข้ามาทุกคนมีสีหน้าตื่นตกใจ เจ้าหน้าที่จึงขอให้ทุกคนนำเอกสารหลักฐานมาแสดงตัว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยึดของกลางเป็นอุปกรณ์ดัดฟันปลอมจำนวนมาก ทั้ง แบบพิมพ์โลหะ แบบพิมพ์พลาสติก วัสดุพิมพ์ ตัวอย่างรีเทนเนอร์ วัสดุพิมพ์ปาก อุปกรณ์ทำครอบฟัน พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 4 คน คือ นายไตรภพ นันทพรหม อายุ 34 ปี ชาวจังหวัดเชียงใหม่ รับสารภาพเป็นเจ้าของร้านและเจ้าหน้าที่ช่างทำฟัน และ นางสาวดาวเรือง ปันอิน อายุ 25 ปี ชาวจังหวัดน่าน , นายหนุ่ม ไม่ทราบนามสกุล (SAI NANDAW ) สัญชาติเมียนมาร์ อายุ 31 ปี และ นายปั่นจิต้า ไม่ทราบนามสกุล สัญชาติเมียนมาร์ อายุ 27 ปี ทั้งหมดเป็นลูกจ้าง

โดยนายไตรภพ เจ้าของกิจการ ถูกดำเนินคดีในข้อหา ไม่มีใบอนุญาตในการประกอบกิจการ และ มิได้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม แต่ทำการประกอบวิชาชีพทันตกรรม ให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเป็นผู้มีสิทธิประกอบวิชาชีพ โดยมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต ซึ่งหลังจับกุมนายไตรภพพยายามโทรศัพท์ถึงผู้ใหญ่ ขอให้ชุดจับกุมไม่ให้ดำเนินคดี แต่ชุดจับกุมไม่ยินยอม

การนำกำลังเข้าตรวจค้นครั้งนี้ เนื่องจากมีผู้ร้องเรียนไปยังเจ้าหน้าที่ว่า มีกลุ่มบุคคลลักลอบเปิดคลินิกดัดฟันเถื่อนโดยไม่ได้รับอนุญาต มีกลุ่มวัยรุ่นที่นิยมดัดฟันมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก เพราะค่าบริการถูกครั้งละ 1,900 บาท ขณะที่มีบางรายเกิดอาการติดเชื้อ จนมีการร้องเรียนไปยังสำนักงานสาธารณสุขเชียงใหม่ แตที่ผ่านมา ารเข้าจับกุมยากลำบาก เนื่องจากเจ้าของร้านไหวตัวมาตลอด ทำให้ครั้งนี้ต้องใช้สายลับปลอมเข้าไปเป็นลูกค้าในการครอบฟันและเข้าจับกุมได้คาหนังคาเขา

ตร.เตรียมสอบ ‘นพดล’ 15ก.พ.นี้ ปมประสานเข้าอุทยานฯคณะเปรมชัย

ปทส.หมายเรียก “นพดล” เข้าพบ 15 ก.พ.นี้ จี้ปมประสานเข้าอุทยานฯคณะ “เปรมชัย” รับยังไม่ติดต่อไม่ได้ แต่เชื่อไม่หลบหนี ชี้แค่เป็นพยาน

พ.ต.อ.ทัศนภูมิ จารุปรัช รองผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ (รอง ผบก.ปทส.) เปิดเผย สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า ได้มีหมายเรียกให้ นายนพดล พฤกษะวัน อดีตข้าราชการกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช เข้าให้ปากคำในวันที่ พฤสบดี15 ก.พ.นี้ หลังถูกพาดพิงเกี่ยวข้องกับการขอเข้าพื้นที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตกของ นายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานบริหารและ กรรมการ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กับพวกผู้ต้องหาล่าสัตว์ป่าสงวน โดยพนักงานสอบสวน ปทส.จะสอบปากคำนายนพดล ตั้งแต่ประวัติการรับราชการ / ปัจจุปันทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของ นายเปรมชัย หรือไม่ / ประสานงานขั้นตอนการเข้าอุทยานฯกับใคร / มีการแจ้งวัตถุประสงค์การเข้าไปอย่างไร รวมถึงมีค่าตอบแทนหรือไม่

แต่อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถติดต่อนายนพดลได้ แต่หากวันที่ 15 ก.พ.นี้ไม่เข้าพบพนักงานสอบสวนก็จะมีการออกหมายเรียกอีกครั้ง และหากไม่มาก็จะมีการออกหมายจับต่อไป แต่เบื้องต้น เชื่อว่า นายนพดล เป็นพยานในคดีไม่ใช่ผู้ต้องหาจึงเชื่อว่าไม่น่าจะหลบหนี แต่หากมีการหลบหนีหรือไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ทางพนักงานสอบสวนก็มีขั้นตอนในการดำเนินคดีตามกฏหมายอยู่แล้ว ส่วนนายเปรมชัย ทาง ปทส.ส่วนกลางยังไม่มีประเด็นที่ต้องสอบเพิ่ม ส่วนกรณีงาช้าง 2 คู่ที่ ตรวจยึดจากบ้านพักของ นายเปรมชัย ขณะนี้กรมอุทยานฯยังไม่รายงานผลการตรวจ DNA มาให้ทาง ปทส.คาดว่ายังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 12 ก.พ.นี้ พนักงานสอบสวนจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 จะสอบปากคำ เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจรถ ในช่วงเวลาที่ นายเปรมชัย และพวกเข้าพื้นที่ เพื่อสอบสวนว่าเข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

กรมอุตุฯ เผยไทยตอนบนอากาศหนาว กทม.มีฝนเล็กน้อย

กรมอุตุนิยมวิทยา เผยไทยตอนบนยังคงมีอากาศหนาวเย็น ภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนเล็กน้อยบางพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวโดยทั่วไป กับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่งบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล สำหรับบริเวณภูเขาสูงในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศหนาวถึงหนาวจัด ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 12-14 กุมภาพันธ์ 2561 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศหนาวเย็นลงกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนอีกระลอกจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมบริเวณอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น

สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีหมอกในตอนเช้า กับมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.